เผย 10 มลพิษของโลกที่เกิดจากน้ำมือของมนุษย์

ปฏิเสธไม่ได้ว่าผลกระทบของมนุษย์ที่มีต่อสิ่งแวดล้อมนั้นเป็นหนึ่งในปัญหาที่ถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียงในแวดวงวิชาการทั่วโลกจนถึงปัจจุบัน และนี่ก็คือ 10 ปัจจัยจากน้ำมือมนุษย์ที่กำลังบ่อนทำลายโลกของเราอยู่โดยไม่รู้ตัว

1. ประชากรล้นโลก การมีประชากรมนุษย์ที่มากเกินไปย่อมไม่เป็นผลดีนัก ไม่ว่าจะเป็นอัตราความเสี่ยงเรื่องโรคระบาด และการทำฟาร์มปศุสัตว์ ที่หมายถึงต้องเบียดเบียนสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ เพื่อนำมาเป็นอาหารให้กับมนุษย์ หรือแม้กระทั่งการขุดเจาะน้ำมันหรือถ่านหินมาใช้เพื่อการอุตสาหกรรม การที่มีจำนวนประชากรมนุษย์มากเกินไป หมายถึงความเสื่อมสภาพของสิ่งแวดล้อมบนโลก

123RF

2. มลพิษ กล่าวได้ว่ามนุษย์คือตัวการสำคัญในการก่อมลพิษไปทั่วโลก มีรายงานว่าสหรัฐอเมริกาสร้างมลพิษทางอากาศสูงถึง 147 ล้านตันต่อปี นี่ยังไม่รวมถึงมลพิษทางน้ำที่เกิดจากโรงงานและบ้านเรือนของมนุษย์

123RF

3. ภาวะโลกร้อน เกิดการการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของมนุษย์สู่ชั้นบรรยากาศ รวมไปถึงการตัดไม้ทำลายป่า และการเผาเชื้อเพลิงฟอสซิล สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมของโลกจนก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน และทำให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้น จนทำให้น้ำแข็งที่ปกคลุมขั้วโลกเหนือและใต้ละลายจนเพิ่มระดับน้ำในมหาสมุทรปีละ 3.42 มิลลิเมตร และคาดว่าในปี 2100 น้ำในมหาสมุทรจะสูงขึ้นกว่าเดิมเกือบหนึ่งเมตรเลยทีเดียว

123RF

4. ภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง เมื่ออุณหภูมิของโลกสูงขึ้น (จากข้อที่แล้ว) ย่อมส่งผลต่อฤดูกาลต่าง ๆ บนโลกของเรา ในบางพื้นที่อาจพบกับฤดูหนาวที่ยาวนานกว่าปกติ และในบางพื้นที่อาจพบกับฤดูแล้งที่ยาวนานผิดปกติ รวมไปถึงภัยธรรมชาติต่าง ๆ เช่น พายุเฮอร์ริเคน ที่มีความนรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม

123RF

5. การดัดแปลงพันธุกรรม การที่มนุษย์คิดค้นการดัดแปลงทางพันธุกรรมพืชหรือสัตว์ เพื่อประโยชน์ในทางใดทางหนึ่งของมนุษย์ ย่อมส่งผลต่อความเสี่ยงในการกลายพันธุ์ หรือเกิดการต่อต้านขึ้นมา เช่นพืชที่ถูกดัดแปลงพันธุกรรมอาจมีการพัฒนาเพื่อต้านทานต่อสารกำจัดวัชพืช หรืออาจส่งผลเสียต่อร่างกายมนุษย์หากรับประทานเข้าไป

6. ความเป็นกรดในมหาสมุทร เกิดจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยลงไปในทะเล ได้ส่งผลเสียให้น้ำทะเลมีฤทธิ์เป็นกรด จนทำให้สัตว์น้ำบางชนิดไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ นอกจากนี้การที่โลกมีอุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อย ๆ ย่อมส่งผลต่อแนวประการังทั่วโลกที่ได้รับผลประทบ และแนวปะการังเหล่านี้ เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ 25 เปอร์เซ็นต์ และเป็นแหล่งผลิตอาหารที่จำเป็นต่อสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล นอกจากนี้กิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ ยังส่งผลให้แนวปะการังเหล่านี้ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง

7. มลพิษทางน้ำ ในทุก ๆ ปี มีขยะจำนวนมากกว่า 8 ล้านตัน ถูกทิ้งลงไปในแหล่งน้ำทั่วโลก ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีสิ่งปฏิกูลที่มนุษย์ปล่อยลงไปในมหาสมุทร ซึ่งมหาสมุทรเหล่านี้เป็นแหล่งผลิตก๊าซออกซิเจนที่ใหญ่ที่สุดบนโลกของเรา สิ่งปฏิกูลเหล่านี้ ประกอบไปด้วยไนโตรเจนที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในการเจริญเติบโตของพืช และแพลงก์ตอนรวมถึงสาหร่ายหากได้รับไนโตรเจนมากเกินไป อาจทำให้น้ำในแหล่งน้ำเปลี่ยนสี เนื่องจากสูญเสียออกซิเจนมากเกินไป จนก่อให้เกิดปัญหาน้ำเน่าขึ้นมาได้

123RF

8. การตัดไม้ทำลายป่า ด้วยอัตราการขยายตัวแบบทวีคูณของจำนวนประชากรมนุษย์ จึงทำให้เกิดการตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อโลกของเรา เนื่องจากผืนป่าเหล่านี้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า และเป็นแหล่งผลิตก๊าซออกซิเจนที่สำคัญที่สุดอีกแหล่งของโลก นอกจากนี้ การตัดไม้ทำลายป่า ยังส่งผลให้เกิดภาวะเรือนกระจก ที่ทำให้โลกมีอุณหภูมิสูงขึ้นอีกด้วย

123RF

9. ฝนกรด การที่มนุษย์เผ่าถ่านหิน ซัลเฟอร์ไดออกไซด์และไนโตรเจนออกไซด์จะถูกปล่อยขึ้นไปสะสมบนชั้นบรรยากาศจนก่อตัวเป็นก้อนเมฆและกลายเป็นฝนกรดที่สร้างความเสียหายบนผื้นผิวโลกด้านล่าง โดยฝนกรดเหล่านี้เป็นอันตรายอย่างมากต่อแม่น้ำลำธารและผืนป่า

123RF

10. ชั้นโอโซนที่รั่วไหล อย่างที่ทราบกันดีว่าชั้นโอโซนของโลกเราช่วยป้องกันรังสี UV ที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ และมนุษย์กำลังทำลายชั้นโอโซนเหล่านี้ด้วยการปล่อยก๊าซพิษนานาชนิดขึ้นสู่บรรยากาศ จนทำให้ชั้นโอโซนรั่วไหล จนทำให้รังสี UVสามารถเล็ดรอดเข้ามาทำอันตรายกับมนุษย์ได้

เรียบเรียง : SPOKEDARK.TV

COMMENTS