Free Solo คนแบบไหนถึงปีนหน้าผา 3,000 ฟุตด้วยมือเปล่า!

(National Geographic/Jimmy Chin)

“Free Solo” เป็นหนังที่น่าดูมาก ไม่ใช่เพราะว่ามันเป็นหนังสารคดีที่ชนะออสการ์ปีล่าสุด แต่เพราะมันเป็นสารคดีที่ตามถ่ายคนที่ปีนหน้าผา“เอล แคปปิตัน”สูง 3,200 ฟุตที่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติ“โยเซมิตี้”ด้วยสองมือเปล่า ไม่มีอุปกรณ์เซฟตี้ใดๆ พลาดคือตายสถานเดียว

อเล็กซ์ ฮอนโนลด์ เป็นนักปีนเขาที่โด่งดังที่สุดคนหนึ่งของโลก เพราะบ่อยครั้งเขาเลือกปีนในสไตล์ฟรีโซโล่ ซึ่งก็คือการปีนโดยไม่ใช้เชือกหรืออุปกรณ์ช่วยเหลือใดๆ เป็นกีฬาชนิดเดียวในโลกที่ไม่ต้องแข่งกับใคร ไม่มีเหรียญทอง ไม่มี ที่สอง ที่สาม มีเพียงแค่ห้ามพลาดเท่านั้น และในหนังเรื่อง Free Solo ก็ตามถ่ายชีวิตของ อเล็กซ์ อยู่แรมปี เพื่อหาคำตอบว่าต้องเป็นคนที่มีสภาพจิตใจและร่างกายแบบไหนกัน ถึงจะตัดสินใจทำอะไรแบบนี้

สำหรับผู้ชมไม่ต้องกังวลว่า “Free Solo” จะเป็นสารคดีที่ทำมาเพื่อเอาใจสายกีฬา หรือคนชื่นชอบการผจญภัย เพราะเป้าหมายของสารคดีคือการนำเสนอมนุษย์จำพวกใหม่ที่คุณอาจยังไม่รู้จักมาก่อน คนแบบ อเล็กซ์ ฮอนโนลด์ ที่ไม่คิดว่าคนเราเกิดมาเพื่อมีความสุข แต่เกิดมาเพื่อแสดงศักยภาพ บางอย่าง และเขาไม่เคยประนีประนอมให้สิ่งใดมาทำให้เขารู้สึกว่า เขาควรจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกนานๆ เพราะสิ่งนั้นจะมารบกวนจิตใจเขาไม่ได้เลย ในขณะที่โหนตัวอยู่เหนือพื้นดินเป็นกิโลเมตร โดยเฉพาะชีวิตคู่และคนรอบข้าง หนังก็พาไปดูว่าพวกเขาต้องทำใจกันแบบไหน ไม่เว้นแม้แต่ผู้ถ่ายทำสารคดีเองก็ยังถูกถามว่าพวกเขาต้องทำใจอย่างไร ที่อาจได้เป็นคนบันทึกภาพสุดท้ายของ อเล็กซ์ ฮอนโนลด์

ในอีกทางหนึ่ง“Free Solo” ก็มีสรรพคุณเป็นหนังจิตวิทยาความสำเร็จแบบอ่อนๆ อเล็กซ์ ฮอนโนลด์ ไม่ได้ปีนเขาแบบฟรีโซโล่ด้วยความบ้าระห่ำ แต่เขาใช้ความรอบคอบเพื่อเอาชนะความเป็นไปไม่ได้ ในด้านจิตใจเขาไม่ได้กระโดดออกมาจากพื้นที่เซฟโซนและพุ่งเข้าใส่ความกลัวแบบไม่คิดอะไร แต่เขาขยายเซฟโซนของตัวเองให้กว้างออกไปเรื่อยๆ ทีละเล็กทีละน้อย เขาศึกษาเส้นทางการปีนในระดับนับทุกการขยับของร่างกาย และจดเอาไว้ในสมุดแบบละเอียดยิบชนิดที่รู้จักทุกรอยแยกของหิน เช่น ตรงจุดไหนต้องฝากชีวิตไว้กับปลายเท้าเพียงข้างเดียวที่ทิ้งน้ำหนักไว้บนรอยแตกบางๆ หรือช็อคยิ่งกว่านั้น เขาต้องฝากชีวิตไว้กับการเอานิ้วโป้งงัดไว้ในซอกหินและทิ้งน้ำหนักลงไปในระยะเวลาสั้นๆ ทั้งหมดนี้เขาต้องเข้าใจและรู้ซึ้งทุกการขยับตัวในตลอดเส้นทาง จนทุกอย่างเป็นไปแบบอัตโนมัติ ไร้ซึ่งความกลัว ดูๆ แล้วก็ไม่ต่างอะไรกับจอมยุทธ์ในหนังจีนกำลังภายใน ที่พลิ้วไหวหลับตาหลบการโจมตีของศัตรูได้ครบทุกหมัด

ไม่แน่ การต่อสู้กับสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ในชีวิตของเราไม่ว่าเราจะทำอะไรหรือเป็นใคร อาจจะไม่ใช่การต่อสู้กับความกลัว แต่เป็นการตัดสินใจลงมือทำต่างหาก

ในส่วนของความสนุก “Free Solo” มอบความระทึกสุดเรียลให้เราแบบเต็มร้อย ทั้งภาพการปีนเขาอันแสนงดงาม และภาพจากโดรน ก็ให้ประสบการณ์ที่ต่างไปจากหนังสารคดีการปีนเขาที่เราเคยดูมาในโทรทัศน์ เรียกได้ว่าตื่นเต้นเสียจนแทบได้ยินเสียงคนทั้งโรงหนังกลั้นหายใจ

“Free Solo” เริ่มฉาย พฤหัส 16 พ.ค.นี้ ที่ SF / House RCA / BKKSR

เขียน /เรียบเรียง : ปกรณ์ จุฬพุฒิพงษ์

(National Geographic/Samuel Crossley)

COMMENTS