‘อนุสาวรีย์รองเท้าแตะ’ แห่งเอริเทรีย ประเทศลึกลับที่มีโรดแม็ปแต่ไม่กำหนดวันเลือกตั้ง สุดๆ ไปเลย!

หากจะพูดถึงประเทศที่มีความลึกลับ ไม่ค่อยจะเปิดเผยเรื่องราวของตนเองสู่ภายนอก ประเทศแรกที่ทุกคนนึกถึงก็น่าจะเป็นประเทศเกาหลีเหนือ แต่มีประเทศที่ลึกลับยิ่งกว่านั้น จนอาจจะเรียกได้ว่าถ้าพูดชื่อประเทศออกไปก็คงจะคิดในใจว่า “มันอยู่ตรงไหนวะ” แน่นอน

ประเทศนั้นคือ “สาธารณรัฐเอริเทรีย” ประเทศเล็กๆ ที่มีขนาดเพียง 1 ใน 4 ของประเทศไทย สิ่งที่ทำให้ประเทศนี้ดูน่าสนใจก็เพราะว่าการบริหารประเทศที่เรียกได้ว่าโคตรจะอินดี้ยิ่งกว่าเกาหลีเหนือ

ต้องย้อนกลับไปในอดีต สาธารณรัฐเอริเทรียถือว่าเป็นประเทศน้องใหม่ที่เพิ่งแยกตัวออกมาจากเอธิโอเปียและประกาศเอกราชในปี 2536 หลังจากถูกผนวกเข้าเป็นดินแดนเดียวกับเอธิโอเปียมานานกว่า 30 ปี

WIKIPEDIA PD

การแยกดินแดนของพวกเขานั้นถือว่าเป็นอะไรที่อเมซิ่งมากๆ จนพวกเขาถือว่าเป็นความภาคภูมิใจนั่นก็คือทหารของกลุ่มปลดปล่อยเอริเทรียนั้นต่างใส่รองเท้าแตะเข้าสู้รบกับทหารเอธิโอเปียที่ใส่ชุดทหารเต็มยศ สวมรองเท้าคอมแบต แต่ทหารของกลุ่มปลดปล่อยเอริเทรียก็สู้รบจนสามารถประกาศแยกตัวออกมาได้

หลังจากที่แยกตัวออกมา บรรดาผู้นำก็ปลื้มปริ่มกับการที่ทหารของตัวเองใส่รองเท้าแตะมากจึงสั่งให้สร้างอนุสาวรีย์รองเท้าแตะไว้ทั่วเมืองหลวง ซึ่งฟังดูแล้วก็น่าฮึกเหิมในฐานะที่ดูเหมือนว่าจะเป็นรองแต่ก็สามารถสร้างชาติขึ้นมาได้ ความหวังของประชาชนก็น่าจะพุ่ง ฮึกเหิมกันจนถึงขีดสุด

Flickr

แต่ทว่าหลังจากนั้นทุกสิ่งก็ดูผิดเพี้ยนไปหมด เพราะมีการสัญญาว่าจะให้มีการตั้งพรรคการเมืองเพิ่มขึ้นในอีก 4 ปีข้างหน้าพร้อมกับให้เลือกตั้ง เพราะในตอนที่เพิ่งประกาศเอกราชนั้น เอริเทรียมีพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียว ซึ่งก็เป็นของนาย Issayas Afewerki เป็นผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีชั่วคราว

แต่ด้วยการมองการไกลของประธานาธิบดี เมื่อถึงเวลาที่ได้ให้คำสัญญากับประชาชนไว้ก็ดูเงียบๆ ไป พอมีคนไปถามก็ให้เหตุผลว่า การศึกษาของประชาชนยังไม่พร้อม ยังมีไม่เพียงพอ การให้ตั้งพรรคเพิ่มและการเลือกตั้งจึงถูกเลื่อนไปอย่างไม่มีกำหนด

WIKIPEDIA PD

ก็เท่ากับว่าเอริเทรียนั้นถูกปกครองด้วยพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียวและประธานาธิบดีมีอำนาจสูงสุด ไม่ว่าจะออกคำสั่ง ออกกฎหมายอะไรทุกคนก็ต้องปฏิบัติ ซึ่งมันจะไม่เป็นปัญหาเลยถ้าผู้นำมีฝีมือ

การปกครองประเทศโดย Issayas Afewerki นั้นถือว่าเลวร้ายแบบสุดๆ เพราะไม่รู้ว่าเก่งแต่การรบเพียงอย่างเดียวรึป่าว แต่ไม่ถนัดหาเงินใดๆ เปรียบเทียบให้เห็นภาพก็เหมือนกับเป็นคนโง่ที่ถือปืน

นโยบายการหาเงินเข้าคลังของรัฐบาลจึงมีวิธี เช่น การยึดธุรกิจจากเอกชนเข้ามาบริหารเองแบบดื้อๆ แบบไม่สนใจอะไร โดยตอนแรกรัฐจะปล่อยให้เอกชนต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจ ซึ่งจะต้องทำตามคำสั่งไม่ว่าจะเป็น การบริหาร การตั้งราคา ถ้าทำแล้วเจ๊ง ก็เงียบๆ แต่ถ้าทำแล้วปัง สร้างรายได้ได้มากมายก็จะถูกยึดไปแบบดื้อๆ จนไม่มีใครกล้าไปทำธุรกิจอะไรด้วย

WIKIPEDIA CC SAIKO

ธุรกิจเดียวที่รัฐทำเป็นก็คือการเปิดเหมืองให้ประชาชนเข้าไปเป็นแรงงาน แน่นอนว่ารายได้จากการทำเหมืองก็ต้องเข้ากระเป๋ารัฐบาล

แต่ที่ดูเหมือนว่าจะพีคสุดๆ นั่นก็คือ การรีดภาษีจากชาวเอริเทรียที่ออกไปทำงานในต่างประเทศ โดยรัฐจะจัดตั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบในการ “รีด” เงินภาษีผู้ที่ออกไปทำงานนอกประเทศ โดยจะให้เจ้าหน้าที่เดินทางไปยังสถานที่ที่ชาวเอริเทรียออกไปทำงาน เพื่อเก็บเงินแบบเดลิเวอรี่ ซึ่งฟังแล้วก็เกิดคำถามว่าพวกเขารู้ได้ยังไงว่าใครทำงานที่ไหน อาจจะเป็นเพราะเอริเทรียนั้นเป็นประเทศที่เล็ก มีประชากรน้อย การจัดเก็บข้อมูลเลยเป็นไปได้ง่าย และที่มีคนยอมจ่ายก็เพราะว่ายังมีญาติๆ ที่อยู่ในประเทศนั่นเอง

ซึ่งรายได้ที่ได้มานั้น จะถูกแปรเปลี่ยนไปเป็นเงินทุนสำหรับการซืิ้ออาวุธ เพื่อใช้รบกับเอธิโอเปีย ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่ามีเงินทอน ค่าคอมมิชชั่นด้วยหรือไม่

เรียบเรียง : SpokeDark.TV
—————————————————

คลิ้กอ่าน: อินดี้สุด! ‘เอริเทรีย’ ประเทศที่เด็กชายอายุ 15 ปีขึ้นไปทุกคน ต้องเป็นทหารแบบไม่มีวันปลดประจำการ

COMMENTS