รักทรหด! ส่องธรรมเนียมการแต่งงานสุดแปลกจากทั่วโลก กว่าจะเสร็จสะบักสะบอมกันถ้วนหน้า

1. ในช่วงยุคกลางของยุโรป ที่ฝรั่งเศสมีประเพณีที่เรียกว่า Charivari หรือ Shivaree  หากมีคู่แต่งงานที่เป็นคนอายุน้อยๆ เพื่อนและครอบครัวจะรวมตัวกันมาที่บ้านของคู่แต่งงานหมาดๆ มาเคาะหม้อเคาะไหเคาะกระทะ ตะโกนและร้องเพลงสลับกัน คู่แต่งงานใหม่จะต้องออกมาต้อนรับพวกเขาพร้อมนำขนมและน้ำดื่มออกมา หรือบางครั้งอาจจะต้องมีการให้เงินเพื่อให้พวกเขากลับออกไปเสีย

WIKIPEDIA PD

หรือในกรณีที่สุดขั้วหากคู่แต่งงานไม่ออกมาต้อนรับพวกเขาก็จะบุกเข้าไปในบ้านพร้อมกับลักพาตัวเจ้าบ่าวและนำไปปล่อยไว้ที่ห่างไกลในสภาพที่อาจจะเปลือยเปล่า

หรืออีกกรณีคือหญิงหม้ายที่แต่งงานใหม่เร็วเกินไป เพื่อนบ้านก็จะมาก่อกวนในคืนวันแต่งงาน แต่อย่างไรประเพณีนี้มีจุดประสงค์เพื่อความสนุกสนานเท่านั้น

2. ที่มอริเตเนีย ผู้หญิงยิ่งอ้วนก็ยิ่งมีเสน่ห์ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมพ่อแม่ถึงได้ส่งลูกสาวอายุเพียง 5 ขวบไปยังค่ายขุนน้ำหนักในช่วงฤดูร้อนเพื่อเพิ่มน้ำหนักให้แก่ลูกตั้งแต่ยังเล็กๆ ประเพณีนี้เรียกว่า Leblouh

โดยเด็กๆ จะต้องกินอาหารในปริมาณมาก โดยเชื่อว่าวันนึงจะได้รับพลังงานจากอาหารมากถึง 16,000 แคลอรี่ต่อวัน โดยมีความเชื่อว่าผู้หญิงยิ่งตัวใหญ่ยิ่งจะอยู่ในใจสามีได้มากขึ้นเท่านั้น และยังแสดงถึงความร่ำรวยของฝ่ายชายที่สามารถเลี้ยงภรรยาได้เป็นอย่างดี ผู้หญิงยิ่งตัวใหญ่จะยิ่งเพิ่มโอกาสในการมีคู่ครองมากขึ่น

WIKIPEDIA CC STEPGANIE COMFORT

3. “Blackening” เป็นประเพณีการแต่งงานดั้งเดิมของชาวสกอตแลนด์ที่จัดขึ้นในวันก่อนแต่งงานเพื่อแสดงถึงความยากลำบากของการแต่งงาน เจ้าบ่าวและเจ้าสาวจะต้องถูกราดด้วยสิ่งที่ชวนให้อาเจียนอย่างอาหารบูด นมบูด โคลน หรือแป้งโดยครอบครัวและเพื่อนฝูง หลังจากนั้นจะถูกมัดกับต้นไม้หรือถูกพาขึ้นรถกระบะแห่ไปรอบๆ เมือง

123RF

ประเพณีนี้เชื่อว่าถ้าหากคู่รักสามารถผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกันได้ ก็จะสามารถผ่านเรื่องยากลำบากในชีวิตคู่ในอนาคตได้เช่นกัน ประเพณีนี้มักจัดขึ้นที่ชนบททางตะวันออกเฉียงเหนือของสกอตแลนด์

