‘ฟุลเกนซิโอ บาติสตา’ จอมเผด็จการผู้ถูกโค่นล้มโดยขบวนการปฏิวัติคิวบา

ฟุลเกนซิโอ บาติสตา คืออดีตประธานาธิบดีแห่งคิวบา และเป็นผู้นำเผด็จทางทหารที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกาที่ดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศ 2 สมัย สมัยแรก 1940 – 1944 และ สมัยที่สอง 1952 – 1959 ก่อนถูกโค่นล้มจากผลพวงของการปฏิวัติคิวบาที่นำโดย ฟิเดล คาสโตร และ เช เกบารา

WIKIPEDIA PD

ในปี 1933 ฟุลเกนซิโอ บาติสตา นำคณะปฏิวัติที่รู้จักกันในชื่อของ ‘การลุกฮือของจ่าทหาร’ ที่เป็นส่วนหนึ่งในการโค่นล้มรัฐบาลของนายเกราโด้ มาชาโด้ ก่อนที่เขาจะแต่งตั้งตัวเองเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดด้วยยศพันเอก และเป็นผู้ควบคุมรัฐบาลหุ่นเชิดของคิวบาอยู่เบื้องหลัง จนกระทั่งการเลือกตั้งในปี 1940 ที่เขาได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีแห่งคิวบาและครองตำแหน่งจนครบวาระสี่ปี แล้วจึงย้ายไปพำนักที่สหรัฐอเมริกา ก่อนกลับมาลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกครั้งในปี 1952เมื่อทราบว่าตนเองจะแพ้การเลือกตั้ง เขาจึงตัดสินใจทำรัฐประหารอีกครั้ง

WIKIPEDIA PD

ในตอนนั้นประเทศคิวบาถือว่าเจริญมากเมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่มลาตินอเมริกา คิวบามีเศรษฐกิจที่ดี เมื่อนับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) พบว่ารายได้ต่อหัวของชาวคิวบานั้นใกล้เคียงกับประเทศอิตาลี แต่หากเทียบตัวเลข GPDกับสหรัฐอเมริกาแล้ว คิวบายังมีขนาดเล็กกว่าหนึ่งต่อหก แต่กลับมีรายงานเรื่องการคอร์รัปชั่นและความเหลื่อมล้ำทางสังคมสูงมาก ยังไม่รวมถึงปัญหายาเสพติดข้ามชาติ ปัญหาการค้าประเวณี

WIKIPEDIA PD

บาติสตานั้นได้ทำการลิดรอนสิทธิเสรีภาพทางการเมืองและสิทธิในการหยุดงานประท้วงของประชาชน ก่อนหันไปคบค้ากับกลุ่มนายทุนที่เป็นเจ้าของที่ดินและเจ้าของไร่น้ำตาลที่ใหญ่ที่สุดเพื่อผลประโยชน์มหาศาล จนยิ่งทำให้ช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนในคิวบากว้างมากขึ้น นอกจากนี้คนของบาติสตายังเอื้อประโยชน์กับเหล่าบรรดามาเฟียจากสหรัฐอเมริกาที่อยู่เบื้องหลังการค้ายาเสพติด การพนันและการค้าประเวณีในกรุงฮาวานา พร้อมกับเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทข้ามชาติจากสหรัฐเมริกาให้เข้ามาลงทุนและตักตวงผลประโยชน์ภายในคิวบาเป็นจำนวนมหาศาล จนนำมาสู่ความไม่พอใจของประชาชน ที่แสดงออกโดยกลุ่มนักศึกษาและเดินขบวนต่อต้านรัฐบาลของนายบาติสตาที่ได้ทำการปราบปรามอย่างรุนแรง พร้อมกับมีการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน โดยใช้กลุ่มตำรวจลับและอาวุธที่ซื้อจากสหรัฐอเมริกามาใช้เพื่อปราบจลาจลอย่างรุนแรง

WIKIPEDIA PD

เมื่อประชาชนทนไม่ไหว ได้มีการจัดตั้งขบวนการ 26 กรกฎาคม ที่นำโดย ฟิเดล คาสโตร และ เช เกบารา พร้อมกับกลุ่มต่อต้านกลุ่มอื่น ๆ ที่ลุกฮือขึ้นมาต่อสู้รัฐบาลของนายบาติสตาทั้งในเมืองและในชนบทนานถึง 2 ปี จนได้รับชัยชนะ บาติสตาได้หลบหนีไปยังสาธารณรัฐโดมินิกันพร้อมกับทรัพย์สินส่วนตัวที่เขาสะสมไว้ ก่อนลี้ภัยทางการเมืองไปอยู่ที่ประเทศโปรตุเกส และใช้ชีวิตที่เหลือจนเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 1973

ขณะเดียวกัน ฟิเดล คาสโตร ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศคิวบา และได้ทำการปฏิรูปการเมืองและการปกครองครั้งใหญ่ รวมถึงมีท่าทีเป็นปฏิปักษ์กับสหรัฐอเมริกาอย่างชัดเจน เพราะมองว่าปัญหาวุ่นวายที่เกิดขึ้นในประเทศคิวบาเกิดจากการเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของสหรัฐอเมริกานั่นเอง

เรียบเรียง : SPOKEDARK.TV

COMMENTS