‘เผาให้ตายทั้งเป็น’ การประชีวิตของเหล่านักล่าอาณานิคม ที่หยิบยื่นความตายให้กับชนพื้นเมืองอย่างโหดร้ายทารุณ สยองขนาดไหน? ดู

ย้อนกลับไปในสมัยศตวรรษที่ 15 ในยุคนั้นการเดินทางเพื่อค้นหาอาณานิคมใหม่ๆ เป็นเรื่องที่ประเทศมหาอำนาจทำกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน เรียกได้ว่าแข่งกันเป็นกิจกรรมหลักเลยก็ว่าได้ และสิ่งที่มาพร้อมกับการล่าอาณานิคมนั้นก็คือพฤติกรรมที่โหดร้ายของบรรดาประเทศผู้ล่าอาณานิคมที่นิยมทำกับชนพื้นเมือง

SITES.AUSTINCC.EDU

ในทวีปอเมริกาช่วงหลังการค้นพบของคริสโตเฟอร์ โคลัมบัสก็เป็นอีกดินแดนหนึ่งที่ประเทศมหาอำนาจอย่าง “สเปน” พากันพาเหรดเข้ามาสำรวจเพื่อหาทรัพยากร เช่น เครื่องเทศ ทองคำ เพื่อกลับไปยังประเทศแม่ และพวกเขามองว่าชาวพื้นเมืองหรือที่เรียกกันจนติดปากว่า “อินเดียน” นั้น เป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่ต่ำกว่าพวกเขา เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นต้องให้เกียรติกันในฐานะมนุษย์ การกระทำอย่างป่าเถื่อนต่อชนพื้นเมืองจึงเริ่มต้นขึ้น

SITES.AUSTINCC.EDU

วิธีการทรมานชาวอินเดียนในแบบฉบับของชาวสเปนหลังจากบุกยึดเมืองได้แล้วนั้นก็มีหลายวิธี เช่น การควักเอาทารกที่อยูในท้องออกมาเหวี่ยงแล้วโยนให้เป็นอาหารของหมาน้อยที่เอามาด้วย หรือไม่ก็จับเด็กทารกเหวี่ยงฟาดเข้ากับต้นไม้จนตายอย่างทรมาน

SITES.AUSTINCC.EDU

แต่ที่ดูเหมือนว่าจะถูกกล่าวขานว่าโหดเหี้ยมแค่ไหนเห็นทีจะเป็นวิธีการทรมานผู้ใหญ่ด้วยการเผาทั้งเป็น แต่ไม่ใช่จะเผากันแบบธรรมดา วิธีนี้ภายหลังถูกเรียกว่า “พิธีกรรมบูชาซาตาน” โดยจะทำการจับผู้โชคร้ายมาแล้วต้อนให้ขึ้นไปบน “ตะแลงแกง” ที่ทำเอาไว้ โดยยกเหนือจากพื้นประมาณ 2 เมตร จากนั้นก็นำนักโทษที่มัดมือไพล่หลังไว้เรียบร้อยมาผูกเชือกที่คอแล้วดึงขึ้นจนให้อยู่ในท่ายืนเขย่ง หลังจากนั้นชาวสเปนก็จะทำการ “จุดไฟ” ขึ้นและยืนลุ้นกันว่านักโทษคนไหนจะตายก่อนและหลายๆ ครั้งก็มีการพนันด้วยเช่นกัน ซึ่งวิธีนี้เหยื่อจะทนได้ไม่เกิน 3 นาที ส่วนใหญ่จะตายเพราะขาดอากาศหายใจจากควันที่มาจากกองไฟมากกว่าการถูกไฟคลอกตาย (แต่ก็ถือว่าทรมานมากๆ อยู่ดี) ว่ากันว่ามีชาวอินเดียนพื้นเมืองถูกฆ่าไปเกือบ 2 ล้านคน โดยเฉพาะชาวแอซเทคนั้นสูญสิ้นกันไปเลยทีเดียว และเรื่องนี้ก็กลายเป็นตำนานความอัปยศหน้าหนึ่งแห่งประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติที่โหดร้ายไม่แพ้การสังหารหมู่ของนาซีเลยทีเดียว

เรียบเรียง: SpokeDark.TV

COMMENTS