10 ข้อสาระน่ารู้ของ ‘วลาร์ดิเมียร์ เลนิน’ รัฐบุรุษและนักปฏิวัติมาร์กซิสต์คนแรกของสหภาพโซเวียต

วลาดิเมียร์ เลนิน คือผู้นำนักปฏิวัติมาร์กซิสคนแรกของสหภาพโซเวียต และเป็นเจ้าของแนวคิดส่วนใหญ่ของลัทธิเลนิน เขามีความเชื่อมั่นในระบอบสังคมนิยม จึงรวมอำนาจมารวมไว้ในพรรคคอมมิวนิสต์ และเริ่มปรับเปลี่ยนระบบการควบคุมจากส่วนกลางที่เข้มงวดของพรรคบอลเชวิก มาทุ่มเทให้กับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศที่ถูกเรียกว่า ‘เศรษฐกิจแนวใหม่’ (New Economic Policy) อย่างเต็มที่เพื่อล้มระบบทุนนิยม เลนินถือได้ว่าเป็นรัฐบุรุษคนสำคัญของสหภาพโซเวียต และนี่คือเกร็ดสาระน่ารู้ของรัฐบุรุษแห่งสหภาพโซเวียต วลาดิเมียร์ เลนิน ที่ใครหลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน

WIKIPEDIA PD

1. วลาดิเมียร์ เลนิน เคยเรียนกฎหมายที่ Kazan University ในเดือนสิงหาคม ปี ค.ศ.1887 แต่กลับถูกไล่ออกในช่วงปลายปี เหตุเพราะเขาไปมีส่วนร่วมในการประท้วงของนักศึกษา ภายหลังเขาจึงไปลงทะเบียนเรียนกฎหมายที่ Saint Petersburg และจบการศึกษาในปี ค.ศ.1891

2. อเล็กซานเดอร์ อูลยานอฟ พี่ชายของเลนินเคยเป็นสมาชิกกลุ่มปฏิวัติ และเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลทางการเมืองต่อน้องชาย ถูกลงโทษประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ หลังจากถูกกล่าวหาว่ามีส่วนในการวางแผนลอบสังหารซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 3

WIKIPEDIA PD

3. ในปี ค.ศ.1895 วลาดิเมียร์ เลนิน เคยถูกจำคุกมากกว่าหนึ่งปีในข้อหามีส่วนรวมในกิจกรรมทางการเมือง และถูกเนรเทศไปที่ไซบีเรียนานกว่าสามปี มีคนรุ่นราวคราวเดียวกับเลนินหลายคนที่ต้องประสบพบเจอกับโชคชะตาที่โหดร้ายเช่นนี้ แต่สำหรับเลนินแล้ว ดูเหมือนว่ามันอาจไม่ใช่เรื่องที่เลวร้ายเสมอไป เพราะเขาได้พบรักและแต่งงานกับ นาเดซดา ครุฟสกายา ณ ที่แห่งนั้น

4. วลาดิเมียร์ อิลยิค อูลยานอฟ คือชื่อจริงของวลาดิเมียร์ เลนิน ที่ใช้เป็นนามแฝง แต่ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับนักปฏิวัติรัสเซีย เพราะนี่เป็นส่วนหนึ่งในการทำให้เจ้าหน้าที่ทางการที่จับตามองเกิดความสับสน

WIKIPEDIA PD

5. วลาดิเมียร์ เลนิน ได้ทำการศึกษาลัทธิมาร์กซ์อย่างจริงจัง และได้พัฒนาต่อยอดขึ้นมาเพื่อประยุกต์ใช้กับสภาพแวดล้อมทางสังคมและการเมืองให้เข้ากับจักรวรรดิรัสเซียที่เป็นประเทศเกษตรกรรมในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 โดยลัทธิเลนินได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นของชนชั้นนำระดับปัญญาชน ที่ถูกเรียกว่า ‘แนวหน้าปฏิวัติ’ ที่จะทำการขับเคลื่อนชนชั้นกรรมาชีพที่มีอยู่ ไปสู่การปฎิวัติและการก่อตั้งระบอบสังคมนิยมในที่สุด

6. หลังกลับมาจากการถูกเนรเทศไปที่ไซบีเรีย วลาดิเมียร์ เลนิน ได้ใช้เวลากว่า 17 ปี ในการเป็นผู้นำพรรคบอลเชวิก หลังจากการโค่นล้มพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ในปี ค.ศ.1917 เลนินกลับมาที่บ้านเกิดและต่อต้านรัฐบาลเฉพาะกาลที่นำโดยอเล็กซานเดร์ เคเรนสกี้ จนนำมาสู่เหตุการณ์ปฏิวัติเดือนตุลาคม และเกิดสงครามกลางเมืองรัสเซีย ที่ภายหลังพรรคบอลเชวิกได้กลายมาเป็นผู้ครองอำนาจส่วนใหญ่ไป

WIKIPEDIA PD

7. อุดมการณ์ทางการเมืองของเลนินนั้นเรียกได้ว่ามีความเป็นเผด็จการและแสดงความเมตตาต่อศัตรูทางการเมืองของเขาเพียงน้อยนิด หลายครั้งที่เขาได้ทำการปราบปรามและสังหารหมู่ศัตรูและคู่แข่งทางการเมือง โดยเฉพาะในเหตุการณ์ ‘แดงสยอง’ (Red Terror) ในช่วงสงครามกลางเมือง ที่เขาได้ทำการสังหารหมู่และประหารชีวิตศัตรูทางการเมืองไปหลายแสนคน

WIKIPEDIA PD

8. หลังจากการปราศรัยในที่สาธารณะใจกลางกรุงมอสโกในเดือนสิงหาคม ค.ศ.1918 เลนินถูกลอบยิงและได้รับบาดเจ็บสาหัส การถูกลอบยิงในครั้งนี้ได้ทำให้สาธารณชนเกิดความสงสารและให้ความนิยมในตัวเขามากขึ้น ในช่วงปลายปี ค.ศ.1921 เขาล้มป่วยด้วยโรคอัมพาต ที่เกิดจากคมกระสุนฝังอยู่ในคอใกล้กับบริเวณเส้นประสาท ซึ่งในขณะนั้นเทคโนโลยีทางการแพทย์ยังไม่เจริญมากพอที่จะผ่าตัดเอากระสุนออกมาโดยไม่ให้กระทบกับเส้นประสาทได้

9. แม้ได้ชื่อว่าเป็นนักปฏิวัติสังคมนิยมที่เคร่งครัด แต่เลนินก็ยังแสดงความยืดหยุ่นด้วยการอนุญาตให้องค์กรเอกชนบางแห่งทำการค้าขายผลผลิตบางส่วนเพื่อหารายได้ ในขณะที่ผู้ค้ารายย่อยได้รับอนุญาตให้ทำธุรกิจเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ ด้วยเหตุนี้เองจีงทำให้มีนักวิจารณ์บางคนมองว่าเขาขายวิญญาณให้ระบบทุนนิยม

10. ในช่วงสุดท้ายของชีวิต สุขภาพของเลนินเริ่มย่ำแย่ เขาป่วยเป็นโรคอัมพาต จนทำให้ร่างกายซีกขวาไม่ทำงาน ป่วยด้วยโรคเส้นเลือดอุดตันในสมองจนทำให้เขาต้องนอนอยู่กับเตียงและไม่สามารถพูดได้ จนเสียชีวิตในปี ค.ศ.1924

เรียบเรียง : SPOKEDARK.TV

COMMENTS