นักเดินทางในตำนาน! การผจญภัยของ ‘มาร์โค โปโล’ พ่อค้าชาวเวนิสผู้เดินทางสุดขอบโลกจนถึงราชสำนักหยวน

มาร์โค โปโล คือนักสำรวจและพ่อค้าชาวเวนิส-อิตาลี และเป็นชาวตะวันตกคนแรกที่ได้เดินทางไปตามเส้นทางสายไหมร่วมกับพ่อและลุงของเขามุ่งหน้าตรงไปยังประเทศจีนในยุคราชวงศ์หยวนที่กุบไลข่านปกครองอยู่ มาร์โค โปโล ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่แผ่นดินจีนนานกว่า 17 ปี ก่อนเดินทางกลับบ้านเกิด เรื่องราวของเขาได้ถูกบันทึกไว้ในหนังสือ ll Milione หรือการเดินทางของมาร์โค โปโล

WIKIPEDIA PD

1. ตอนที่มาร์โค โปโล ออกเดินทางจากเวนิสกับนิคโคโลผู้เป็นพ่อและมัฟเฟโอผู้เป็นลุง ในตอนนั้นมาร์โค โปโล มีอายุเพียง 15 ปี โดยเหตุผลที่มาร์โค โปโล ต้องออกเดินทางไปกับพ่อ ส่วนหนึ่งเพราะความตายของผู้เป็นแม่ ด้วยเหตุนี้เอง มาร์โค โปโล ถึงต้องใช้เวลากว่า 24 ปี (รวม 17 ปี ที่มาร์โค โปโล ช่วยงานราชสำนักหยวนในแผ่นดินจีน) ในการเดินทางไปกลับจากเวนิสสู่แผ่นดินจีนในยุคราชวงศ์หยวนของกุบไลข่าน

2. มีตำนานลือกันว่า มาร์โค โปโล ได้ไอเดียทำเส้นพาสต้ามาจากเส้นบะหมี่ของจีน แต่ความจริงแล้วพาสต้าถือกำเนิดในอิตาลีก่อนที่มาร์โค โปโล จะเกิดเสียอีก อย่างไรก็ตาม แนวคิดเรื่องการใช้ธนบัตรเป็นครั้งแรกเกิดขึ้นในช่วงที่จักรวรรดิมองโกลปกครองแผ่นดินจีนราวศตวรรษที่ 13 ไม่ได้เกิดขึ้นในทวีปยุโรปก่อนแต่อย่างใด

3. หนังสือการเดินทางของมาร์โค โปโล ll Milione ไม่ได้ถูกเขียนโดยเจ้าตัว แต่หนังสือเล่มนี้ถูกเขียนโดย รัสติเชลโลแห่งปิซา ที่ได้เจอกับมาร์โค โปโล ระหว่างติดอยู่ในเรือนจำในฐานะเชลยศึก (ในช่วงนั้นเกิดสงความระหว่างเมืองเจนัวและเมืองเวนิส) โดยมาร์โค โปโล ได้เล่าเรื่องราวการเดินทางผ่านเส้นทางสายไหม การได้พบและพูดคุยกับกุบไลข่าน แต่น่าเสียดายที่สำเนาต้นฉบับได้สูญหายไป จึงทำให้เอกสารที่หลงเหลืออยู่มีข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน และเต็มไปด้วยความผิดพลาดเนื่องจากการคัดด้วยลายมือ

4. กล่าวกันว่า มาร์โค โปโล ได้รับแรงบันดาลใจมาจากนักสำรวจผู้ยิ่งใหญ่อย่าง คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ที่ออกเดินทางสำรวจ ณ ดินแดนไกลสุดขอบโลก จนได้พบกับทวีปอเมริกา ที่ได้ถูกนำมาเปรียบเทียบกับการเดินทางของมาร์โค โปโล ที่ทำให้เขาได้พบกับแผ่นดินจีนยุคราชวงศ์หยวนของกุบไลข่าน

WIKIPEDIA PD

5. ในช่วงการเดินทางของมาร์โค โปโล เขาได้กล่าวถึงแกะที่อาศัยอยู่ในหุบเขาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของอัฟกานิสถาน และเขาได้ตั้งชื่อแกะพวกนั้นว่า ‘มาร์โค โปโล’ หรือแกะของมาร์โค แต่ภายหลังได้มีนักสัตววิทยานามว่า เอ็ดเวิร์ด ไบลท์ ได้เปลี่ยนชื่อแกะตัวนี้เป็น Ovis Ammon Polii ในปี ค.ศ.1841

