จากอดีตสู่ปัจจุบัน! วิวัฒนาการของ ‘ชุดเกราะ’ เครื่องป้องกันตัวในสนามรบที่มีความเป็นมานับพันปี

อาวุธนั้นถูกคิดค้นขึ้นมาพร้อมๆ กับการรู้จักใช้ไฟของมนุษย์เลยทีเดียว แรกเริ่มเดิมทีนั้นก็เป็นของง่ายๆ อย่างเช่น หินที่ถูกกะเทาะจนเป็นมีด ต่อมาก็มีการพัฒนานำหินที่กะเทาะไปติดกับไม้จนกลายเป็นขวานและหอก และมีการพัฒนาตามประสบการณ์ของมนุษย์ที่เพิ่มพูนขึ้นเป็นเวลากว่าหมื่นปี หลังจากที่มีอาวุธใช้แล้วมนุษย์ก็น่าจะเริ่มคิดว่าสิ่งที่พวกเขาใช้กันนั้นมันอันตราย (หากโดนเข้ากับตัวเอง) จึงมีการพัฒนาสิ่งที่เรียกว่า “เครื่องป้องกัน” ขึ้นมา วันนี้เราจะพาไปย้อนอดีตกับเครื่องป้องกันตัวในการสู้รบของมนุษย์ แล้วจะรู้ว่าพวกเรานั้นมาไกลจริงๆ

123RF

เครื่องป้องกันที่ถือว่าเป็นชิ้นแรกของมนุษย์สำหรับใช้ในการทำสงครามสู้รบกันนั่นก็คือ “โล่” เพื่อใช้ในการปกป้องลำตัวและใบหน้า ในช่วงแรกนั้นโล่ถูกสร้างขึ้นโดยการขึ้นโครงไม้และนำหนังสัตว์หุ้มเข้ากับโครงจากนั้นก็ทิ้งไว้ให้แห้ง ความแข็งแกร่งของมันนั้นสามารถที่จะป้องกันอาวุธประเภท ขวานหิน หรือหอกที่ใช้แทงได้ แต่ก็มีข้อเสียคือเมื่อเจอกับอาวุธแหลมๆ ที่ใช้ขว้างอย่างเช่น หอกยาว ลูกศร ก็อาจจะสามารถทะลุได้ ต่อมาหลังจากที่มนุษย์รู้จักการแปรรูปโลหะมาใช้ก็ทำให้ประสิทธิภาพของโล่นั้นเพิ่มขึ้นสามารถป้องกันอาวุธหนักๆ ได้ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความสามารถในการเคลื่อนไหวที่ลดลง

หลังจากที่มนุษย์เริ่มรู้จักกับการแปรรูปโลหะ เทคโนโลยีใหม่ที่ตามมาสำหรับการป้องกันก็คือการเพิ่มโลหะเข้ามาในเสื้อผ้า เช่นการเพิ่มแผ่นเหล็กมาบนหมวกที่ทำจากหนังสัตว์ หรือการเย็บเข้ากับเสื้อผ้า โลหะชนิดแรกที่นำมาติดบนเสื้อผ้าหรือหมวกนั่นก็คือทองแดง จุดประสงค์ของการเพิ่มโลหะเข้ามาในยุคแรกนัั้นไม่ใช่การป้องกันให้ “ฟันแทงไม่เข้า” แต่เป็นการเบี่ยงทิศทางของอาวุธให้แฉลบออกเท่านั้น เพื่อลดการบาดเจ็บให้น้อยลง

