เจาะข่าวตื้น Talk : พรรคต้องยอมเปลี่ยนแปลงง..ง ฝันแบบ “อลงกรณ์ พลบุตร”

""

 

ถ้าไม่นับหน้าหล่อๆ ของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และวาทศิลป์ขั้นเทพของสามโฆษกสายล่อฟ้าแล้วล่ะก็ ณ นาทีนี้คงไม่มีใครฮอทไปกว่ารองหัวหน้าประชาธิปัตย์ อลงกรณ์ พลบุตรอีกแล้ว ที่จู่ๆ ก็ออกมาปล่อยหมัดเด็ดสะเทือนวงการ ทำเอาอึ้งกันทั้งพรรคตัวเองและแฟน ๆ คอมวยการเมืองทั้งหลาย ที่สำคัญหมัดเด็ดที่ว่าก็เกือบย้อนกลับมาน็อคคนปล่อยซะเองอีกต่างหาก 

มันจะเรื่องไหนอีก นอกจากประเด็นที่เสนอ ปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์ นั่นแหล่ะ ที่ทำเอา อลงกรณ์ต้องนั่งกินข้าวคนเดียวมาหลายวันแล้ว วันนี้ทีมงานเจาะข่าวตื้นฯ ได้บุกไปเยี่ยมต้นเรื่องถึงในรัฐสภากันเลยทีเดียว

""

สำหรับประเด็นเรื่องการปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์ ใครที่หนังสือพิมพ์ก็ไม่ค่อยอ่าน โทรทัศน์ก็ไม่ดู หรืออินเตอร์เน็ตยังเข้าไม่ถึง ขอสรุปให้เข้าใจกันง่ายๆ ว่า มันเป็นแบบพิมพ์เขียวเพื่อ พลิกโฉมพรรคประชาธิปัตย์ให้สามารถกลับมาเป็นพรรคที่เป็นทางเลือกที่ดีของประชาชน ไม่ใช่ทางเลือก สุดท้ายหรือทางเลือกเพื่อ กันท่าคู่แข่งอย่างที่หลาย ๆ คนกากบาทลงคะแนนให้อย่างจำใจ

แค่เปิดตัวมาเท่านี้ก็มีเสียงตึงตังปึงปังแห่งความไม่พอใจจากหลาย ๆ ฝ่ายในบ้านสีฟ้าขรมไปทั่ว โดยเฉพาะการมาพูดจาเรื่องการปฏิรูปผ่านทางหน้าสื่อแทนที่จะคุยกันเองเงียบ ๆ ในพรรคอย่างที่เคยทำๆ กันมานมนาน ซึ่งเจ้าตัวต้นเรื่องก็อธิบายว่า คุยกันมาเงียบๆ ทั้งหลังบ้าน บนบ้าน ในมุ้ง มาตั้งนานแล้ว ไม่เห็นเคยเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมซักที การที่มาพูดในที่สาธารณะก็เพื่อจะดึงสมาชิกพรรคซึ่งมีอยู่ถึงสามล้านกว่าคนเข้ามาสู่การพูดคุยเกี่ยวกับการปฏิรูปด้วย ไม่ใช่งุบงิบ ๆ ทำกันเองในฝ่ายบริหารระดับสูง

ซึ่งอลงกรณ์ก็มี พิมพ์เขียวหรือ เข็มทิศในการปฏิรูปเป็น 3  ข้อใหญ่ ๆ ดังนี้ 1. ปฏิรูปโครงสร้าง 2. ปฏิรูปการบริหารจัดการ และ 3. ปฏิรูปวัฒนธรรมองค์กรและบุคคลากร

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดสำหรับประเด็นการปฎิรูปพรรคของคุณอลงกรณ์ นั่นคือกระบวนการที่มีชื่อว่า Primary (ไพรมารี่) ซึ่งได้แนวคิดมาจากขั้นตอนการเลือกตั้งของสหรัฐอเมริกา “…ไพรมารี่ ก็คือการเปิดกว้างให้ให้ประชาชนสามารถเสนอชื่อคนที่ตัวเองเห็นว่าเหมาะจะเป็นตัวแทนของพรรคเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้ง พูดง่าย ๆ ก็คือเป็นการกระจายอำนาจให้กับฝ่ายท้องถิ่นมากขึ้นแทนที่การตัดสินใจทุกอย่างจะเป็นอำนาจของส่วนกลางแต่อย่างเดียว เมื่อผ่านการคัดเลือกแล้วบุคคลดังกล่าวยังจะต้องสามารถทำผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ได้ภายในเวลาหกเดือน..” ซึ่งคุณอลงกรณ์อธิบายว่า วิธีนี้จะทำให้พรรคสามารถเข้าถึงประชาชนได้มากขึ้น และประชาชนก็สามารถสัมผัสพรรคการเมืองที่ตัวเองเลือกได้มากเช่นกัน เรียกว่าเป็นก้าวใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์เลยก็ว่าได้ และที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ วิธีการเช่นนี้จะเป็นการ ลดต้นทุนในการเลือกตั้งลงมาได้อย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะหากประชาชนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมในการคัดเลือกคนมาลงสมัครเองแล้ว การต้องทุ่มใช้เงินในการเลือกตั้งก็จะลดลง การคอรัปชั่นเพื่อ ถอนทุนก็จะไม่มีความจำเป็นอีก การเมืองก็จะสะอาดขึ้น ปัญหาการคอรัปชั่นที่เกาะกินประเทศไทยก็จะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ

เรียกว่าถ้าทำสำเร็จปรากฏการณ์แรงกระเพื่อมของการปฏิรูปพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ก็อาจพลิกโฉมการเมืองไทยได้อย่างมหัศจรรย์

 