4. มีธรรมเนียมของกลุ่มชาติพันธุ์ทูเจียที่ประเทศจีนที่เจ้าสาวทุกคนจะต้องร้องไห้ในงานแต่งงาน เพื่อแสดงถึงความกตัญญูและซาบซึ้งต่อพ่อแม่และครอบครัว ถ้าหากเจ้าสาวไม่ร้องไห้ แขกเหรื่อจะมองว่าเป็นผู้ที่ไม่ได้รับการสั่งสอน

WIKIPEDIA CC 贵州省土家学研究会

เจ้าสาวจะต้องฝึกร้องไห้นานนับเดือนก่อนจะถึงวันแต่งงาน โดยจะฝึกร้องไห้แบบมีน้ำตาและคร่ำครวญวันละชั่วโมงในตอนกลางคืน หลังจากฝึกได้สิบวันแม่และยายของเจ้าบ่าวตลอดจนญาติผู้หญิงจะเข้ามาร่วมชมด้วย น้ำตานั้นไม่ได้แสดงถึงความเสียใจแต่หมายถึงความสุขและความหวัง แต่ปัจจุบันธรรมเนียมนี้ไม่ค่อยได้มีการปฏิบัติอีกต่อไป

5. กลุ่มชาติพันธุ์ Tidung บนเกาะบอร์เนียวมีธรรมเนียมไม่ให้คู่รักที่เพิ่งแต่งงานเข้าห้องน้ำเป็นเวลาสามวันหลังจากแต่งงาน โดยเจ้าสาวและเจ้าบ่าวจะต้องอั้นปัสสาวะและอุจจาระไว้ ถ้าหากว่าเกิดทนไม่ไหวไปเข้าห้องน้ำในช่วงนี้เชื่อกันว่าจะนำโชคร้ายมาสู่ครอบครัวหรือลูกที่จะเกิดมาโดยอาจเสียชีวิตตั้งแต่วัยเยาว์

123RF

โดยในช่วงเวลาที่ห้ามเข้าห้องน้ำนี้ คู่บ่าวสาวจะถูกจับตามองโดยครอบครัว และพวกเขายังนำอาหารและเครื่องดื่มมาให้ในปริมาณอันน้อยนิด หลังจากผ่านช่วงเวลาสามวันนี้ไปได้ก็จะได้รับอนุญาตให้อาบน้ำและใช้ชีวิตได้ตามปรกติ

123RF

6. วิธีหาฤกษ์วันแต่งงานคงไม่มีใครจะเกินไปกว่าชาว Daur ในมองโกเลียอีกแล้ว เพราะคู่แต่งงานจะลงมีดฆ่าลูกไก่และดูอวัยวะภายใน ถ้าตับไก่นั้นอยู่ในสภาพสมบูรณ์สุขภาพดี ทั้งคู่จะสามารถกำหนดวันแต่งงานได้ แต่ถ้าตับมีสภาพไม่สมบูรณ์หรือดูสุขภาพไม่ดี ทั้งคู่จะต้องทำการฆ่าลูกไก่ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอลูกไก่ตัวที่ตับแข็งแรง

WIKIPEDIA CC JACK-Z

7. การถุยน้ำลายใส่ใครนั้นโดยปกติแล้วหมายถึงการดูถูก เหยียดหยาม แต่สำหรับชาวเผ่ามาไซแล้วนั้นแตกต่างออกไป เพราะเมื่อมีการกำหนดวันแต่งงานเกิดขึ้น ผู้ใหญ่จะไปถุยน้ำนมใส่หน้าบ้านของเจ้าสาวในระหว่างการดำเนินงาน

เจ้าสาวจะแต่งงานตัวใส่ชุดสีสันสดใส มีสร้อยคอที่ทำจากเปลือกหอยและลูกปัด หัวจะถูกโกนและใส่ด้วยไขมันแกะ พ่อเจ้าสาวจะถุยน้ำลายใส่หัวและหน้าอก โดยเชื่อว่าจะนำพาอนาคตที่ดีมาให้ในชีวิตการแต่งงาน

เรียบเรียง : SPOKEDARK.TV

COMMENTS