วีรบุรุษหรือจอมเผด็จการ!? เกร็ดสาระน่ารู้ของ ‘เจียง ไคเชก’ ผู้ก่อตั้งไต้หวัน

เจียง ไคเชก คือนักการเมืองและนักการทหารของสาธารณรัฐประชาชนจีน เขาเป็นบุคคลที่มีทั้งคนรักและคนชัง ในมุมแรก เขาเป็นผู้นำเหล่าบรรดาขุนศึกในจีนเพื่อต่อสู้กับการรุกรานของญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลก และอีกมุมหนึ่ง เจียง ไคเชก คือจอมเผด็จการที่ปกครองด้วยความเข้มงวดเด็ดขาดและปราบปรามผู้ที่คิดต่างแบบมีข้อยกเว้น แน่นอนว่าชีวิตของเจียง ไคเช็ค นั้นมีความซับซ้อนและยากที่จะหาข้อสรุปที่ชัดเจนได้ และนี่คือ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้นำที่ปกครองประเทศไต้หวันที่ยาวนานที่สุด

WIKIPEDIA PD

1. ในวัยเด็ก เจียง ไคเชก เคยเรียนในโรงเรียนเตรียมทหารที่ญี่ปุ่นเมื่อปี 1907 และนี่คือจุดเริ่มต้นในการโค่นล้มราชวงศ์ชิง หลังจากเกิดปฏิวัติซินไห่เมื่อปี 1911 เขาได้เดินทางกลับมาที่จีนและเข้าร่วมกับกลุ่มปฏิวัติเพื่อโค่นล้มราชวงศ์ชิงร่วมกับ ดร.ซุน ยัตเซ็น ทันที

2. เจียง ไคเชก คือสมาชิกรุ่นบุกเบิกผู้ก่อตั้งพรรคก๊กมินตั๋งร่วมกัน ดร.ซุน ยัตเซ็น พรรคการเมืองที่มีจุดเริ่มต้นจากสมาพันธ์ความร่วมมือเพื่อการปฏิวัติประชาธิปไตยในจีนหรือถงเหมิงฮุ่ย สมาคมลับที่ทำการเคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านราชวงศ์ชิง โดยพรรคก๊กมินตั๋งนั้นได้ผ่านช่วงเวลาล้มลุกคลุกคลานอยู่หลายครั้ง ก่อนตั้งหลักได้อย่างมั่นคงในปี 1919

3. หลังจาก ดร.ซุน ยัตเซ็น เสียชีวิต ได้เกิดสงครามกลางเมืองขึ้นในจีนแผ่นดินใหญ่ เขาได้ทำการต่อต้านพวกคอมมิวนิสต์และต่อสู้กับพวกขุนศึกท้องถิ่นในประเทศจีน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เขาสามารถควบคุมสามเมืองใหญ่ของประเทศอย่างกวางโจว, นานกิง และ ปักกิ่ง จนทำให้เขามีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเหนือขุนศึกคนของประเทศจีนในขณะนั้น

4. เพราะความลุ่มหลงในอำนาจที่ตนมีของเจียง ไคเชก ก็เลยทำให้นายทหารของเขาบางคนรู้สึกกังวล เพราะเจียง ไคเชก นั้นทุ่มเทเวลาไปกับการรักษาฐานอำนาจของตนและจัดการพวกคอมมิวนิสต์ที่เป็นเพื่อนร่วมชาติเดียวกันมากกว่าให้ความสนใจการรุกรานแมนจูเรียของกองทัพญี่ปุ่น จนกระทั่งในปี 1936 จางเสวียเหลียง จอมพลหนุ่มลูกน้องของเจียง ไคเช็ค ได้ตัดสินใจก่อกบฏและจับตัวเจ้านายตัวเองเพื่อขอให้ร่วมมือกับคอมมิวนิสต์จีนเพื่อต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่น ถึงแม้ตนเองจะต้องโดนลงโทษสถานหนักก็ตาม

5. กล่าวกันว่า เจียง ไคเชก นั้นเกลียดชังพวกคอมมิวนิสต์เป็นอย่างมาก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าฝ่ายคอมมิวนิสต์เคยช่วยชีวิตเขามาแล้ว ในเหตุการณ์กบฏซีอานเมื่อปี 1936 โจว เอินไหล นักการเมืองและขุนศึกคนสำคัญของเหมา เจ๋อ ตุงหัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์จีน เคยขอให้กลุ่มกบฏปล่อยตัว เจียง ไคเช็ค เพื่อให้เขาเป็นผู้นำชาติจีนต่อต้านการรุกรานจากญี่ปุ่น

