มนุษย์ยุคคลาสสิค! ชีวิตชาวกรีกโบราณในแบบที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน เขามีความเป็นอยู่กันยังไง?

เรารู้จักเรื่องราวของชาวกรีกโบราณผ่านทางวรรณกรรม เรื่องขำขันและบทกวี รวมถึงงานศิลป์ต่างๆ ที่แสดงให้เห็นถึงชีวิตของพวกเขาในอดีต นี่คือเรื่องราวชีวิตของขาวกรีกโบราณที่ที่หลงเหลือมาให้คนรุ่นหลังได้ทำความรู้จัก

WIKIPEDIA PD

1. เกือบทุกครอบครัวในกรีกโบราณจะมีทาสในบ้านยกเว้นครอบครัวที่มีฐานะยากจนจริงๆ เท่านั้นถึงจะไม่มีทาส หากครอบครัวใดมีทาสมากเท่าไหร่ก็ยิ่งแสดงถึงความมั่งคั่งมากเท่านั้น จำนวนทาสขึ้นอยู่กับฐานะ ขนาดของครอบครัว ที่อยู่อาศัย ทาสจะทำงานให้กับครอบครัวของเจ้านายคอยอำนวยความสะดวกต่างๆ ในชีวิตให้ ทำอาหารหรือแม้กระทั่งคอยช่วยเจ้านายเลี้ยงลูก ทาสส่วนใหญ่นั้นจะเป็นคนชาติอื่นๆ อาจถูกลักพาตัวจากครอบครัวมาขาย เป็นทาสในระบบการค้าทาส หรือเป็นเชลยสงคราม ในบางครั้งอาจมีเด็กน้อยชาวกรีกที่เป็นเด็กกำพร้าไม่มีครอบครัวแล้วถูกขายเป็นทาสด้วย

2. ชาวกรีกหลายคนก็มิได้แต่งงานด้วยความรักเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ตรงกันข้ามพวกเขาตระหนักว่าการเกิดมาเป็นชาวกรีกมีหน้าที่ที่จะต้องแต่งงานและผลิตทายาท พ่อจะเป็นคนจับคู่แต่งงานให้กับลูกชายและลูกสาว หลายครั้งที่ลูกๆ จะถูกจับหมั้นหมายกันไว้ตั้งแต่เล็กๆ จนกว่าจะโตพอที่จะมีครอบครัวได้ เด็กผู้หญิงจะออกเรือนเมื่ออายุราว 15 ปี ส่วนเด็กผู้ชายนั้นแค่ 13 ปีเท่านั้น และเมื่อแต่งงานแล้วพวกเขาถูกคาดหวังว่าจะต้องมีทายาทให้ไวที่สุด ทายาทของพวกเขาเมื่อเติบโตมาก็จะไปเป็นทหาร คนงาน และสร้างครอบครัวรุ่นถัดไป

WIKIPEDIA PD

3. ในกรีกโบราณการหย่าสามารถทำได้ด้วย 3 วิธีดังนี้ วิธีแรกสามีขับไล่ภรรยาออกจากบ้าน สามีจะส่งภรรยากลับไปยังบ้านของเธอพร้อมสินสอดทองหมั้น เท่านี้ก็เป็นอันว่าชีวิตการแต่งงานจบสิ้นลง

วิธีที่สองถ้าหากภรรยาต้องการจบชีวิตคู่ ก็สามารถทำได้หลังจากที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ แต่ถ้าหากเธอทิ้งสามีกลับบ้านไปเสียดื้อๆ เธอจะถูกตราหน้าว่าเป็นภรรยาที่ไม่ซื่อสัตย์

และวิธีที่สามนี้เป็นเรื่องค่อนข้างธรรมดาในกรีกโบราณ หากคู่แต่งงานไม่มีทายาทเสียทีฝ่ายสามีอาจขอให้ครอบครัวของฝ่ายหญิงมารับตัวเธอคืนกลับไปหรือครอบครัวอาจให้ฝ่ายหญิงไปแต่งงานกับชายคนอื่นเพื่อหวังจะมีทายาทสืบสกุล

