จะเกิดอะไรขึ้น หาก “ป่าแอมะซอน” ถูกทำลายจนหายไปจากโลก

ป่าแอมะซอน ถูกขนานนามว่าเป็นปอดของโลก เนื่องจากเป็นแหล่งผลิตก๊าซออกซิเจนให้กับโลกมากถึงร้อยละ 20 แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าแอมะซอนครั้งใหญ่ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ทำให้สูญเสียพื้นที่ป่าไปอย่างมหาศาล ดังนั้นเราลองมาดูกันว่า หากป่าแอมะซอนหายไปจากโลกนี้ จะเป็นอย่างไร

WIKIPEDIA PD

1. ปริมาณน้ำฝนลดลง โดยมีงานวิจัยระบุว่าการตัดไม้ในป่าแอมะซอน สามารถส่งผลต่อปริมาณน้ำฝนที่ลดลงได้ ซึ่งพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบอย่างหนัก คือพื้นที่เกษตรกรรมในประเทศบราซิล รวมไปถึงปารากวัยและอุรุกวัยอีกด้วย

2. ภัยแล้งที่เพิ่มขึ้น มีงานวิจัยระบุว่าการเปลี่ยนแปลงเรื่องความชื้นของป่าแอมะซอน จะนำไปสู่ปัญหาภัยแล้ง พื้นที่เกษตรกรรมต่าง ๆ จะได้รับผลกระทบโดยตรง โดยความแห้งแล้งจะทำให้ดินบริเวณนั้นแตกระแหงยากต่อการเพาะปลูก

3. ก๊าซเรือนกระจกเพิ่มมากขึ้น โดยป่าแอมะซอนถือเป็นด่านหน้าในการต่อสู้กับภาวะโลกร้อน เนื่องจากช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ทำลายชั้นบรรยากาศโลกเฉลี่ยปีละกว่า 2,000 ล้านตัน ซึ่งสามารถช่วยชะลอภาวะโลกร้อนได้ ดังนั้นเมื่อป่าหายไปย่อมส่งผลกระทบต่อความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศของโลกอย่างมหาศาล ผู้คนทั่วโลกจะได้รับผลกระทบที่เกิดจากวิกฤตนี้กันถ้วนหน้า

4. สูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ เนื่องจากป่าแอมะซอนเป็นป่าดิบชื้นเขตร้อนขนาดใหญ่ที่สุด และมีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดในโลก โดย 1 ใน 4 ของสปีชีส์ของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ บนโลกนี้ อาศัยอยู่ที่ป่าแอมะซอน ดังนั้นเมื่อป่าหายไปนั่นหมายความว่าสิ่งมีชีวิตหลายชนิดอาจสูญพันธุ์ตามไปด้วย

WIKIPEDIA PD

5. สูญเสียโอกาสทางการแพทย์ เนื่องจากนักวิจัยระบุว่าพืชบางอย่างในป่าแห่งนี้ มีสรรพคุณเป็นยา สามารถรักษาโรคต่าง ๆ ได้ ซึ่งยาแผนปัจจุบันหลายชนิดก็มีแหล่งกำเนิดมาจากป่าแห่งนี้ ดังนั้นหากป่าหายไป พันธุ์ไม้อีกประมาณ 40,000 ชนิด ที่อาจจะนำมาทำเป็นยารักษาโรคได้ก็จะหายไปด้วย

6. คนยากจนเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากป่าแอมะซอนไม่ได้เป็นที่อยู่ของสัตว์หรือพืชเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งอาศัยของชนเผ่าพื้นเมือง และสร้างรายให้ผู้คนมากมาย หากไม่มีป่าแห่งนี้ผู้คนก็จะอพยพเข้าไปในเมือง หรือย้ายไปประเทศที่เศรษฐกิจดีกว่าเพื่อหางานทำ

เรียบเรียง : SPOKEDARK.TV

COMMENTS