นี่คือตำนานการต่อสู้ของ ‘นายพลคัสเตอร์’ ผู้ต่อกรข้าศึกนับพันด้วยกำลังคนเพียงหยิบมือ เขากล้าหรือบ้าบิ่น?

นี่คือเรื่องราวของนายพลแห่งกองทหารม้าผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นวีรบุรุษในช่วงสงครามกลางเมืองของสหรัฐอเมริกา ชื่อของเขาคือ “George Armstrong Custer” ผู้นำลูกน้องจำนวน 200 คน เข้าปะทะกับกองทัพชาวพื้นเมืองอินเดียนแดงหลายพันนายจนนำมาสู่ความพ่ายแพ้ยับเยิน!

WIKIPEDIA PD

นายพลคัสเตอร์และลูกน้องของเขาทั้งหมดเสียชีวิตในสนามรบ และชื่อของเขาถูกบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์การรบของอเมริกันว่าเป็นหนึ่งในนายพลที่ “บ้าบิ่น” ที่สุดเท่าที่เคยมีมา!

ย้อนกลับไปสมัยเริ่มสร้างชื่อเสียงในช่วงสงครามกลางเมือง นายพลคัสเตอร์เป็นหนึ่งในหัวหอกคนสำคัญของกองทัพฝ่ายเหนือในการรบกับกองกำลังฝ่ายใต้ นายพลคัสเตอร์สร้างชื่อเสียงในสนามรบจนทำให้เขากลายเป็นนายพลตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 30 ปีเสียด้วยซ้ำ และนั่นเองทำให้เขากลายเป็นนายทหารที่น่าจับตามองของกองทัพสหรัฐฯ ในขณะนั้น

หลังจากที่สงครามกลางเมืองยุติลง สหรัฐอเมริกาได้เผชิญกับภัยคุกคามครั้งใหม่ นั่นคือภัยคุกคามจากชาวพื้นเมืองอินเดียนแดงที่ถูกฝ่ายอเมริกันไล่ต้อนจนก่อให้เกิดสงครามครั้งใหญ่ โดยนายพลคัสเตอร์ได้รับหน้าที่เป็นผู้บัญชาการกรมทหารม้าที่ 7 ( 7th Cavalry Regiment) และเข้าสู่สงครามในทันที

ในยุทธการที่ลิตเติลบิกฮอร์น ซึ่งเป็นสงครามครั้งสุดท้ายของนายพลคัสเตอร์และลูกน้องของเขา นายพลคัสเตอร์ได้ทำการแบ่งกองทัพของเขาเป็นสามส่วนเพื่อทำการโจมตีค่ายอินเดียนแดงที่ริมแม่น้ำ การกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นข้อผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงของคัสเตอร์ เพราะการแบ่งกองกำลังในครั้งนั้นทำให้คัสเตอร์เหลือกำลังพลเพียง 200 นาย เขานำกำลังพลเพียงน้อยนิดเข้าโจมตีพวกอินเดียนแดงที่มีกำลังหลายพันคน จนทำให้กองทัพของเขาเพลี่ยงพล้ำและตกอยู่ในวงล้อมของข้าศึกในที่สุด

นายพลคัสเตอร์และกำลังพลเพียง 200 คน ได้ยืนหยัดต่อสู้กับพวกอินเดียนแดงในสนามรบอย่างกล้าหาญ แต่ด้วยกำลังพลที่น้อยกว่าจนเทียบไม่ติด ทำให้กองทัพของคัสเตอร์ถูกตีแตกพ่ายอย่างรวดเร็ว จนทำให้เขาและลูกน้องทั้งหมดเสียชีวิตคาสนามรบ นายพลคัสเตอร์ เสียชีวิตด้วยวัยเพียง 36 ปี

ตลอดชีวิตการเป็นทหารของนายพลคัสเตอร์ เขาได้ชื่อว่าเป็นทหารที่มีความกล้าหาญ และเป็นเจ้าของวลีที่ว่า “ไม่ว่าพวกอินเดียนแดงจะมีมากเท่าใด ก็ไม่สามารถเอาชนะกองทหารม้าที่ 7 ได้!”

บางทีคำพูดของนายพลคัสเตอร์ในครั้งนั้น อาจย้อนกลับมาทิ่มแทงเขาเอง จนนำมาสู่ความพ่ายแพ้อย่างหมดรูปและและทำให้ศึกที่ลิตเติลบิกฮอร์นถูกบันทึกว่าเป็นสงครามที่น่าอับอายที่สุด เพราะกองทัพสหรัฐฯ ที่เกรียงไกรกลับพ่ายแพ้ชาวพื้นเมืองที่ด้อยกว่าอย่างน่าเหลือเชื่อ ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้ชื่อของนายพลคัสเตอร์มักถูกกล่าวถึงบ่อย ๆ ทั้งในแวดวงนักการทหารและวงการบันเทิง (ยกตัวอย่างเช่นในภาพยนตร์เรื่อง The Last Samurai , We Were Soldiers) ด้วยวีรกรรมที่ไม่มีใครรู้ว่าตกลงแล้วสิ่งที่นายพลคัสเตอร์ทำนั้นควรเรียกว่ากล้าหาญหรือบ้าบิ่นดี

จากบทสรุปความพ่ายแพ้ของนายพลคัสเตอร์ ทำให้เราตระหนักได้ว่าความกล้าหาญเป็นสิ่งที่ดี แต่หากมากเกินไป มันอาจกลายเป็นความบ้าระห่ำ ที่ย้อนกลับมาทำลายตัวเองแล้วผู้คนที่เกี่ยวข้องได้

เรียบเรียง : SpokeDark.TV

COMMENTS