เทือกเขาในตำนาน! ‘อัลไต’ ดินแดนที่ราบสูงอันไกลโพ้น ที่คนไทยโผล่มาได้ยังไง?

มาทำความรู้จักเทือกเขาที่อยู่ไกลแสนไกลแต่เรารู้จักกันดี ที่ครั้งหนึ่งเชื่อกันว่าเป็นถิ่นกำเนิดของบรรพชนคนไทย นั่นคือ ‘เทือกเขาอัลไต’

WIKIPEDIA CC RUDYOLOGIST

เขาอัลไต คือเทือกเขาตระหง่านที่ทอดยาวอยู่ในภูมิภาคเอเชียกลาง เป็นพรมแดนทางธรรมชาติที่สำคัญของ 4 ประเทศ ได้แก่ รัสเซีย คาซัคสถาน จีน และมองโกเลีย เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำสำคัญหลายสายอย่าง แม่น้ำอิร์ทีช แม่น้ำอ็อบ และแม่น้ำเยนิเซ ส่วนชื่อ ‘อัลไต’ นั้น มีที่มาจากภาษามองโกล แปลว่า ภูเขาทองคำ ที่มีความหลากหลายของภูมิประเทศตั้งแต่ทุ่งหญ้าสเตปปป์ที่กว้างใหญ่ ป่าสนและป่าเบญจพรรณ ไปจนถึงที่ราบสูงทะเลทรายอันแห้งแล้ง และเทือกเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะตลอดทั้งปี โดยจุดที่สูงที่สุดของเทือกเขาอัลไตคือยอดเขาเบลูชา (Belukha) มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 4,506 เมตร

WIKIPEDIA PD

ด้วยความหลากหลายของภูมิประเทศ และภูมิอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี ก็ใช่ว่าจะเป็นเขตที่ไร้มนุษย์อาศัยอยู่ จากการขุดค้นทางโบราณคดีทำให้เราทราบว่ามีร่องรอยของการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ ณ ดินแดนแห่งนี้มานานนับแสนปี หลักฐานที่เก่าที่สุดคือการค้นพบโครงกระดูกมนุษย์โบราณนีแอนเดอร์ทัล อายุเกือบสองแสนปีในถ้ำเดนิสโซวา (Danisova Cave) ทางตอนเหนือของเทือกเขาอัลไต แต่การปรากฏตัวของ ‘ชาวอัลไต’ เกิดขึ้นในยุคสำริดประมาณ 2,500 ปีก่อน เป็นชนเผ่าเร่ร่อนเชื้อสายคอเคซอยด์ที่ใช้ชีวิตบนหลังม้าด้วยการเลี้ยงสัตว์ในทุ่งหญ้าตามหุบเขา คนกลุ่มนี้ได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมมาจากอารยธรรมซีเถียนของกลุ่มชาติพันธุ์ที่พูดภาษาตระกูลอิหร่าน ที่มีการทำพิธีศพโดยบรรจุร่างผู้ตายในโลงไม้และนำไปฝังจากนั้นจะก่อเนินดินเป็นรูปวงกลม โดยมีการค้นพบหลุมฝังศพมัมมี่หญิงที่มีรอบสักอยู่ในสภาพสมบูรณ์อายุราว 2,000 ปี พร้อมกับเครื่องใช้จำนวนมาก นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าเธอคือสตรีผู้สูงศักดิ์และได้รับการขนานนามว่า ‘เจ้าหญิงอัลไต’

WIKIPEDIA CC ELGIN YURI

ต่อมาในช่วง 200 ปีก่อนคริสตกาล ดินแดนในเขตเทือกเขาอัลไตได้ก่อตัวขึ้นเป็นอาณาจักรพร้อมกับชนเผ่าอื่นๆ ในดินแดนใกล้เคียงทั้งในเขตมองโกเลีย และค่อยๆ แผ่อิทธิพลลงไปยังทิศใต้ ชาวจีนเรียกคนกลุ่มนี้ว่า ‘ซยงหนู’ หรือคนป่าเถื่อนที่เร่ร่อนทางตอนเหนือ ซึ่งเป็นไม้เบื่อไม้กับราชสำนักจีนโบราณจนต้องสร้างกำแพงเมืองจีนเพื่อป้องกันการรุกราน

