หลักฐานใหม่! นักสำรวจชี้ ‘เกาะอีสเตอร์’ เคยมีมนุษย์อาศัยอยู่นับหมื่นและคนเหล่านี้คือผู้ที่สร้างรูปปั้นปริศนาโมอาย

123RF

เกาะอีสเตอร์ (Easter Island) หรือ Rapa Nui ที่ตั้งของรูปปั้นขนาดใหญ่ “โมอาย” (Moai) ในมหาสมุทรแปซิฟิก ที่อยู่ห่างจากประเทศชิลี 3,600 กิโลเมตร เป็นหนึ่งในเกาะปริศนาที่ห่างไกลและโดดเดี่ยวที่สุดแห่งหนึ่งของโลก คำถามคือมนุษย์เหล่านี้มาอยู่บนเกาะที่ห่างไกลแห่งนี้ได้อย่างไร นักวิจัยได้ทำการตรวจสอบ พบว่าอาจมีมนุษย์เคยอยุ่บนเกาะนี้ถึง 17,500 คนเลยทีเดียว และเป็นผู้สร้างโมอายขึ้นมาด้วย

ก่อนหน้านี้นักเดินเรือชาวยุโรปได้พบเกาะแห่งนี้ในช่วงปี 1722 ในวันอีสเตอร์จนกลายเป็นชื่อของเกาะ จากบันทึกจำนวนของมนุษย์บนเกาะแห่งนี้มีอยู่ราว 1,500-3,000 คน คาดว่าอพยพมาจากอเมริกาใต้และโปลินีเซียชาวพื้นเมืองในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งมันเป็นไปได้ยากมากที่คนจำนวนเพียงเท่านี้จะสร้างรูปปั้นขนาดใหญ่ได้ถึง 900 ตัวที่อยู่บนเกาะ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ของนักโบราณคดีที่เดินทางมาเยือนเกาะแห่งนี้ภายหลังในช่วงทศวรรษที่ 18 ก็ระบุว่ามีประชากรราว 1,500 – 3,000 คนเช่นกัน นอกจากนี้ยังพบว่าเริ่มเกิดความขัดแย้งด้านทรัพยากรบนเกาะ ปัญหาอดอยาก ซึ่งทำให้เกิดการต่อสู้ทำให้ประชากรบนเกาะลดลงไปอีก

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ได้ทำการค้นคว้าถึงจำนวนที่แท้จริงของประชากรที่เคยอาศัยอยู่บนเกาะนี้ เพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับรูปปั้นโมอายกว่า 900 ตัวที่ถูกพบเพราะหากทราบจำนวนประชากรที่แท้จริงได้ก็ตอบคำถามการสร้างรูปปั้นยักษ์เหล่านี้ได้

123RF

นักวิจัยได้ทำการนำตัวอย่างดินไปวิเคราะห์แล้วจำลองพื้นที่การเพาะปลูกมันเทศ พบว่าพื้นที่ถึง 19 เปอร์เซ็นต์บนเกาะถูกนำใช้ปลูกมันเทศ ซึ่งนั้นเพียงพอที่จะเลี้ยงดูผู้คนมากถึง 17,500 คน เมื่อย้อนกลับไปก่อนที่นักสำรวจชาวยุโรปจะพบดินแดนแห่งนี้เป็นคนแรก และนี้อาจเป็นคำตอบว่าทำไมรูปปั้นโมอายเหล่านี้จึงถูกสร้างขึ้นได้มากถึง 900 ตัว เพราะมีประชากรจำนวนมากอาศัยอยู่บนเกาะนี้จึงเป็นไปได้ว่าพวกเขาจะสร้างมันขึ้นมา

ปัจจุบันเกาะอีสเตอร์กลายเป็นมรดกโลกที่อยู่ในประเทศชิลี และกลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวของชิลีที่สร้างรายได้เข้าประเทศมากเป็นอันดับต้นๆ ให้มาชมรูปปั้นโมอายทีลึกลับบนเกาะที่ห่างไกลเกาะนี้

เรียบเรียง : SpokeDark.TV

COMMENTS