เปลี่ยนเกาะเป็นปราการ! ‘เรือรบคอนกรีต’ ป้อมปืนใหญ่กลางอ่าวของสหรัฐฯ ในฟิลิปปินส์ จุดยุทธศาสตร์สำคัญในสงครามโลกครั้งที่ 2

WIKIPEDIA PD

แม้จะได้ชื่อว่าเป็น “เรือรบคอนกรีต” แต่สำหรับเจ้าเรือลำนี้เคลื่อนที่ไปไหนไม่ได้ ป้อมปืนที่ดูจากภายนอกไม่ต่างอะไรจากเรือรบขนาดใหญ่ (แต่ไม่ใช่!) ที่เคยถูกตั้งความหวังไว้ว่ามันจะต้านทานกองทัพเรือญี่ปุ่น แต่ไม่สำเร็จ แม้สหรัฐฯ จะทวงคืนได้ในภายหลังก็ต้องแลกมาด้วยการเผามันทิ้งแบบไม่เหลือชิ้นดี!

(ภาพเกาะก่อนถูกสร้างให้เป็นป้อมปราการ)

WIKIPEDIA PD

เรือรบคอนกรีต (Fort Drum) ตั้งอยู่บริเวณปากอ่าวมะนิลา ของประเทศฟิลิปปินส์ เป็นสิ่งก่อสร้างที่ดำเนินการโดยสหรัฐฯ ที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ช่วงยุคล่าอาณานิคมของชาวอเมริกัน สงครามแย่งชิงดินแดนที่แข่งขันระหว่างอเมริกากับสเปน (สงครามสเปน-อเมริกัน) อเมริกาจึงต้องเพิ่มความป้องกันให้กับฟิลิปปินส์ดินแดนที่อเมริกายึดมาได้ แต่การจะสร้างฐานทัพเรือเอาไว้ก็ดูจะใช้เงินมากเกินไป พวกเขาจึงหาทำเลที่เหมาะกับการสร้างป้อมปราการแทน ซึ่งมันก็คือ “เกาะ El Fraile” เกาะเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ปากอ่าวมะนิลาถูกดัดด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กหนา เปลี่ยนให้กลายเป็นป้อมปราการในรูปแบบของเรือรบขนาดใหญ่พร้อมติดตั้งปืนใหญ่ (ขนาดลำกล้อง 14 นิ้ว) ไว้จมเรือข้าศึก เพื่อสร้างความหวาดหวั่นแก่ผู้รุกรานชาติอื่นๆ ซึ่งก็ดูจะได้ผลดีเพราะไม่มีใครมารุกรานน่านน้ำฟิลิปปินส์บริเวณนี้้อีก

WIKIPEDIA PD

จนกระทั่งในปี 1941 หลังประกาศสงครามโลกครั้งที่ 2 ของญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ ป้อมเรือรบคอนกรีตก็ได้ใช้งานจริงๆ เสียที โดยมันรับหน้าที่ต้านทานกองทัพเรือญี่ปุ่นที่บุกฟิลิปปินส์หลังโจมตีเพิร์ลฮาร์เบอร์ เพื่อตัดกำลังชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ แล้วมันก็สามารถต้านทานการทิ้งระเบิดได้ของกองทัพญี่ปุ่นได้อย่างดีเยี่ยมตลอดการรุกหนักของญี่ปุ่น
แต่หลังจากยุทธการที่เกาะ Corregidor ของฟิลิปปินส์ เมื่อปี 1942 กองทัพญี่ปุ่นสามารถบุกยึดฐานทัพสหรัฐฯ ได้สำเร็จ ทหารอเมริกันในป้อมจึงต้องยอมจำนนแก่กองทัพญี่ปุ่นที่ยึดบริเวณพื้นที่โดยรอบไว้ได้ทั้งหมดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ป้อมนี้จึงตกไปอยู่ในมือของกองทัพญี่ปุ่น

ต่อมาในปี 1945 กองทัพสหรัฐฯ ได้บุกยึดกรุงมะนิลาของฟิลิปปินส์คืน (Battle of Manila) และสามารถขับไล่กองทัพญี่ปุ่นออกจากฟิลิปปินส์ได้ ซึ่งในตอนท้ายนั้นป้อมแห่งนี้ก็ถูกทหารญี่ปุ่นใช้ต่อสู้อยู่กับกองทัพสหรัฐฯ หนึ่งในยุทธวิธีที่กองทัพสหรัฐฯ ใช้จัดการทหารญี่ปุ่นภายในป้อมคือ นำน้ำมันจำนวนมากเทลงไปในช่องระบายอากาศ ของป้อมก่อนทำการจุดไฟเผาป้อมแห่งนี้ทิ้ง ทำให้ทหารญี่ปุ่นภายในเสียชีวิตทั้งหมด เปลวไฟลุกลามอยู่นานถึง 14 วัน ก่อนที่ไฟจะมอดลง เมื่อทหารสหรัฐฯ เข้าไปตรวจสอบก็พบศพทหารญี่ปุ่นกว่า 65 ศพที่ถูกเผาไหม้เกรียมอยู่ภายในนั้น

WIKIPEDIA CC BAYRONNOEL

หลังจากสิ้นสุดสงครามป้อมเรือรบแห่งนี้ก็ถูกทิ้งร้าง และยังคงหลงเหลือให้เห็นรูปร่างของเรือรบและปืนใหญ่ที่เคยถูกใช้งานแต่มีสภาพทรุดโทรมสนิมเกรอะ ไม่ต่างกับเรือผีสิงที่ลอยอยู่กลางอ่าวมะนิลามาจนทุกวันนี้

เรียบเรียง : SpokeDark.TV

COMMENTS