ย้อนอดีตวลีที่แสนเจ็บปวด ‘ขี้โรคแห่งเอเชีย’ ที่ทำให้วันนี้ชาวจีนกลายเป็นหนึ่งในมหาอำนาจของโลก

ประเทศจีนภายใต้การปกครองของราชวงศ์ชิงนั้นมีความยิ่งใหญ่มาก ทว่าเมื่อกาลเวลาผ่านไป คนในราชสำนักยังคงทะนงตน คิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของโลกและจักรวาล รวมถึงเหยียดหยามชนชาติอื่นๆ เพราะคิดว่าพวกเขาต่ำต้อยกว่า ไม่เปิดโอกาสในการค้าขาย คบค้าสมาคม ไม่ยอมรับวัฒนธรรมและเทคโนโลยีจากตะวันตกมาใช้พัฒนาประเทศ

WIKIPEDIA PD

ช่วงปลายศตวรรษที่ 18 ต้าชิงอนุญาตให้เมืองกวางโจวเป็นเมืองท่าเพียงแห่งเดียวที่สามารถติดต่อกับชาวต่างชาติได้ อังกฤษนำเข้าใบชาและถ้วยชามเครื่องเคลือบ ทว่าอังกฤษกลับไม่สามารถส่งออกสินค้าไปขายที่จีนได้มากเท่าที่ควร จนทำใหอังกฤษเสียดุลการค้าให้จีน ภายหลังอังกฤษจึงเริ่มนโยบายจักรวรรดินิยมด้วยการนำฝิ่นไปขายและมอมเมาให้ชาวจีนอ่อนแอ จนทำให้ชาวจีนหลายล้านติดฝิ่นจนไม่เป็นอันทำอะไร และส่งผลให้เกิดสงครามฝิ่นถึงสองครั้ง เป็นเหตุให้กองทัพต้าชิงเป็นผู้พ่ายแพ้อย่างย่อยยับ

WIKIPEDIA CC RALPH REPO

เพราะความพ่ายแพ้ในสงครามฝิ่นจึงทำให้ชาติตะวันตกเข้ามาคุกคามและเอารัดเอาเปรียบจีนมากขึ้น รวมถึงชาวญี่ปุ่น ที่กดขี่ขมเหงและเอาเปรียบคนจีนสารพัด จนมีวลีที่ว่า ‘ขี้โรคแห่งเอเชีย’ หรือ ‘คนป่วยแห่งเอเชีย’ จนนำมาสู่ความอัปยศอดสูของชาวจีนในขณะนั้น ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้มีนักปฏิวัติจำนวนมากที่ต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้น และนำพาประเทศจีนเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่าน ทั้งสงครามจากต่างประเทศ สงครามกลางเมือง ปัญหาความอดอยาก

ปัจจุบัน จีนได้ก้าวผ่านความเป็นขี้โรคแห่งเอเชียสู่การเป็นหนึ่งในมหาอำนาจโลก ทว่าชาวจีนยังคงไม่ลืมประวัติศาสตร์ในอดีต ยังมีการเรียนรู้และถ่ายทอดประสบการณ์จากคนรุ่นเก่าก่อนที่ถูกชาวตะวันตกและชาวญี่ปุ่นข่มเหงรังแก เพื่อเตือนสติคนรุ่นหลัง ว่าบรรพบุรุษของพวกเขาต้องเจอกับอะไรมาบ้าง

เรียบเรียง : SpokeDark.TV

COMMENTS