เกร็ดสาระน่ารู้ของ ‘โจเซฟ สตาลิน’ จอมเผด็จการผู้น่าเกรงขามแห่งสหภาพโซเวียต

โจเซฟ สตาลิน คือผู้นำสหภาพโซเวียตในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นอกเหนือจากภาพลักษณ์ของผู้นำที่แข็งกร้าวและเด็ดขาดแล้ว ยังมีเบื้องหลังอีกหลายอย่างที่เรายังไม่รู้เกี่ยวกับท่านผู้นำคนนี้

WIKIPEDIA PD

1. โจเซฟ สตาลิน เกิดเมื่อปี 1879 ในครอบครัวที่ยากจน เขาติดเชื้อไข้ทรพิษตอนอายุ 7 ขวบ และได้ฝากรอยย่นบนใบหน้า ซ้ำร้ายพ่อของเขายังติดเหล้าและชอบทุบตีเขาตั้งแต่ยังเด็ก รวมไปถึงถูกเพื่อน ๆ กลั่นแกล้งอยู่เป็นประจำ

2. ในปี 1895 โจเซฟ สตาลิน ถูกแม่ส่งไปเรียนในโรงเรียนสอนศาสนา เขาปฏิเสธการอ่านพระคัมภีร์ แต่เลือกที่จะอ่านหนังสือของคาร์ล มาร์กซ์ นักปรัชญาและนักสังคมนิยมชาวเยอรมันแทน ภายหลังเขาได้กลายเป็นเอทิสต์ผู้ไม่เชื่อในพระเจ้า จนทำให้เขาถูกไล่ออกจากโรงเรียนสอนศาสนา

3. ความจริงแล้ว โจเซฟ สตาลิน ไม่ใช่ชื่อจริงของเขาตั้งแต่เกิด ชื่อที่แท้จริงของเขาก็คือ ‘โลเซฟ เบซาริโอนิส ดเซ ยูกาชวิลี’ ไม่ต่างจากนักปฏิวัติรัสเซียคนอื่น ๆ ที่ภายหลังได้หาชื่อใหม่หรือนามแฝง เพื่อให้เป็นที่รู้จักและจดจำได้ง่ายขึ้น

4. โจเซฟ สตาลิน เคยใช้เวลาในเครมลินเพื่อทำงานร่วมกับ วลาดิเมียร์ เลนิน และ ลีออน ทรอทสกี หลังการปฏิวัติเดือนตุลาคม 1917 โดยภายหลัง ยาคอฟ สเวดลอฟ นักปฏิวัติสังคมนิยมคนสำคัญอีกคนได้เข้าร่วมพรรคบอลเชวิค ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตในอีกหนึ่งปีต่อมา ภายหลังรัฐบาลใหม่ได้ย้ายเมืองหลวงใหม่จาก เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ไป มอสโก เพราะเหตุจากสงครามโลกครั้งที่ 1

5. วลาดิเมียร์ เลนิน เสียชีวิตในปี 1924 อเล็กเซย์ ไรคอฟ ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์และผู้นำรัฐบาลแทน ส่วนสตาลินยังคงดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ แต่เขาได้เริ่มวางรากฐานให้ตัวเองเป็นผู้สืบทอดทางการเมืองที่แท้จริงของเลนิน ภายหลังที่เขาก้าวสู่ตำแหน่งผู้นำประเทศ เขาได้กลายเป็นจอมเผด็จการเต็มรูปแบบ

WIKIPEDIA PD

6. หลังจากเสียชีวิตของเลนิน ได้เกิดความขัดแย้งระหว่าง โจเซฟ สตาลิน และ ลีออน ทรอทสกี สองตัวเต็งผู้สืบทอดตำแหน่งของเลนิน แต่ภายหลังสตาลินเป็นผู้ชนะ และได้เนรเทศทรอทสกีออกจากสหภาพโซเวียตและถูกลอบสังหารตามคำสั่งของสตาลิน โทษฐานที่เป็นศัตรูของชาติและของสตาลิน

7. โจเซฟ สตาลิน ไม่ต่างจาก วลาดิเมียร์ เลนิน ในการสร้างลัทธิความเชื่อของเขา โดยสตาลินได้สร้างแนวคิดใหม่ โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างชาตินิยม และโฟกัสที่เรื่องภายในสหภาพโซเวียตมากกว่ามุ่งเน้นไปที่การเผยแพร่แนวคิดสังคมนิยมไปทั่วโลก

8. ด้วยความกลัวว่าการสร้างชาติด้วยลัทธิคอมมิวนิสต์จะไม่ประสบความสำเร็จ สตาลินได้เริ่มแผนห้าปีที่แสนโหดร้าย ที่ว่าด้วยการเปลี่ยนโซเวียตให้เป็นประเทศอุตสาหกรรมจากเดิมที่อยู่ในระบบศักดินา ภายใต้การปกครองของสตาลิน ทำให้สหภาพโซเวียตสามารถผลิตถ่านหิน น้ำมัน และเหล็กกล้าได้เป็นจำนวนมหาศาล และส่งผลให้เศรษฐกิจของสหภาพโซเวียตเจริญก้าวหน้า ทว่ามันกลับต้องแลกด้วยชีวิตของชาวรัสเซียกว่า 5 ล้านคน ที่ถูกบังคับให้ไปทำงานในโรงงานในสภาพที่ย่ำแย่ หากใครที่ปฏิเสธจะต้องถูกฆ่าตาย

WIKIPEDIA PD

9. โจเซฟ สตาลิน เป็นผู้สั่งการให้ทหารโซเวียตสังหารหมู่ที่ป่ากาตึญเมื่อปี 1940 โดยสตาลินได้ส่งตำรวจลับเข้าไปสังหารนักโทษชาวโปแลนด์กว่า 22,000 คน พร้อมกับโยนความผิดให้นาซีเยอรมันเป็นผู้รับผิดชอบ แต่หลังจากที่สหภาพโซเวียตล่มสลาย ได้มีการสืบสวนใหม่อีกครั้งในปี 1990 จนพบกับความจริงว่าสตาลินคือผู้ออกคำสั่งให้มีการสั่งหารหมู่ด้วยตัวเอง

10.ยาคอฟ ลูกชายคนโตของ โจเซฟ สตาลิน เป็นทหาร และเขาถูกฝ่ายนาซีเยอรมันจับกุมตัวเอาไว้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ฝ่ายนาซีเยอรมันพยายามเจรจาเพื่อขอแลกตัวนักโทษ แต่สตาลินปฏิเสธ เพราะเขาเชื่อว่าลูกชายคนโตของเขายอมจำนนให้ฝ่ายนาซีเยอรมันจับตัว ก่อนที่ยาคอฟจะเสียชีวิตในค่ายกักกันเมื่อปี 1943

เรียบเรียง : SPOKEDARK.TV

COMMENTS