ย้อนรอย ‘รัฐประหารเมียนมา 1962’ จุดเริ่มต้นแห่งความล้าหลังของประเทศโดยนายพลเนวิน

หลังจากเมียนมาได้รับเอกราชจากอังกฤษแล้ว ก็ได้เกิดความตึงเครียดระหว่างรัฐบาลเมียนมาร์และชนกลุ่มน้อยกลุ่มต่าง ๆ ภายในประเทศ ที่ต้องการแยกตัวออกมาเป็นรัฐอิสระ โดยก่อนหน้านั้นได้มีข้อตกลงสัญญาปางหลวง ที่เมียนมาร์จะมอบเอกราชคืนให้ชนกลุ่มน้อยกลุ่มต่าง ๆ แต่มีเงื่อนไขว่าชนกลุ่มน้อยเหล่านี้ต้องอยู่รวมกับเมียนมาเป็นเวลาสิบปี จึงจะยอมให้แยกตัวออกไปได้

WIKIPEDIA PD

หลังจากนายพลอองซานถูกลอบสังหาร ก็ได้เกิดความขัดแย้งขึ้นมาเมื่อชนกลุ่มน้อยลุกฮือขึ้นมาทวงถามเอกราชของตน ในตอนนั้น นายอูนุ นายกรัฐมนตรีคนแรกของเมียนมาได้พยายามแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างชาวเมียนมาและชนกลุ่มต่าง ๆ ในปี 1958 รัฐบาลของนายอูนุไม่สามารถรักษาเสถียรภาพของประเทศเอาไว้ได้ จึงได้ขอร้องให้นายพลเนวินเข้ามาเป็นรัฐบาลรักษาการ เพื่อรอเวลาเลือกตั้งอีกครั้งในปี 1960 ซึ่งนายอูนุได้ชนะการเลือกตั้งและได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีและจัดตั้งรัฐบาลขึ้นปกครองประเทศอีกครั้ง

WIKIPEDIA PD

และในวันที่ 2 มีนาคม 1962 นายพลเนวินได้นำกองทัพยึดอำนาจรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของนายอูนุ และทำการล้มล้างรัฐธรรมนูญ พร้อมกับก่อตั้งสภาปฎิรูปที่มีสมาชิกเป็นนายทหารเกือบทั้งหมด พร้อมกับแต่งตั้งตนเองเป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมกับชูนโยบายปฏิรูปแบบสังคมนิยม จนนำมาสู่การก่อจลาจลของนักศึกษามหาวิทยาลัยในกรุงย่างกุ้ง กองทัพได้ถูกส่งไปเพื่อปราบปรามนักศึกษาเหล่านี้ด้วยความรุนแรง พร้อมกับทำลายสิ่งปลูกสร้างและอาคารเรียน ส่งผลให้สถาบันการศึกษาของเมียนมาทั่วประเทศต้องปิดการเรียนการสอนนานกว่า 2 ปี

WIKIPEDIA PD

หลังจากเหตุการณ์ปราบนักศึกษาจบลง นายพลเนวินได้กล่าวปราศรัยต่อสาธารณชนว่า “ถ้าหากความท้าทายเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อท้าทายเรา ผมมีความจำเป็นต้องประกาศว่าเราจะสู้กับดาบด้วยดาบ และสู้กับหอกด้วยหอก” ซึ่งหมายความว่านายพลเนวินพร้อมใช้นโยบายแข็งกร้าวแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน กับใครก็ตามที่คิดแข็งข้อกับเขา ไม่ว่าจากประชาชน นักศึกษา หรือชนกลุ่มน้อยกลุ่มใดก็ตาม

WIKIPEDIA PD

ภายใต้นโยบายปฏิรูปแบบสังคมนิยม ส่งผลให้เมียนมาโดดเดี่ยวตนเองจากสังคมโลก เมียนมาได้จำกัดสิทธิเสรีภาพการแสดงออกของประชาชนด้วยความเด็ดขาด การลงทุนของเอกชนถูกควบคุมโดยรัฐบาลทหาร จนทำให้กลุ่มทุนจากต่างชาติถอนตัวออกไป เมียนมาปกครองประเทศด้วยกฎอัยการศึกจนถึงปี 1974 จึงได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ด้วยเหตุนี้เอง เมียนมากลายเป็นประเทศล้าหลังและกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในโลกยุคทศวรรษที่ 1980 ไปโดยปริยาย

เรียบเรียง : SPOKEDARK.TV

COMMENTS