มนุษย์หมาป่าแห่งวิสเทเรีย! ‘Albert Fish’ ฆาตกรต่อเนื่องผู้สังหารเด็กอย่างโหดเหี้ยมนับครั้งไม่ถ้วน

อัลเบิร์ต ฟิช (Albert Fish) คือฆาตกรต่อเนื่องที่ได้รับสมญานามมากมายไม่ว่าจะเป็น บูกีแมน (The Boogeyman), เกรย์แมน (The Gray Man), หมาป่าแห่งวิสทีเรีย (The Werewolf of Wysteria), แวมไพร์แห่งบรูคลิน(The Brooklyn Vampire) หรือคนคลั่งพระจันทร์(The Moon Mania) เขาอ้างว่าตัวเองนั้นฆ่าเหยื่อกว่า 400 คน เขาถูกตัดสินประหารชีวิตจากเหตุฆ่า เกรซี บัดด์ เด็กหญิงวัยเพียง 10 ขวบเมื่อปี ค.ศ. 1928 อัลเบิร์ตลักพาตัวและรัดคอเธอจนถึงแก่ความตาย แล้วยังเขียนจดหมายถึงพ่อแม่ของเด็กหญิงเพื่อบอกเล่ารายละเอียดว่าเขากินเธออย่างไรบ้าง

WIKIPEDIA PD

ผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิตเวชตัดสินใจส่งโรเบิร์ต ฟิชเข้าไปยังโรงพยาบาลจิตเวชในปี ค.ศ. 1930 เพราะพบว่าเขามีพฤติกรรมซาดิสม์และเป็นพวกใคร่เด็ก เขามักจะทำร้ายตัวเองเป็นประจำและต่อมามันพัฒนาเป็นการทรมานและกินเนื้อคน เป้าหมายของเขาส่วนใหญ่เป็นเด็กชายและเด็กหญิงหรือวัยรุ่นที่พิการทางสมอง เขาคือผู้ที่หลอกหลอนผู้ปกครองอเมริกันที่มีลูกเล็กๆ อยู่เป็นเวลานานหลายปีก่อนที่เขาจะถูกจับและประหารชีวิต อัลเบิร์ต ฟิชถูกประหารด้วยเก้าอี้ไฟฟ้าในปี ค.ศ. 1936 ในวัย 65 ปี และเรื่องราวต่อไปนี้คือความโหดเหี้ยมอำมหิตที่เขาทำกับเหยื่อและรวมถึงได้ทำกับตัวเองด้วย

WIKIPEDIA PD

อัลเบิร์ต ฟิชเป็นพวกชอบความเจ็บปวด เขามักจะทำร้ายตัวเองเพื่อความสุขทางเพศ เขาทรมานตัวเองด้วยวิธีการสร้างเจ็บปวดต่างๆ นา วิธีที่เขาใช้อยู่บ่อยๆ คือเสียบตะปูเข้าสู่ร่างกายตัวเองโดยเฉพาะบริเวณระหว่างถุงอัณฑะและทวารหนัก ในตอนแรกเขาจะเสียบตะปูเข้าสู่ร่างกายและดึงออกมา แต่หลังๆ เขาเสียบมันเข้าไปลึกเกินกว่าที่จะนำออกมาได้ เมื่อเขาถูกจับและมีการตรวจร่างกายโดยแพทย์ ภาพในฟิล์มเอกซเรย์แสดงให้เห็นถึงตะปูกว่า 29 ตัวติดอยู่บริเวณกระดูกเชิงกราน

WIKIPEDIA PD

ลูกชายของอัลเบิร์ต ฟิชให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ภายหลังพ่อของตนเองถูกจับว่า เขารู้ว่าวันหนึ่งพ่อของเขาจะต้องถูกจับด้วยสาเหตุอะไรแบบนี้ เขาบอกว่าอัลเบิร์ตนั้นจะกินสเต๊กแบบดิบๆ ท่ามกลางคืนพระจันทร์เต็มดวง เขาเคยเห็นอัลเบิร์ตเปลือยกลายและทุบตีร่างกายด้วยไม้พายตอกตะปู เขาไม่รู้จะทำอะไรกับพ่อของตนเองและไม่แม้แต่จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือ นอกจากลูกแท้ๆ ของอัลเบิร์ตแล้ว ลูกเลี้ยงคนหนึ่งของเขาก็ให้การกับศาลว่าอัลเบิร์ตนั้นถกกางเกงในตัวเองลงแล้วให้เด็กๆ ตีเขาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของเกม

เหยื่อคนแรกๆ ของอัลเบิร์ตคือโทมัส เคดเดน วัยรุ่นชายอายุ 19 ปีที่พิการทางสมอง อัลเบิร์ตพบโทมัสในขณะที่เขากำลังทำงานอยู่ที่วิลมิงตัน ทั้งคู่มีความสัมพันธ์ทางเพศด้วยกันและเมื่อเสร็จกิจ อัลเบิร์ตทำการตัดอวัยวะเพศของโทมัส อัลเบิร์ตได้กล่าวว่า “เขาไม่มีวันลืมเสียงกรีดร้องและสายตาที่โทมัสมองเขา” หลังจากตัดอวัยวะเพศเขาวางแผนที่จะฆ่าโทมัสแล้วตัดร่างกายเป็นท่อนๆ แล้วนำกลับบ้านแต่ด้วยอากาศที่ร้อน เขาจึงเปลี่ยนใจเทไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ลงที่แผลของโทมัส ทาวาสลีนทับก่อนจะห่อด้วยผ้าเช็ดหน้าและทิ้งธนบัตรมูลค่า 10 ดอลลาร์ไว้ อัลเบิร์ตจูบลาโทมัสและเอ่ยคำอำลา จากนั้นจึงขึ้นรถไฟกลับบ้านโดยไม่แม้แต่จะตามหาโทมัสอีกเลย

