เปิดโซนอันตราย! พบกับวิธีการวัดความลึกของก้นทะเลจากอดีตถึงปัจจุบัน จุดลึกที่สุดในโลกลึกแค่ไหน มีอะไรอยู่ตรงนั้นบ้าง ไปดู

แม้ว่ามนุษย์จะก้าวหน้าจนสามารถที่จะพุ่งออกสู่อวกาศเพื่อไปสำรวจโลกที่เราไม่รู้จักที่มีระยะทางเป็นล้านกิโลเมตรได้ แต่ทว่าบนโลกใบนี้นั้นมนุษย์กลับยังไม่สามารถที่จะเดินทางลงไปใต้มหาสมุทรที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าเราได้สักที ดังนั้นสิ่งที่ลึกลับที่สุดที่มนุษย์ยังไม่ค้นพบก็คือมหาสมุทรบนโลกเนี่ยแหละ ในอดีตนั้นการวัดระยะความลึกของก้นมหาสมุทรจะใช้เครื่องมือง่ายๆ อย่างการใช้เส้นลวดที่ทำมาเพื่อใช้สำหรับการวัดความลึกของทะเลโดยเฉพาะ เวลาที่จะวัดก็จะผูกลวดเข้ากับลูกตุ้มที่มีน้ำหนัก จากนั้นก็ค่อยๆ หย่อนลงไปให้ถึงก้นทะเล เมื่อลูกตุ้มสัมผัสกับพื้นใต้ทะเลแล้วก็จะทำการจดบันทึก วิธีนี้ใช้ได้ผลในระดับหนึ่งเท่านั้น แต่ไม่ค่อยแม่นยำเพราะลวดอาจจะถูกกระแสน้ำพัดทำให้ลูกตุ้มลงไม่ตรงจุด ต่อมาเมื่อเทคโนโลยีโซนาร์มีความทันสมัยขึ้น มนุษย์จึงได้นำเทคโนโลยีนี้มาใช้ในการวัดความลึกของทะเล ซึ่งมีหลักการง่ายๆ คือการปล่อยคลื่นโซนาร์ออกไปตรงจุดที่ต้องการวัดและรอให้คลื่นสะท้อนกลับมา ก็จะได้ข้อมูลและนำมาวิเคราะห์ผ่านเครื่องทำให้รู้ถึงความลึกที่วัดได้

123RF

จุดที่เป็นก้นทะเลที่ลึกที่สุดในโลกนั้นมีชื่อว่า “ร่องลึกมาเรียนา” อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิก มีชื่อเรียกตรงจุดก้นทะเลว่า “Challenger Deep” สามารถวัดความลึกได้เกือบ 11 กม. ถ้าเปรียบเทียบกับสถานที่บนโลกจะสูงกว่าเทือกเขาเอเวอร์เรส 1.6 กม. บริเวณนี้ลึกซะจนแสงอาทิตย์ส่องลงไปไม่ถึง เคยมีมนุษย์ลงไปสำรวจพบว่าบริเวณจุดที่ลึกที่สุดนั้นมีอุณหภูมิประมาณ 1-3 องศาเซลเซียส และบรรดาสัตว์ที่อาศัยอยู่ก้นทะเลนั้นมีแต่สัตว์ประเภทกุ้งและหนอนและจุลินทรีย์ที่ยังไม่เคยพบเป็นจำนวนมาก การที่ลงไปนั้นถือว่าเสี่ยงอันตรายเป็นอย่างมากเพราะแรงดันน้ำที่มากกว่า 1,000 เท่า เรียกได้ว่าการสร้างยานเพื่อไปอวกาศนั้นง่ายกว่าสร้างให้ลงไปในทะเลกว่าเยอะ ถ้าเรือดำน้ำที่แข็งแรงไม่พออาจจะทำให้ทั้งคนและเรือแบนเป็นปลาหมึกบดเลยก็ได้

เรียบเรียง: SpokeDark.TV

COMMENTS