ย้อนร้อยคดีข่มขืนสุดสะเทือนขวัญที่ อ.พรหมพิราม หนึ่งในคดีประวัติศาสตร์ที่ยากจะลืม

จากข่าวข่มขืนสุดสะเทือนขวัญใน จ.พังงา ที่มีรายงานว่าเด็กหญิงวัย 14 ปี ถูกข่มขืนจากชายจำนวน 40 คน มานานกว่า 1 ปี ทำให้เราหวนนึกถึงหนึ่งคดีข่มขืน ที่หลายคนลืมไม่ลง ซึ่งเกิดขึ้นที่ จ.พิษณุโลก เมื่อ 40 ปีที่แล้ว โดยคดีในครั้งนั้นมีผู้ต้องหาทั้งหมด 30 คน คดีที่เรากำลังจะกล่าวถึงก็คือคดีที่ อ.พรหมพิราม ดังนั้นเราจะพาทุกคนย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2520 เพื่อระลึกถึงความโหดร้ายของมนุษย์กันอีกครั้ง

123RF

ย้อนกลับไปในวันที่ 27 กรกฎาคม 2520 เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจพบร่างของหญิงสาวรายหนึ่งถูกรถไฟทับลำตัวขาดเป็นท่อนที่ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ซึ่งในตอนนั้นข่าวนี้เป็นเพียงข่าวเล็กๆ ในหน้าหนังสือพิมพ์เท่านั้น เพราะตำรวจได้สรุปว่าการเสียชีวิตของหญิงสาวรายนี้เป็นเพราะอุบัติเหตุ จึงได้ปิดแฟ้มคดีไปท่ามกลางการตั้งข้อสงสัยมากมาย

ต่อมาคดีการเสียชีวิตของหญิงสาวรายนี้กลับมาเป็นข่าวครึกโครมอีกครั้ง เมื่อมีผู้ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการตายที่ดูมีเงื่อนงำ และภายหลังก็พบร่องรอยหลักฐานที่ชี้ชัดว่าหญิงสาวรายนี้ถูกข่มขืนก่อนที่จะถูกพบเป็นศพบนรางรถไฟอย่างที่เป็นข่าวไปก่อนหน้านี้ ดังนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับหัวกะทิของ จ.พิษณุโลกในขณะนั้น จึงได้มารวมตัวกันเพื่อรื้อแฟ้มคดีนี้ขึ้นมาใหม่ ก่อนที่สืบสวนจนสามารถตามจับผู้ต้องหาได้ 8 คน พร้อมซัดทอดว่ามีผู้ร่วมข่มขืนอีกราว 30 คน

จากคำให้การของคนร้ายกล่าวว่า ในวันเกิดเหตุเป็นวันที่มีเลี้ยงสังสรรค์ของคนในหมู่บ้าน ช่วงเวลาประมาณ 01.00 น. ระหว่างที่กำลังเดินทางกลับบ้าน หนึ่งในผู้ต้องหาได้เดินมาพบกับหญิงสาวคนดังกล่าวนอนอยู่ที่เก้าอี้สถานีรถไฟ อ.พรหมพิราม จึงได้เข้าไปพูดคุยและทราบว่าเธอถูกไล่ลงจากรถไฟเนื่องจากไม่ได้ซื้อตั๋วรถไฟ คนร้ายจึงออกอุบายทำทีว่าจะพาไปหาข้าวหาปลาให้กิน แต่สุดท้ายก็ลวงเธอไปข่มขืน

เหตุการณ์เลวร้ายไปกว่านั้น เมื่อชายคนแรกได้ไปชักชวนชายคนอื่นในหมู่บ้านให้มาข่มขืนต่อ แม้หญิงสาวรายนี้จะพยายามขอร้องว่าอย่าทำก็ตาม และคนร้ายคนสุดท้ายที่ข่มขืนได้บีบคอเธอจนเสียชีวิต จากนั้นจึงช่วยกันอำพรางคดีโดยการนำร่างที่ไร้วิญญาณของหญิงสาวรายนี้ ไปวางบนรางรถไฟให้รถไฟทับจนขาดเป็นท่อนๆ สุดท้ายทางเจ้าหน้าที่สามารถตามจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 10 คน

จากคดีดังกล่าวถูกนำมาเขียนและเรียบเรียงใหม่เป็นนวนิยายเรื่อง “คืนบาปพรหมพิราม” จากปลายปากกาของ สันติ เศวตวิมล (นามปากกา นที สีทันดร) และเคยถูกนำมาถ่ายทอดเพื่อนำเสนอใหม่ในเวอร์ชันภาพยนตร์ ซึ่งก่อนฉายก็ถูกคนในพื้นที่เกิดเหตุคัดค้านเรื่องการตั้งชื่อภาพยนตร์ที่แต่เดิมใช้ชื่อว่า “คนบาปพรหมพิราม” จนสุดท้ายทีมผู้สร้างก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “คืนบาปพรหมพิราม” แทน

สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล

จากเหตุการณ์เมื่อ 40 ปีก่อน มาสู่คดีข่มขืนสุดสะเทือนขวัญเด็กหญิงวัย 14 ปี ที่ จ.พังงา ก็สามารถสะท้อนถึงจุดต่ำสุดภายในจิตใจของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี ซึ่งเราก็ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตามตัวคนร้ายทั้งหมดมารับโทษโดยเร็วที่สุด และขอให้เหตุการณ์ที่โหดเหี้ยมแบบนี้อย่าเกิดขึ้นกับใครอีกเลย

ขอขอบคุณรูปภาพจาก สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล ด้วยนะคะ

เรียบเรียง : SpokeDark.TV

COMMENTS