ในการหย่าหากว่าครอบครัวมีทายาทให้ถือว่าเด็กๆ ที่เกิดมานั้นเป็น “ทรัพย์สิน” ของฝ่ายสามี และจากเหตุผลนี้น้อยครั้งที่การหย่าจะเกิดจากฝ่ายภรรยา

WIKIPEDIA PD

4. ในกรีกโบราณผู้หญิงมักถูกวางบทบาทหน้าที่และอาชีพให้เป็นแม่ เป็นภรรยาที่คอยดูแลบ้าน ในขณะที่ผู้ชายนั้นถูกคาดหวังว่าจะทำหน้าที่ทหาร โดยเป็นข้อบังคับที่ฝ่ายชายจะต้องรับใช้ชาติเป็นเวลา 2 ปี ในเมืองของชาวสปาร์ตาอาชีพทหารนั้นมีไว้สำหรับพลเมืองเพศชายเท่านั้น

5. ผู้หญิงในกรีกโบราณไม่ได้รับการศึกษาอย่างเป็นทางการเหมือนเด็กผู้ชายที่จะถูกส่งไปโรงเรียน เด็กผู้หญิงจะได้เรียนวิธีการดูแลปรนนิบัติ การเป็นแม่บ้านโดยผ่านการสอนจากมารดา บางครอบครัวที่ร่ำรวยอาจจ้างครูพิเศษมาสอนให้ลูกสาวนั้นอ่านออกเขียนได้ แต่ส่วนใหญ่แล้วผู้หญิงก็จะไม่ได้รับการศึกษา

แต่สำหรับผู้หญิงในสปาร์ตาแล้วจะแตกต่างกับผู้หญิงชาติอื่นๆ เพราะเธอจะได้รับการศึกษาในบางเรื่องอย่างปรัชญา ตำนานเทพและวรรณกรรม แต่เด็กผู้ชายจะถูกส่งไปยังค่ายทหารเพื่อเรียนรู้การเป็นทหารและนักรบ

WIKIPEDIA PD

6. ศาสนาเป็นศูนย์กลางของวิถีชีวิตของชาวกรีกในหลายมิติ มีงานเฉลิมฉลองทุกเดือน ทุกปี มีงานเลี้ยงและการแข่งขันที่ให้ทุกคนในสังคมยกเว้นทาสเข้าร่วมได้

การบูชายัญและการถวายเป็นส่วนสำคัญพิธีกรรม การบูชายัญนั้นมีทั้งแบบที่เปื้อนเลือดและแบบไม่เปื้อนเลือด แบบที่เปื้อนเลือดนั้นจะเป็นการบูชายัญด้วยสัตว์และนำไปถวายต่อเทพเจ้า ส่วนการบูชายัญแบบไม่เปื้นเลือดจะเป็นการถวายผัก ธัญพืชใหแก่เทพเจ้าโดยมีการบูชาไว้ยังโต๊ะที่ทำพิธี เมื่อเสร็จสิ้นพิธีกรรมแล้วก็จะนำไปทิ้งให้เน่าไว้ด้านนอกบ้านหรือบริเวณที่ทำพิธี

WIKIPEDIA PD

7. ผู้ชายกรีกโบราณนั้นมิได้สนใจเบียร์เท่าไหร่นัก พวกเขาโปรดปรานการดื่มไวน์กับมื้ออาหารมากกว่า ไวน์ของกรีกโบราณนั้นมีปริมาณแอลกอฮอล์ที่มากกว่าไวน์ในปัจจุบันและยังมีรสหวานกว่ากว่าอีกด้วย และด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงเติมน้ำเล็กน้อยในไวน์ก่อนดื่ม

เรียบเรียง : SPOKEDARK.TV

COMMENTS