WIKIPEDIA PD

เกรซี บัดด์ เด็กหญิงวัย 10 ปี เหยื่อที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดของอัลเบิร์ต อัลเบิร์ตได้สอบถามกับพ่อแม่ของเกรซีเรื่องที่จะจ้างเอ็ดเวิร์ด พี่ชายวัย 18 ปีของเกรซีให้มาทำงานโดยเขาวางแผนที่จะฆ่าเอ็ดเวิร์ดด้วย หลังจากนั้นอัลเบิร์ตก็ได้สร้างความสนิทสนมกับครอบครัวบัดด์จนสามารถหลอกว่าจะพาหนูน้อยเกรซีไปร่วมงานวันเกิด เขาพาเกรซีไปยังกระท่อมวิสเทเรียที่ทรุดโทรม รัดคอเธอจนขาดใจตายและทำการหั่นเธอเป็นชิ้นๆ จากนั้นก็รับประทานเธออย่างยาวนานเป็นเวลา 9 วัน ตำรวจได้จับผู้ต้องสงสัยรายอื่นเมื่อปี ค.ศ. 1930 อัลเบิร์ตนั้นรอดตัวไปได้ตลอดจนถึงปี ค.ศ. 1934 อัลเบิร์ตตัดสินใจเขียนจดหมายถึงพ่อแม่ของเกรซีหลัง 6 ปีที่เธอหายตัวไป จดหมายบรรยายถึงรายละเอียดว่าเขาเรียนรู้การกินเนื้อคนได้อย่างไร แม้ว่าจะหมายจะไม่สามารถบอกได้ว่านั่นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่ครึ่งหลังของจดหมายนั้นได้บอกว่าใครคือคนร้ายที่ฆ่าเกรซี อัลเบิร์ตเขียนถึงช่วงเวลาของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่เกรซีหายตัวไป รวมถึงบรรยายว่าเขานำเนื้อของเธอไปประกอบอาหารอย่างไรบ้าง

ในปี ค.ศ. 1924 ฟรานซิส แมคโดนัลด์ เด็กชายวัย 9 ขวบที่อาศัยอยู่ท่าเรือริชมอนด์ได้หายตัวไปหลังจากที่ได้เล่นบอลกับเพื่อนบ้าน ร่างของฟรานซิสถูกพบภายหลังในป่าใกล้บ้านของเขา เขาถูกทารุณกรรมทางเพศและรัดคอ สภาพศพของฟรานซิสบ่งบอกได้ว่าถูกทำร้ายทางร่างกายอย่างรุนแรง มีพยานพบเห็นชายสูงอายุ รูปร่างสูงคล้ายกับมนุษย์หมาป่าเมื่อดูจากสภาพร่างกายที่รุงรัง พ่อของฟรานซิสเป็นตำรวจ เขาจึงมีทีมที่ช่วยทำคดีนี้นับร้อยคน อัลเบิร์ตปฏิเสธว่าเขาไม่ได้เป็นผู้ฆ่าฟรานซิสจนกระทั่งเขาถูกจับและสอบสวนในคดีเกรซี บัดด์เขาจึงได้สารภาพว่าตนคือผู้ฆ่าและข่มขืนฟรานซิส

หนูน้อยวัย 4 ขวบ บิลลี กัฟเนย์ ได้หายตัวไปจากอพาร์ทเมนต์ที่บรูคลินระหว่างที่กำลังเล่นกับบิลลี บีตันที่เป็นเพื่อนบ้าน บิลลี บีตันได้ให้การกับตำรวจว่าคนที่พาเพื่อนของเขา(บิลลี กัฟเนย์) ไปนั้นเหมือนบูกีแมน ตำรวจพยายามตามหาบิลลีหลายต่อหลายครั้งแต่ก็ไม่เป็นผล จนกระทั่งอัลเบิร์ตได้ส่งจดหมายหาครอบครัวของหนูน้อยบิลลี กัฟเนย์ว่าเขาจะกลับมาหา บิลลี บีตันในฐานะเพื่อนเล่นของบิลลี กัฟเนย์ น่าเศร้าที่ศพของบิลลี กัฟเนย์ถูกพบในเวลาให้หลังไปถึง 3 อาทิตย์ใกล้กับกองขยะ

เมื่อเขาถูกจับเขาให้การกับตำรวจว่าเขามักจะเลือกเหยื่อที่มีโอกาสผิดพลาดน้อยที่สุดอย่าง โมทัส เคนเดนที่เป็นผู้พิการทางสมอง หรือเด็กๆ ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เขาหลบหนีจากการจับกุมได้หลายปีโดยการเดินทางไปเรื่อยๆ ในฐานะช่างทาสีบ้าน นอกจากคดีที่เขาได้รับสารภาพแล้วก็ยังมีอีกหลายคดีที่ตำรวจเชื่อว่าเป็นฝีมือของอัลเบิร์ต ฟิช แต่ไม่สามารถหาพยานและหลักฐานมาเอาผิดเขาได้

เรียบเรียง : SPOKEDARK.TV

COMMENTS