‘มาดามจากนรก’ สาวใหญ่สุดวิปริตผู้ทรมานและฆ่าทิ้งทาสผิวดำนับร้อย เพียงเพื่อ…ความสะใจ

ย้อนกลับไปในประเทศสหรัฐอเมริกาก่อนที่ประธานาธิบดีลินคอล์นจะประกาศเลิกทาสในปี 1863 จนเป็นเหตุให้สหรัฐอเมริกานั้นเกิดสงครามกลางเมือง สถานะความเป็นอยู่ของคนผิวดำร่วม 3 ล้านคนนั้นต้องตกอยู่ในสถานะทาสที่ไม่มีสิทธิ์มีเสียงใดๆ ต่อสิ่งที่นายทาสนั้นได้กระทำต่อตนเอง เรียกได้ว่ามีสถานะไม่ต่างจากสัตว์เลี้ยงเลยแม้แต่น้อย

ในวันที่ 10 เมษายน 1834 ที่เมืองนิวออร์ลีนส์ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงประจำเมืองได้รับแจ้งเหตุมีควันไฟเป็นจำนวนมากลอยออกมาจากแมนชั่นที่มีชื่อว่า LaLaurie ที่มีมาดาม Delphine LaLaurie สาวไฮโซประจำเมืองเป็นเจ้าของ หลังจากเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าไปถึงที่เกิดเหตุและพังประตูเข้าไปก็ต้องพบกับภาพที่น่าสลดใจนั่นก็คือหญิงชราผิวดำถูกล่ามข้อเท้าไว้กับโซ่ติดกับเตาผิง

WIKIPEDIA PD

หลังจากเหตุการณ์สงบเจ้าหน้าที่จึงทำการสอบถามถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นโดยหญิงชราได้กล่าวกับเจ้าหน้าที่ว่าตั้งใจที่ฆ่าตัวตายเพื่อหลุดจากการทรมานของมาดาม LaLaurie ที่เลี้ยงเธอไว้เพื่อการทรมานตอบสนองรสนิยมวิปริตของตนเอง โดยหญิงชราได้ขอร้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแมนชั่นทั้งหมดเพื่อให้เห็นกับตาว่ามาดาม LaLaurie นั้นเป็นคนอย่างไร

เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบแมนชั่นที่เกิดเหตุเพื่อหาความจริง สิ่งที่พวกเขาจะพบต่อจากนี้นั้นได้สร้างความสยดสยองให้กับชาวเมืองนั่นก็คือรสนิยมวิปริตผิดมนุษย์ของเจ้าของแมนชั่นซึ่งก็คือมาดาม LaLaurie นั่นเอง

WIKIPEDIA PD

สิ่งที่เจ้าหน้าที่ได้พบก็คือภาพของทาสจำนวนกว่า 12 คนที่ถูกขังไว้บนห้องใต้หลังคา โดยพวกเขาถูกกักขังให้อยู่ภายในกรงแยกกันซึ่งไม่ต่างจากสัตว์ที่ถูกขังไว้เลยแม้แต่น้อย และที่น่าตกใจไปกว่านั้นก็คือทาสทั้ง 12 คนล้วนแต่พิกลพิการในรูปแบบที่ต่างกัน ทาสคนหนึ่งนั้นไร้แขนขาดูไม่ต่างจากหนอนตัวหนึ่ง อีกกรงหนึ่งก็แขนขาหักงอผิดรูปดูคล้ายกับขาของแมลง ที่เหลือนั้นก็มีรอยเฆี่ยนตี หรือแม้กระทั่งรอยกรีดของมีด แต่ที่สลดที่สุดก็คือร่างกายของทาสทุกคนที่ถูกขังนั้นมีรอยของการใช้ของร้อนๆ นาบที่ใบหน้าแทบทุกคน

WIKIPEDIA PD

เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องเข้ามาสอบสวนถึงความวิปริตที่เกิดขึ้นในบ้านแห่งนี้ โดยไร้เงาของมาดาม LaLaurie ที่ไม่กลับมาเหยียบเมืองอีกเลยหลังจากที่เจ้าหน้าที่พบสิ่งที่เธอทำไว้ ทาสที่ถูกพบนั้นเล่าให้กับตำรวจและนักข่าวฟังว่าพวกเขานั้นถูกขังไว้ภายในห้องใต้หลังคาเป็นระยะเวลากว่า 6 เดือน ระหว่างที่ถูกขังนั้นมาดาม LaLaurie ก็จะเข้ามาทรมานทาสพร้อมกับสามีที่รับหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้อย่างเช่นการจับทาสมัดเข้ากับหลักเพื่อให้เธอได้เฆี่ยนตีและทรมานได้สะดวก

การทรมานของมาดาม LaLaurie เริ่มตั้งแต่การเฆี่ยนระบายอารมณ์ไปจนถึงการหักแขนขาหรือตัดอวัยวะเพื่อที่จะทดลองว่าทาสจะมีชีวิตรอดได้นานเท่าไหร่กับการกระทำของเธอ การใช้แผ่นเหล็กร้อนๆ นาบไปที่ลำตัวและใบหน้านั้นทาสเล่าให้ฟังว่าเธอทำไปเพราะว่ามาดาม LaLaurie นั้นชอบกลิ่นของเนื้อที่ถูกเผาไหม้และเสียงร้องด้วยความทรมาน ซึ่งมีทาสจำนวนมากที่ทนกับการกระทำเหล่านี้ไม่ไหวและขาดใจตายไปในระหว่างการทรมานเป็นจำนวนมาก

เจ้าหน้าที่ยังพบโครงกระดูกและชิ้นส่วนร่างกายของทาสที่ถูกฝังไว้บริเวณแมนชั่นนี้เกือบ 100 ร่าง แต่ทว่ากฎหมายไม่สามารถทำอะไรเธอได้เนื่องจากเธอเป็นญาติกับผู้ว่าแห่งเมืองนิวออร์ลีน ทำให้เธอไม่ถูกจับมาดำเนินคดีแต่ก็เข้ามาลอยหน้าลอยตาในเมืองไม่ได้อีกเพราะการกระทำของเธอนั้นทำให้ผู้คนที่เคยรู้จักเธอนั้นมีแต่แขยงเมื่อได้ยินชื่อเธอ

WIKIPEDIA CC DROPD

ปัจจุบันแมนชั่นแห่งนี้ก็ยังอยู่และได้รับการขนานนามว่าเป็นสถานที่ที่ผีดุที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง มักจะมีคนที่ได้พบเหตุการณ์ประหลาดๆ มากมายทั้งเงาขนาดใหญ่ที่ดูคล้ายมนุษย์ เสียงกรีดร้องด้วยความทรมาน และเสียงที่ฟังแล้วคล้ายกับคนที่ถูกล่ามโซ่เดินไปเดินมาในแมนชั่นแห่งนี้

 

เรียบเรียง : SpokeDark.TV

COMMENTS