นอกจากนี้คุณอลงกรณ์ยังพูดถึงจุดอ่อนจุดแข็งของพรรคฯ ที่จำเป็นได้รับการปฏิรูปอย่างเร่งด่วน นั่นคือระบบการทำงานภายในพรรค ซึ่งแบ่งเป็นสองฝ่าย นั่นคือ ฝ่ายการเมือง และ ฝ่ายนโยบาย ที่ปัจจุบันนี้สมาชิกพรรคกำลังสับสนในบทบาทนี้อย่างรุนแรง เพราะไม่สามารถบอกได้ชัดเจนว่าใครรับผิดชอบบทบาทไหนกันแน่ แต่ในขณะที่พรรคฝ่ายตรงข้ามกลับมีความชัดเจนในเรื่องนี้มาก ทำให้ประชาธิปัตย์มีภาพเป็นพรรคที่ถนัดแค่ใช้สำนวนโวหาร จนกลายเป็นพรรคของคน ดีแต่พูด  ซึ่งคุณอลงกรณ์ได้วิเคราะห์ว่านี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พรรคล้มลุกคลุกคลานและพ่ายแพ้การเลือกตั้งมาตลอดเวลากว่าสิบปี

อืมมมม…ได้ยินคุณอลงกรณ์พูดเรื่องแพ้เลือกตั้งก็ชวนให้คิดถึงฝีปากของสามพิธีกรสายล่อฟ้า และหน้าหล่อๆ ของท่านหัวหน้าพรรค ปชป. ขึ้นมาโดยพลัน เพราะหลายครั้งที่ประชาชนตาดำๆ อย่างพวกเรารู้สึกตะขิดตะขวงใจอยู่ไม่น้อยกับการลงคะแนนให้พรรคประชาธิปัตย์ ที่แม้จะมีหน้าตามาล่อแต่ก็มีวาจาที่สุดจะรับได้ งานนี้ จอห์น วิญญู จึงต้องถามเข้าเป้าว่า ถ้าปฏิรูปแล้ว คิดว่าจะสามารถขจัดความตะขิดตะขวงใจนี้หรือไม่ ซึ่งคำตอบที่ได้จากคุณอลงกรณ์ก็ตรงประเด็นว่า….ถ้าประชาชนอยากได้ประชาธิปัตย์ที่เป็น New Look เราก็ต้องปฏิรูปพรรคและเลิกยึดเรื่องของตัวบุคคล

""

 

 

แหม่…ตอบกันมาตรงๆ แบบนี้ก็ไม่แปลกใจเลยครับ ถ้าพักนี้คุณอลงกรณ์ต้องนั่งกินข้าวคนเดียว เพราะสิ่งที่คุณอลงกรณ์กรอกหูเหล่าทีมงานเจาะข่าวตื้นฯ อยู่เนี่ย ไม่ว่าจะมองมุมไหน ก็ไม่คล้ายพรรคประชาธิปัตย์ฉบับปัจจุบันเลยสักนิด เรียกว่าถ้าคิดจะเปลี่ยนขนาดนี้ ท่านไปตั้งพรรคใหม่ไม่ง่ายกว่าเหรอครับ ซึ่งคุณอลงกรณ์ ได้ชี้ให้เห็นทางสว่างว่า ทุกวันนี้การเมืองไทยอยู่ในระบบแบบสองพรรค ดังจะเห็นได้จากผลการเลือกตั้งผู้ว่า กทม.ที่ผ่านมา ฉะนั้นการตั้งพรรคใหม่แม้เราจะมีฐานเสียงกลุ่มใหม่เข้ามาเลือก แต่ก็ไม่อาจเทียบได้กับการรักษาฐานเสียงเดิมไว้และเพิ่มฐานใหม่เข้ามา แบบจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะยังไงพรรคประชาธิปัตย์ก็มีจุดแข็งของตัวเองอยู่แล้ว แต่ก็ต้องกำจัดจุดอ่อนออกไปเช่นกัน

สุดท้ายและท้ายสุด ที่คุณอลงกรณ์ พลบุตร ได้ฝากไว้เกี่ยวกับการปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์ ที่เรียกว่าเป็นการพลิกโฉมใหม่กันเลยทีเดียว นั่นคือ การยอมรับความผิดพลาดที่พรรคเคยประเมินสถานการณ์การเลือกผิดไปในปี พ.ศ.2544 และเลิกโทษเรื่องปัจจัยภายนอกอย่างการใช้เงินของพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม เพราะนั่นอาจไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้เราแพ้ และถ้าจะพูดเรื่องการใช้เงินละก็ บางทีตอนนี้ ปชป. อาจใช้มากกว่าด้วยซ้ำ ดังนั้นจะต้องกลับไปเริ่มต้นมองปัญหากันใหม่ ว่าพลาดตรงไหน และเลิกแก้ตัวแล้วหันมาแก้ไขแทน

""

ได้ยินอย่างนี้ก็แอบดีใจอยู่ลึกๆ นะครับ เอาเป็นว่า ทีมงานเจาะข่าวตื้นฯ ขออวยพรให้แผนปฏิรูปของคุณอลงกรณ์ เดินไปให้สุดทางฝันนะครับ เผื่อว่าวันหนึ่งประชาชนชาวไทยจะได้เห็นพรรคประชาธิปัตย์ในเวอร์ชั่นใหม่ที่รอคอยกันบ้าง และ สำหรับใครแบบว่าขี้เกียจอ่านและอยากดูฉบับเต็ม เตรียมพบกันได้ในรายการเจาะข่าวตื้น ดูถูกสติปัญญาตอนที่ 99 ประจำวันที่ 31 พฤษภาคมนี้ได้เลยนะฮ้าฟฟฟ..ฟ


""


เรียบเรียงโดยทีมงาน : SpokeDark.TV

COMMENTS