เกร็ดสาระน่ารู้ใน ‘Battle of Mogadishu’ เบื้องหลังที่ภาพยนตร์ดัง ‘Black Hawk Down’ อาจไม่ได้กล่าวถึง

หลายคนอาจจดจำภาพการรบระหว่างหน่วยรบพิเศษของสหรัฐฯ และกองกำลังทหารโซมาเลียในภาพยนตร์เรื่อง Black Hawk Down (2001) ภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกออกฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วสหรัฐฯ หลังจากเหตุการณ์ 11 กันยายน เพียงไม่นาน เนื้อหาส่วนใหญ่ในภาพยนตร์นั้นได้เชิดชูความร่วมมือร่วมใจและสามัคคีของทหารสหรัฐฯ ที่ต่อสู้เพื่อกันและกัน และจะไม่ยอมทิ้งใครไว้เบื้องหลัง ดั่งคำโปรยของภาพยนตร์ในวันที่ออกฉาย

อย่างไรก็ตาม ในเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นนั้น มีหลายสิ่งที่ภาพยนตร์อาจไม่ได้กล่าวถึง หรือไม่ได้เปิดเผยข้อมูลทั้งหมด เราจึงรวบรวมเกร็ดสาระที่น่าสนใจในการรบที่โมกาดิชูเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ค.ศ.1993 มาให้ได้อ่านกัน

WIKIPEDIA PD

1. มีเฮลิคอปเตอร์ Black Hawk ถูกทหารโซมาเลียสอยร่วงก่อนถึงวันรบจริง

หลายคนอาจจดจำเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงแบบ Black Hawk รุ่น UH-60 สองลำตกในวันที่หน่วยรบพิเศษถูกส่งไปยังกรุงโมกาดิชู เมืองหลวงของประเทศโซมาเลีย แต่ย้อนกลับไปก่อนหน้าเพียงไม่วันก่อนถึงวันดีเดย์ กองกำลังทหารโซมาเลียได้ใช้จรวด RPG ยิงเฮลิคอปเตอร์ Black Hawk ของกองทัพสหรัฐฯ ที่ไม่ได้ขึ้นตรงกับหน่วยรบพิเศษเรนเจอร์ แต่เป็นเฮลิคอปเตอร์ของหน่วยพลร่มที่ 101 จนมีลูกเรือเสียชีวิต 3 นาย ความจริงหน่วยเรนเจอร์ควรนำเรื่องนี้มาเป็นบทเรียน แต่พวกเขาเชื่อมั่นในประสิทธิภาพการรบและยุทโธปกรณ์ของตนเองมากไปจนเกิดความผิดพลาดในภายหลัง

WIKIPEDIA CC0

2. รู้จัก ‘กองพลภูผาที่สิบ’ พระเอกตัวจริงอีกคนที่ (เกือบ) ถูกลืม

ในภาพยนตร์เรื่อง Black Hawk Down แสดงให้เห็นถึงการต่อสู้กับทหารบ้านนับพันของโซมาเลียโดยหน่วยเรนเจอร์และหน่วยเดลต้าฟอรซ์เป็นหลัก แต่ความเป็นจริงแล้ว กองพลภูผาที่ถูกพูดถึงในช่วงท้ายของภาพยนตร์ในฐานะผู้ช่วยพาสมาชิกของหน่วยรบพิเศษออกมาจากสนามรบร่วมกับกองกำลังสหประชาชาตินั้นมีบทบาทไม่น้อยไปกว่ากัน กล่าวคือพวกเขามีบทบาทมาตั้งแต่การรบในช่วงแรกที่โซมาเลีย และเคยปะทะกับทหารโซมาเลียมาแล้วระหว่างภารกิจค้นหาและทำลายฝ่ายข้าศึกในช่วงเดือนกันยายน ก่อนหน้าการบุกกรุงโมกาดิชูของหน่วยรบพิเศษของสหรัฐฯ เพียงไม่นาน

