สรุปสงครามน้ำลายรายวัน! ‘ทรัมป์-จอง อึน’ ซัดกันนัว เหมือนเด็กทะเลาะกัน

นาทีนี้คงไม่มีศึกน้ำลายของท่านผู้นำคนใด ที่จะดุเดือดเท่ากับการปะทะคารมกันระหว่าง “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ และ “คิม จอง อึน” ผู้นำของเกาหลีเหนืออีกแล้ว ซึ่งสาเหตุเกิดขึ้นหลังจากวันที่ 3 ก.ย. ที่ผ่านมา เมื่อรัฐบาลเปียงยางได้ทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ครั้งที่ 6 และยิงขีปนาวุธพิสัยกลางข้ามเกาะฮอกไกโดของญี่ปุ่นในสัปดาห์ต่อมา ส่งผลให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ มีมติเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือให้หนักขึ้น ซึ่งวันนี้เราจึงได้สรุปการตอบโต้กันระหว่างสหรัฐอเมริกา และ เกาหลีเหนือ มาให้อ่านดังนี้

AFP

-19 ก.ย. : โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ แถลงต่อที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ที่มหานครนิวยอร์ก โดยได้เรียกร้องให้ชาติสมาชิกเพิ่มเพิ่มแรงกดดันเกาหลีเหนือให้ล้มเลิกโครงการอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมเรียก คิม จอง อึน ผู้นำของเกาหลีเหนือว่า “มนุษย์จรวดที่กำลังทำภารกิจฆ่าตัวตาย” และกล่าวว่า หากถูกบีบให้ป้องกันตนเอง สหรัฐฯ ก็อาจไม่มีทางเลือกอื่นใด นอกจากทำลายเกาหลีเหนือให้สิ้นซาก

-21 ก.ย. : รี ยอง โฮ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือ ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวตอบโต้โดนัลด์ ทรัมป์ โดยระบุว่าคำพูดของทรัมป์เหมือนเสียงหมาเห่าเท่านั้น

-22 ก.ย. : คิม จอง อึน ออกมาตอบโต้โดนัลด์ ทรัมป์ โดยการเผยแพร่ภาพสดทางโทรทัศน์ พร้อมระบุว่า การกระทำและคำพูดของโดนัลด์ ทรัมป์ ถือเป็น “การประกาศสงคราม” กับเกาหลีเหนือ และยังกล่าวอีกว่า คำพูดของโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นคำพูดที่ไม่สมควรพูดต่อที่ประชุมยูเอ็น นั่นก็แสดงให้เห็นว่า ทรัมป์เหมือนคนบ้า ที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้

AFP

-23 ก.ย. : เซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของรัสเซีย ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงประเด็นยัดแย้งระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ และคิม จอง อึน โดยเผยว่าทั้งสองผู้นำ เหมือนเด็กอนุบาลที่กำลังทะเลาะกัน พร้อมแนะนำให้ยุติการตอบโต้และหันหน้ามาคุยกันอย่างสันติวิธี

-24 ก.ย. : รี ยอง โฮ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือ กล่าวต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ตอบโต้โดนัลด์ ทรัมป์ โดยระบุว่าทรัมป์เป็นคนบ้าที่หลงตัวเอง ซึ่งการที่ผู้นำสหรัฐใช้คำเรียกคิม จอง อึน ว่า “มนุษย์จรวด” อาจทำให้เกาหลีเหลือต้องตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธเข้าไปในดินแดนของสหรัฐฯ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

AFP

-24 ก.ย. : โดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความตอบโต้ รี ยอง โฮ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือ ด้วยข้อความว่า “Just heard Foreign Minister of North Korea speak at U.N. If he echoes thoughts of Little Rocket Man, they won’t be around much longer!” เพิ่งได้ยินเรื่องที่รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีเหนือพูดในที่ประชุมยูเอ็น หากคำพูดของเขาสะท้อนความคิดของมนุษย์จรวดน้อย พวกเขาคงอยู่ได้อีกไม่นาน!”

-24 ก.ย. : ดานา ไวท์ โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ แถลงว่าได้นำเครื่องบินทิ้งระเบิดบี-วันบี แลนเซอร์ พร้อมกับเครื่องบินเอฟ-15 ขึ้นบินเหนือน่านน้ำสากลใกล้ชายฝั่งทางตะวันออกของเกาหลีเหนือ เพื่อเป็นการแสดงแสนยานุภาพและเผยให้เห็นถึงตัวเลือกทางการทหารมากมายที่สหรัฐฯ มีอยู่ในกำจัดภัยคุกคามต่างๆ

AFP

-25 ก.ย. : โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศแบนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางเข้าสหรัฐฯ ได้แก่ อิหร่าน ลิเบีย โซมาเลีย ซีเรีย เวเนซุเอลา ชาด และเกาหลีเหนือ โดยเริ่มใช้มาตรการนี้อย่างจริงจังในวันที่ 18 ต.ค. นี้ พร้อมทวีตข้อความว่า “Making America Safe is my number one priority. We will not admit those into our country we cannot safely vet.” การทำให้อเมริกาปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญอันดับ 1 เราจะไม่ยอมรับผู้ที่เราไม่สามารถตรวจสอบความปลอดภัยได้เข้ามาในประเทศ

-26 ก.ย. : ซาราห์ ฮักคาบี แซนเดอร์ส โฆษกประจำทำเนียบขาวของสหรัฐฯ แถลงว่า สหรัฐฯไม่ได้ประกาศสงครามกับเกาหลีเหนืออย่างที่ถูกกล่าวหา และขอให้รัฐบาลเปียงยางยุติการยั่วยุ ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไร้สาระสิ้นดี และถือการการกระทำของเกาหลีเหนือนั้นไม่เหมาะสมหากจะยิงเครื่องบินของประเทศอื่นในเขตน่านฟ้าสากล

เรียบเรียง : SpokeDark.TV

 

COMMENTS