123RF

หลังจากการใช้โลหะมาเย็บติดบนเสื้อผ้า คราวนี้มนุษย์ก็เรียนรู้ที่จะนำโลหะมาทำเป็นชุดด้วยการขึ้นรูปให้เป็นชิ้นและนำมาร้อยติดกันด้วยเชือกที่ทำจากทองแดง เกราะในลักษณะนี้มีชื่อเรียกว่า “Lamellar” ถือว่าเป็นชุดเกราะแบบที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นในยุโรปหรือแม้กระทั่งในประเทศจีนหรือญี่ปุ่น เกราะชนิดนี้มีประสิทธิภาพในการป้องกันสูงกว่าแบบเดิมเพราะเป็นโลหะทั้งชุด สามารถสะท้อนอาวุธประเภทใช้ฟันได้โดยที่ผู้ใส่ไม่ได้รับบาดเจ็บมากนัก แต่ก็มีข้อเสียอยู่ตรงที่น้ำหนักที่เยอะพอสมควร และตามข้อต่อบริเวณรักแร้ นั่นเปิดโล่งจนเป็นเหตุให้กลายเป็นจุดอ่อนได้

123RF

ต่อมาไม่นานจึงได้มีการพัฒนาเกราะขึ้นมาอีกชนิดหนึ่งเพื่ออุดจุดอ่อนนั้น โดยเกราะชนิดนี้คือ Chainmail หรือเกราะโซ่ถักที่ทำมาจากการนำห่วงเล็กๆ มาเชื่อมกันให้กลายเป็นเสื้อ ซึ่งชุดเกราะชนิดนี้กลายมาเป็นเกราะที่มีประสิทธิภาพกว่า Lamellar เพราะสามารถยืดหยุ่นและเคลื่อนไหวได้สะดวกกว่าแถมยังทำให้อาวุธที่ใช้การฟันเป็นตัวทำลายให้แฉลบออกไปจนแทบจะเรียกได้ว่าฟันไม่เข้าเลยก็ว่าได้ แต่ใช่ว่าจะไร้เทียมทาน ชุดเกราะประเภทนี้แพ้อาวุธที่ใช้แทงและทุบ ซึ่งถ้าโดนไปทีนี่รับร้องมีช้ำในอย่างแน่นอน

และด้วยการพัฒนาของเกราะที่ต้องการจะพัฒนนาเพื่อมาอุดจุดอ่อนของเกราะโซ่ถักก็คือ “Plate Armor” หรือ “เกราะแผ่น” เกราะที่เรียกได้ว่าเป็นเกราะสุดยอดของการคิดค้นชุดเกราะของมนุษย์เลยก็ว่าได้ โดยเริ่มใช้กันในช่วงศตวรรษที่ 15 ทำมาจากโลหะทั้งแผ่น ยึดด้วยการล็อกเข้าด้วยกัน เกราะชนิดนี้มักจะใช้สวมทับเกราะโซ่ถัก ทนทานต่อการโจมตีของอาวุธประเภทฟัน เรียกได้ว่าถ้าจะฟันให้คนในเกราะเป็นแผลนี่ต้องใช้พลังมหาศาล แต่การป้องกันก็ต้องแลกมากับความสามารถในการเคลื่อนไหวที่ลดลง และแพ้อาวุธประเภททุบเช่นกัน (แต่ต้องใช้แรงกระแทกมากพอสมควร)

123RF

“Plate Armor” นั้นถูกใช้อย่างยาวนาน มีการเปลี่ยนแปลงก็แค่การลดจำนวนชิ้นที่ใส่ลง อาจจะเหลือเพียงแค่ช่วงอกและหมวกเท่านั้นเพื่อให้สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างถนัด เกราะชนิดนี้ถูกใช้จนถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 เลยทีเดียว

ปัจจุบันชุดเกราะนั้นได้ถูกเปลี่ยนแปลงรูปแบบโดยสิ้นเชิง กลายมาเป็นเกราะกันกระสุนหรือเกราะเต็มตัวสำหรับใช้ในการควบคุมฝูงชนที่ทำมาจากวัสดุเส้นใยและเซรามิคหรือเคฟลาร์ ที่มีน้ำหนักเบากว่าเป็นสิบกิโลกรัม เรียกได้ว่ากว่าจะมาถึงปัจจุบัน เสื้อเกราะนั้นผ่านเวลามานานนับเป็นพันๆ ปี จนสามารถเรียกได้ว่านี่คือวิวัฒนาการเลยก็ว่าได้

เรียบเรียง : SpokeDark.TV

COMMENTS