3. Mogadishu Mile

ไม่แน่ใจว่าข้อนี้จะเป็นการสปอยภาพยนตร์หรือเปล่า? แต่หากจำกันได้ ในช่วงท้ายของภาพยนตร์ หน่วยรบพิเศษของสหรัฐฯ ต้องวิ่งหนีออกมาจากจุดที่เฮลิคอปเตอร์ตกใจกลางเมืองเพื่อกลับไปยังสนามฟุตบอลที่เป็นฐานที่มั่นของฝ่ายสหรัฐฯ แต่ในความเป็นจริงแล้ว หน่วยรบพิเศษของสหรัฐฯ ต้องเดินเร็วตีคู่ไปกับยานเกราะของกองกำลังสหประชาติและกองพลภูผา แต่เมื่อเดินเร็วไปได้สักพัก ขบวนยานเกราะก็ออกตัวไปเร็วจนหน่วยรบพิเศษที่อ่อนล้าจากการสู้รบเดินตามไม่ทัน จนถูกทหารโซมาเลียที่ตามหลังมาไล่ยิงด้วยปืนเล็กยันจรวดต่อต้านรถถัง หน่วยรบพิเศษที่ตกขบวนเลยต้องยิงสู้พลางถอยพลางเป็นระยะทางหลายไมล์ เป็นเหตุให้มีทหารหลายคนได้รับบาดเจ็บ กว่าจะถึงสนามฟุตบอลที่เป็นจุดถอนกำลัง ก็กินระยะเวลาไปเกือบหนึ่งชั่วโมง ทหารสหรัฐฯ หลายคนอยู่ในสภาพอิดโรยจากการขาดน้ำ ความเหนื่อยล้า และได้รับบาดเจ็บระหว่างถอนกำลัง

WIKIPEDIA PD

4. ความสูญเสียในโซมาเลียเป็นสิ่งที่รับไม่ได้

การรบที่กรุงโมกาดิชู เป็นหนึ่งในยุทธการที่ฝ่ายสหรัฐฯ มองว่าได้ไม่คุ้มเสีย เนื่องจากพวกเขาประเมินศักยภาพของฝ่ายทหารโซมาเลียไว้ต่ำเกินไป และอาวุธยุทโธปกรณ์ที่นำมาใช้ในการรบครั้งนี้ถูกระบุว่า ‘อำนาจการยิง’ ไม่เพียงพอที่รับมือกับทหารโซมาเลียนับพันนับหมื่นคนได้ จนเป็นเหตุให้ทหารสหรัฐฯ ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตไปหลายคน จนทำให้กองทัพสหรัฐฯ ได้เรียนรู้ว่าพวกเขาจำเป็นต้องเรียนรู้เรื่องการปรับสมดุลเรื่องคุณภาพและปริมาณของอาวุธยุทโธปกรณ์ในการรบเสียใหม่ เว้นเสียแต่ว่ากองทัพสหรัฐฯ และองค์การสหประชาชาติต้องการเพิ่มอาวุธยุทโธปกรณ์เพิ่มเข้าไปอีก ซึ่งจะเป็นการเพิ่มความสุ่มเสียงในการจำกัดขอบเขตของการปฏิบัติหน้าที่ในการรบไปในที่สุด

5. หลังเหตุการณ์การสู้รบที่กรุงโมกาดิชูจบลง รัฐบาลสหรัฐฯ เตรียมใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด

ไมเคิล ดูแรน เป็นนักบินของเฮลิคอปเตอร์ Black Hawk ลำที่สอง ทีถูกทหารโซมาเลียสอยร่วง เขาถูกจับกุมตัวเป็นเชลยอยู่นาน 11 วัน ภายหลัง โรเบิร์ต โอ๊คลีย์ เจ้าหน้าที่ทางการทูตของสหรัฐฯ ถูกส่งตัวไปเจรจากับทหารโซมาเลียเพื่อขอตัวดูแรนกลับมา เขาได้ยื่นคำขาดว่าถ้าหากฝ่ายโซมาเลียไม่ยอมปฏิบัติตาม กองทัพสหรัฐฯ จะระดมกำลังพลครั้งใหญ่เพื่อมาถล่มเมืองแห่งนี้ให้ราบเป็นหน้ากลอง

WIKIPEDIA PD

ในตอนนั้นทำเนียบขาวได้สั่งให้มีการระดมยานเกราะBradley และ รถถังประจัญบาน Abram เสริมเข้าไปในโซมาเลีย พร้อมกับระดมทหารราบ และเครื่องบิน AC-130 Spectre พร้อมกับหน่วยรบพิเศษที่เดินทางมาพร้อมกับเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln เพื่อเตรียมทำสงครามแตกหักกับทหารโซมาเลีย ถ้าหากพวกเขาไม่ยอมปล่อยตัวดูแรน

เมื่อเห็นว่าสหรัฐฯ ยื่นคำขาด ทหารโซมาเลียจึงยอมปล่อยตัว ไมเคิล ดูแรน ออกมาแต่โดยดี เพราะไม่ต้องการเผชิญหน้ากับแสนยานุภาพทางทหารที่แท้จริงของฝ่ายสหรัฐฯ นั่นเอง

เรียบเรียง : SPOKEDARK.TV

COMMENTS