WIKIPEDIA PD

6. ในสงครามระหว่างจีนที่ประกอบไปด้วยรัฐบาลก๊กมินตั๋งของ เจียง ไคเชก และกองทัพขุนศึกท้องถิ่นในจีน กับฝ่ายญี่ปุ่น วินสตัน เชอร์ชิล และ แฟรงคลิน รูสเวลต์ ให้การรับรองว่า เจียง ไคเชก คือผู้นำที่ถูกต้องตามกฎหมายของจีนเพียงหนึ่งเดียว แม้ว่าในตอนนั้น เหมา เจ๋อตุง จะเป็นขุนศึกที่โดดเด่นและสร้างความยุ่งยากให้กับฝ่ายญี่ปุ่นมากมายเพียงใด แต่สุดท้าย เจียง ไคเชก ก็ได้รับเครดิตจากฝ่ายสหรัฐฯ และอังกฤษอยู่ดี

7. ในช่วงสงครามกลางเมืองระหว่างพรรคก๊กมินตั๋งและพรรคอมมิวนิสต์จีน เจียง ไคเชก คาดว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากชาติพันธมิตรตะวันตกอย่างอังกฤษและสหรัฐฯ แต่จากความบอบช้ำอย่างหนักหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 อังกฤษและสหรัฐฯ จึงเลือกที่จะวางตัวเป็นกลาง และสนับสนุนให้ทั้งสองฝ่ายหาทางออกร่วมกันอย่างสันติ

8. ในเดือนธันวาคม 1949 เจียง ไคเชก ได้อพยพไปที่เกาะไต้หวัน และได้จัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นที่นั่นในเวลาต่อมา พร้อมกับประกาศกฎอัยการศึกแบบเต็มอัตรา เพื่อรักษาอำนาจของเขาเอาไว้ เนื่องจากในตอนนั้นจีนแผ่นดินใหญ่กำลังถูกกองทัพฝ่ายคอมมิวนิสต์จีนคุกคามอย่างหนัก

9. ภายใต้กฎอัยการศึกเพื่อควบคุมสถานการณ์ภายในประเทศ ภายหลังช่วงเวลาดังกล่าวได้ถูกเรียกว่า ‘ความน่ากลัวสีขาว’ (White Terror) กล่าวคือ รัฐบาลของเจียง ไคเชก ได้สั่งให้ประชาชนห้ามพูดภาษาท้องถิ่น ห้ามแสดงความคิดเห็นทางการเมือง หากใครแสดงท่าทีสนับสนุนหรือเห็นใจฝ่ายคอมมิวนิสต์จะต้องถูกจับกุมตัวเข้าคุกทันที

10. เจียง ไคเชก ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งไต้หวันนานถึง 25 ปี จนสิ้นอายุขัย ความตายของเขาได้นำมาสู่การโต้เถียงของประชาชนที่แบ่งเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจน บ้างก็สนับสนุนเขาในฐานะผู้นำที่แท้จริงของจีน บ้างก็ต่อต้านเขาเพราะเขาได้ทำการปราบปรามผู้คนที่คิดต่างอย่างรุนแรง และมีคนสูญหาย บาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมากในช่วงที่เขาปกครองประเทศ เคยมีคนแสดงความเห็นว่าเขาควรลงจากตำแหน่งก่อนที่จะเสียชีวิต แต่ด้วยกฎอัยการศึกที่ถูกประกาศใช้ จึงทำให้เขาสามารถดำรงตำแหน่งได้นานที่สุดเท่าที่เขาต้องการจะให้เป็น บ้างก็ลือกันว่า เหตุผลที่เขาครองอำนาจนานขนาดนั้น เพราะหวังว่าสักวันหนึ่ง กองทัพจากชาติพันธมิตรอย่างสหรัฐฯ จะเข้ามาช่วยกอบกู้แผ่นดินจีนคืนจากพรรคคอมมิวนิสต์ที่เขาจงเกลียดจงชังนั่นเอง

เรียบเรียง : SPOKEDARK.TV

COMMENTS