เทือกเขาอัลไตตั้งแต่ศตวรรษที่ 3 เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรสำคัญของกลุ่มชาติพันธุ์เติร์กและมองโกล ไม่ว่าจะเป็นข่านโหรวหรัน เตอร์กิกข่าน อุยกูร์ เยนิเซคีร์กีซ และจักรวรรดิมองโกล ทำให้ชาวอัลไตรับเอาภาษาและวัฒนธรรมรวมไปถึงการผสมผสานทางเชื้อชาติจากทั้งสองกลุ่ม กลายมาเป็นบรรพบุรุษของชาวอัลไตในปัจจุบัน
ในศตวรรษที่ 18 ดินแดนในเขตเทือกเขาอัลไตก็ได้ติดต่อสัมพันธ์กับรัสเซียยุคพระเจ้าซาร์แห่งราชวงศ์โรมานอฟ และหลังจากการปฏิวัติรัสเซียในปี ค.ศ.1917 ดินแดนส่วนใหญ่ในเขตเทือกเขาอัลไตจึงเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต ปัจจุบันคือสาธารณรัฐอัลไต (Altai Republic) และดินแดนอัลไต (Altai Krai) โดยขึ้นกับเขตสหพันธ์ไซบีเรียของรัสเซีย บางส่วนของจังหวัดอัลไต มณฑลซินเจียง และจังหวัดโกบี-อัลไต ของมองโกเลีย

WIKIPEDIA CC PANONIAN

ส่วนชาวอัลไตในปัจจุบัน เป็นกลุ่มคนที่ใช้ภาษาเติร์กในการสื่อสาร แม้ในอดีตจะมีการอพยพเคลื่อนย้ายถิ่นฐานไปตามวิถีชนเผ่าเร่ร่อน แต่ก็ไม่ได้อพยพหลบหนีความแห้งแล้ง ความหนาวเหน็บ และการโจมตีชนเผ่าต่างๆ มุ่งลงใต้ไปยังดินแดนอันไกลโพ้น จนกลายมาเป็นบรรพชนกลุ่มชาติพันธุ์ไท (หรือคนไทยในปัจจุบัน) แต่อย่างใด

WIKIPEDIA PD

สำหรับแนวคิดเรื่องคนไทยอพยพมาจากดินแดนทางตอนเหนืออย่างเทือกเขาอัลไต งานเขียนที่ทรงอิทธิพลที่สุดคือ หนังสือเรื่องชนชาติไท (The Tai Race) ของวิลเลียม คลิฟตัน ดอดด์ มิชชันนารีชาวอเมริกันที่เดินทางเข้ามาเผยแผ่ศาสนาในภาคเหนือของไทยในสมัยรัชกาลที่ 5 และได้เดินทางสำรวจไปในดินแดนของกลุ่มคนที่พูดภาษาไททางตอนใต้ของจีน พม่า ลาว ไทยและเวียดนาม จนได้ข้อสรุปว่า บรรพบุรุษของคนไทยมีถิ่นฐานเดิมอยู่ที่ต้นแม่น้ำฮวงโหในเขตมณฑลกานซูของจีน ซึ่งสืบเชื้อสายมองโกลก่อนที่จะอพยพลงทางใต้เนื่องจากถูกพวกตาดและชาวจีนรุกราน แนวคิดดังกล่าวได้ถูกขยายความโดยขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธุ์) ในหนังสือ ‘หลักไทย’ พิมพ์ขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ.2471 โดยระบุว่า คนไทยมีถิ่นกำเนิดจากเทือกเขาอัลไตเมื่อราว 6,000 ปีก่อนที่จะอพยพลงใต้และกลายมาเป็นบรรพชนคนไทยในปัจจุบัน

WIKIPEDIA PD

แม้ว่าการค้นคว้าทางมานุษยวิทยาและโบราณคดีจะเจริญก้าวหน้าขึ้นจนหักล้างแนวคิดดังกล่าวไปแล้ว แต่ ‘เทือกเขาอัลไต’ ก็ยังเป็นเทือกเขาในตำนานที่คนไทยยังคุ้นชื่อไม่มีวันลืม

เรียบเรียง SPOKEDARK.TV

COMMENTS