เมื่อลูกน้อยเป็น ‘โรคเท้าปุก’ ต้องรีบปรึกษาแพทย์ก่อนสายเกินแก้

ขอบคุณข้อมูลจาก : นพ. ปวริศร สุขวนิช
ศัลยแพทย์กระดูกและข้อในเด็ก
โรงพยาบาลเวชธานี ลาดพร้าว 111

clubfoot1
ขอบคุณภาพจาก : rabbigmjacob.com

“โรคเท้าปุก” เป็นการผิดรูปของเท้าในเด็กแรกเกิดที่พบบ่อยที่สุดชนิดหนึ่ง
โดยมีโอกาสพบได้ประมาณ 1 ใน 1,000 ของเด็กแรกคลอดอาจแตกต่างกันไปเล็กน้อยตามเชื้อชาติ

โดยรูปร่างเท้าจะมีลักษณะผิดรูปหลายอย่างร่วมกัน
แต่อาจสังเกตได้โดยมีลักษณะฝ่าเท้าบิดเข้าด้านในปลายเท้าโค้งเข้าและส้นเท้าจิกลง

โรคเท้าปุกนี้เป็นที่รู้จักและสนใจกันมาเป็นเวลานานแล้วโดยเราอาจแบ่งเป็น
2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ โรคเท้าปุกแท้และโรคเท้าปุกเทียม ซึ่งอาจแยกคร่าวๆ
ได้โดยดูจากความรุนแรงของความผิดปกติที่พบ

ขอบคุณภาพจาก : www.childrenshospital.org
ขอบคุณภาพจาก : www.childrenshospital.org
ขอบคุณภาพจาก : www.footpainreliefstore.com
ขอบคุณภาพจาก : www.footpainreliefstore.com

– โรคเท้าปุกเทียม จะพบว่าความผิดรูปของเท้ามีลักษณะนิ่ม
เพียงการดัดเบา ๆ ก็จะเห็นเท้าคืนรูปได้

เท้าปุกชนิดนี้เท้าไม่ได้มีความผิดปกติที่เกิดกับโครงสร้างของเท้าที่แท้จริง
สาเหตุเชื่อว่าอาจเกิดจากการที่เด็กขดตัวอยู่ในท้องแม่เป็นเวลานานหรืออาจหาสาเหตุไม่พบเลย
เท้าปุกแบบนี้สามารถหายเองได้หรืออาจใช้เพียงการเขี่ยเท้าเพื่อกระตุ้นให้เด็กขยับเท้าก็เพียงพอ

-โรคเท้าปุกแท้ เป็นความผิดปกติของรูปร่างเท้าจะรุนแรงกว่า
เห็นได้ชัดเจนและแข็งไม่สามารถดัดให้เท้าคืนกลับมาอยู่ในรูปร่างปกติได้

เท้าปุกแบบนี้ไม่สามารถหายเองได้จำเป็นต้องได้รับการรักษา
เพราะหากทิ้งไว้จะก่อให้เกิดความผิดปกติหรือความพิการถาวรเกิดขึ้นได้
การแยกเท้าปุกทั้งสองแบบออกจากกันจึงมีความสำคัญหากไม่แน่ใจ
ควรปรึกษาศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อในเด็ก

วิธีการรักษาโรคเท้าปุก

ขอบคุณภาพจาก : www.zofranlawsuitguide.com
ขอบคุณภาพจาก : www.zofranlawsuitguide.com

การรักษาโรคเท้าปุกมีการพัฒนามายาวนาน
มีทั้งการรักษาแบบผ่าตัดและไม่ผ่าตัด

ในปัจจุบันวิธีการรักษาที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดคือ การรักษาโดยวิธีแบบ
Ponseti หลักของการรักษาแบบนี้คือการดัดแก้ไขความผิดรูปของเท้าทีละน้อยร่วมกับการใส่เฝือก
โดยต้องเปลี่ยนเฝือกทุก 1-2
สัปดาห์และทำการดัดเท้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอาจจะประมาณ 6-8
ครั้งขึ้นกับความรุนแรง จนได้รูปเท้ากลับมาใกล้เคียงปกติ
และมักจะต้องร่วมกับการเจาะยืดเอ็นร้อยหวายในการใส่เฝือกครั้งสุดท้าย
หลังจากเท้าได้รูปที่ดีแล้วยังคงต้องใส่อุปกรณ์ช่วยดัดเท้าในเวลาที่เด็กนอนหลับต่ออีก
3-4 ปีเพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำ

การรักษาโดยวิธีนี้ควรเริ่มรักษาให้เร็วที่สุดจะได้ผลดีกว่า
แม้อาจฟังดูแล้วยุ่งยากและใช้เวลาแต่ก็เป็นวิธีที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าได้ผลดีและมีผลเสียน้อยที่สุด
โดยเฉพาะถ้าเทียบกับการผ่าตัดที่อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง
เช่นแผลเป็นที่แข็งและเจ็บหรือความเสื่อมของข้อต่อในเท้าก่อนเวลา
การผ่าตัดจึงจะทำในรายที่จำเป็นเท่านั้น

COMMENTS