6. กล่าวกันว่า มาร์โค โปโล มีความรู้ด้านภาษาถึง 6 ภาษา ได้แก่ ภาษาอิตาลี, ภาษาเปอร์เซีย, ภาษาอาหรับ ,ภาษาตุรกี, ภาษาจีน และรวมไปถึงภาษามองโกเลีย ที่เขาได้ศึกษาระหว่างพักนักอยู่ในแผ่นดินจีนยุคราชวงศ์หยวนของกุบไลข่าน

WIKIPEDIA PD

7. ระหว่างพำนักอยู่ที่จีน กุบไลข่านได้แต่งตั้งให้มาร์โค โปโล เป็นทูตพิเศษ ที่มีหน้าที่รายงานเรื่องราวการเดินทางทั่วเอเชียของเขา รวมไปถึงรายงานการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเจ้าเมืองแห่งหยางโฉว

8. เดิมที กุบไลข่าน ไม่ต้องการให้ มาร์โค โปโล เดินทางกลับบ้านที่เมืองเวนิส เนื่องจากประทับใจในความสามารถของมาร์โค โปโล แต่สุดท้ายกุบไลข่านก็ยินยอมให้มาร์โค โปโล กลับบ้านได้ โดยเขาเดินทางไปกับขบวนขันหมากของโคคาชินเจ้าหญิงแห่งมองโกล ที่ต้องเดินทางไปแต่งงานกับอิลข่านที่ปกครองเปอร์เซียผู้มีศักดิ์เป็นหลานชายของกุบไลข่าน กล่าวกันว่าการเดินทางครั้งนี้เต็มไปด้วยอันตรายและมีคนเสียชีวิตระหว่างทางเป็นจำนวนมาก แต่ขบวนขันหมากของเจ้าหญิงก็เดินทางไปถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ ส่วนมาร์โค โปโล ก็แยกตัวออกไปเพื่อเดินทางกลับบ้านที่เมืองเวนิส

WIKIPEDIA PD

9. ตอนที่มาร์โค โปโล เดินทางกลับมาที่เมืองเวนิสในปี ค.ศ.1295 กล่าวกันว่าชาวเมืองไม่ได้ให้ความสนใจอะไรเกี่ยวกับตัวเขามากนัก จะรับรู้แค่เพียงมาร์โค โปโล ไปทำธุรกิจที่ต่างแดนกับครอบครัวแล้วพึ่งกลับมาถึงบ้าน ได้แต่งงานและมีลูกสาวสามคน ก่อนเสียชีวิตด้วยวัย 70 ปี

10. มีผู้ออกมาโต้แย้งเกี่ยวกับการเดินทางของมาร์โค โปโล ว่าไม่ใช่เรื่องจริง โดยกล่าวว่ามาร์โค โปโล ไม่เคยเดินทางไปยังประเทศจีนผ่านเส้นทางสายไหม อย่างมากที่สุดเขาก็น่าจะไปได้ไกลแค่ทะเลดำ ส่วนเรื่องราวการผจญภัยทั้งหลายในหนังสือ ll Milione เป็นเพียงการดัดแปลงเรื่องราวที่เขาได้ฟังมาจากคนอื่นเท่านั้น แต่ก็มีฝ่ายสนับสนุนออกมาแย้งว่า เขาได้เดินทางไปพบกุบไลข่านจริง เพราะจากข้อมูลในหนังสือได้แสดงให้เห็นถึงข้อมูลที่โดดเด่นด้านวัฒนธรรม รวมไปถึงข้อมูลที่แม่นยำด้านภูมิศาสตร์ในเส้นทางที่เขาใช้เดินทาง

ก่อนเสียชีวิตเคยมีคนไปถาม มาร์โค โปโล ว่าการผจญภัยของเขาเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องแต่ง มาร์โค โปโล ตอบไว้ก่อนตายว่า ‘ผมยังไม่ได้บอกสิ่งที่ผมเห็นอีกครึ่งหนึ่ง’

เรียบเรียง : SPOKEDARK.TV

COMMENTS