เกิดมานานแล้ว! รูปสลักหินอายุ 9,000 ปีแห่งตุรกี หลักฐานทางโบราณคดีที่ยืนยันว่าความไม่เท่าเทียมเกิดขึ้นมาตั้งแต่อดีตกาล

เมื่อไม่นานมานี้นักโบราณคดีได้ค้นพบ “รูปสลักหิน” ในเขตชุมชนโบราณ Çatalhöyük ประเทศตุรกี การค้นพบรูปสลักได้ช่วยไขปริศนาให้กับนักโบราณคดีเป็นอย่างมาก เพราะก่อนหน้านี้นักโบราณคดียังไม่ได้รายละเอียดเชิงลึกของชุมชนนี้มากนัก เนื่องจากชุมชนแห่งนี้มาอายุเก่าแก่ประมาณ 9,000 ปีก่อนคริสตกาล หรือในช่วงยุคหินใหม่ และเพื่อจะให้ทราบความเป็นอยู่ของผู้คนในยุคนั้น นักโบราณคดีจำเป็นต้องพบหลักฐานอย่างรูปสลัก หรือภาพเขียนบนฝาผนังอย่างใดอย่างหนึ่ง และแล้วนักโบราณคดีก็ได้พบหลักฐานนั้นจริงๆ

YOUTUBE @ARKEO TARIH

โดยสิ่งที่พบเป็นหินสลักสตรีที่มีรูปร่างอ้วนท้วน แกะสลักมาจากหินอัคนี มีความสูงประมาณ 17 เซนติเมตร และหนัก 1 กิโลกรัม นักโบราณคดีคาดการณ์ว่าหินสลักนี้น่าจะมีอายุประมาณ 6,300-6,000 ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งรูปสลักนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นในยุคแรกของการก่อตั้งชุมชน แต่ถูกสร้างขึ้นในช่วงปลายยุคก่อนที่ชุมชนแห่งนี้ล่มสลาย เนื่องจากรูปสลักนี้มีความประณีตในเชิงศิลปะมากกว่ารูปสลักอื่นๆที่พบได้ในบริเเวณนี้ ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะรูปสลักอื่นยังคงสร้างด้วยดินเผาเป็นหลัก ต่างกับรูปสลักนี้ที่ใช้หินอัคนี และหากอ้างอิงหลักฐานในสถานที่พบหินสลัก จะเห็นได้ว่าที่อยู่อาศัยของคนในชุมชนนี้ไม่ได้ปลูกติดกันเหมือนในยุคแรก แต่แยกตัวไปปลูกที่พักอาศัยห่างกันเพื่อลดความแออัด

YOUTUBE @ARKEO TARIH

นักโบราณคดีจึงตั้งข้อสันนิษฐานว่า “ความไม่เท่าเทียมกันของคนในชุมชนน่าจะเริ่มต้นขึ้นในยุคนี้ เพราะในอดีตชุมชนแห่งนี้เคยใช้ชีวิตแบบพึ่งพาอาศัยกัน และส่วนมากผู้คนในเมืองนี้จะประกอบอาชีพเกษตรกรรม ได้ผลผลิตเท่าไรก็แบ่งปันกันไป เนื่องจากทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างผลผลิตอยู่แล้ว แต่เมื่อยุคปลายมาถึงผู้คนเริ่มแยกตัวออกจากกัน หรือจะเรียกว่าตัวใครตัวมันเลยก็ว่าได้ เริ่มมีการสร้างที่พักอาศัยห่างกันออกไป อีกทั้งยังมีการสร้างรูปสลักที่เปรียบเสมือนการแสดงออกของถึงความมั่งมีและความสูงส่ง”

 

YOUTUBE @ARKEO TARIH

แม้จะมีการค้นพบรูปสลักที่นักโบราณคดีสันนิษฐานว่ามันเป็นตัวแทนของความมั่งมีและความสูงส่ง แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่ถือว่าชุมชนแห่งนี้ได้มีการแบ่งลำดับทางสังคมที่ชัดเจนนัก เพราะนักโบราณคดียังไม่พบ สุสาน, ศาสนสถาน หรือสถานที่พักอาศัยของผู้นำชุมชนที่ต้องมีขนาดใหญ่กว่าทุกคนในชุมชน อีกทั้งชุมชนแห่งนี้ยังไม่มีสุสาน แต่ใช้วิธีฝังศพไว้ใต้พื้นดินของบ้าน นั่นแปลว่าชุมชนแห่งนี้ยังคงมีความเสมอภาคอยู่แต่กำลังค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปสู่การแบ่งลำดับชั้นทางสังคมในอนาคต

YOUTUBE @ARKEO TARIH

เรียบเรียง : SpokeDark.TV

COMMENTS