กวาดล้างอย่างทารุณ! ‘Francoist Repression’ นโยบายสุดเหี้ยมของนายพลฟรังโก จอมเผด็จการแห่งสเปน

ในประวัติศาสตร์สเปนยุคจอมเผด็จการฟรานซิสโก ฟรังโก ปราบปรามผู้คิดต่างและปกครองประเทศได้แล้ว เขาได้เริ่มต้นนโยบายทางการเมืองที่เด็ดขาดและรุนแรง ที่ภายหลังเป็นที่รู้จักกันในชื่อของ ‘Francoist Repression’ ที่ว่าด้วยการปราบปรามและกำจัดศัตรูทางการเมืองของเขากินระยะเวลาถึง 9 ปี นับตั้งแต่ปี 1936 -1945

WIKIPEDIA CC0

นายพลฟรังโกไม่ได้ปราบปรามเฉพาะศัตรูทางการเมืองเท่านั้น แต่ยังกำจัดชาวคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ กลุ่มคนไม่นับถือศาสนา นักวิชาการ ชาวบาสก์และชาวคาตาลัน หรือใครก็ตามที่คิดแข็งข้อกับรัฐบาลเผด็จการของเขาในฐานะศัตรูของรัฐ จนมีผู้เสียชีวิตราว 100,000 – 200,000 คน

WIKIPEDIA CC BUNDERSARCHIV

เหล่าศัตรูทางการเมืองของนายพลฟรังโก ต่างหลบหนีเข้าป่า เนื่องจากรัฐบาลได้ปราบปรามอย่างรุนแรงทั่วประเทศ มีการล้อมยิงผู้ต่อต้านนายพลฟรังโกในเมืองมาดริด บาร์เซโลนา และเซบียา วันละหลายร้อยคน เพื่อรักษาอำนาจของลัทธิเผด็จการในสเปนให้มั่นคงยิ่งขึ้น กล่าวกันว่าความโหดเหี้ยมของนายพลฟรังโก ได้ทำให้ ไฮน์ริช ฮิมม์เลอร์ ผู้นำหน่วย SS และที่ปรึกษาคนสำคัญของอดอลฟ์ ฮิตเลอร์ ที่มาเยือนสเปนในปี 1940 ถึงกับตกใจไม่น้อยเลยทีเดียว

การปราบปรามผู้คิดต่างของนายพลฟรังโกยังไม่จำกัดเฉพาะผู้ชาย ถ้าหากผู้หญิงคนไหนที่มีแนวคิดต่อต้านนายพลฟรังโกจะต้องถูกนำตัวมาลงโทษให้อับอายต่อหน้าสาธารณชนด้วยการถูกจับมาเปลือยกาย โกนหัว และบังคับให้กินน้ำมันดิบแล้วเดินไปตามท้องถนน มีการล่วงละเมิดทางเพศอย่างรุนแรง บางคนถูกนำตัวไปค้าประเวณี หากใครขัดขืนจะต้องถูกประหารชีวิต และถ้าหากรับรู้ว่าใครมีพฤติกรรมรักร่วมเพศ จะต้องถูกจับกุมตัวและถูกลงโทษอย่างหนักอีกด้วย

WIKIPEDIA CC0

หลังจากนายพลฟรังโกเสียชีวิต รัฐบาลสเปนได้ออกกฎหมายนิรโทษกรรมในปี 1977 ให้กับเหล่าบรรดาโทษทางการเมืองของนายพลฟรังโก ภายหลังได้มีการฟ้องร้องดำเนินคดีเกิดขึ้นจากเหล่าบรรดาญาติผู้เสียชีวิตและสูญหายในเหตุการณ์การกดขี่ของนายพลฟรังโกเพื่อทวงถามความยุติธรรมในช่วงการกดขี่ของนายพลฟรังโกอีกหลายเคสต์ตามมา

WIKIPEDIA CC MARIO MODESTO MATA

ภายหลัง ได้มีนักสำรวจขุดพบสุสานที่เต็มไปด้วยโครงกระดูกจำนวนมาก ซึ่งเชื่อว่าเป็นนักโทษทางการเมืองที่ถูกประหารชีวิตในยุคแห่งการกดขี่ของนายพลฟรังโก ซึ่งกล่าวกันว่ามีสุสานผู้เสียชีวิตจากช่วงสงครามกลางเมืองลากยาวมาจนถึงช่วงการกดขี่ของนายพลฟรังโกทั่วประเทศ

แม้นายพลฟรังโกจะเสียชีวิตไปหลายปีแล้ว แต่เขาได้ฝากรอยแผลแห่งความเจ็บปวดและโกรธแค้นทิ้งไว้สำหรับชนรุ่นหลัง โดยเฉพาะกับชาวบาสก์และชาวคาตาลัน ที่ได้ถูกนายพลฟรังโกกดขี่ข่มเหงอย่างหนัก จนมีความพยายามที่จะแยกตัวออกมาเป็นประเทศเอกราช จนลุกลามกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างชาวสเปนและชาวคาตาลันที่ยากจะหาหนทางประนีประนอมได้ในเร็ววัน

เรียบเรียง : SPOKEDARK.TV

COMMENTS