วีรบุรุษสุดอาภัพ! ‘งักฮุย’ ยอดขุนศึกกู้ชาติที่ถูกยกให้เป็นเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์ ก่อนที่จะยกย่อง ‘กวนอู’ ในภายหลัง

หากวรรณกรรมสามก๊กไม่เป็นที่รู้จักและโด่งดัง “กวนอู” ก็อาจไม่ได้เป็นเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์อย่างที่เรารู้กันก็ได้ โดยก่อนหน้านั้นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่ถูกยกย่องไม่แพ้กันว่าทั้งความเก่งกาจ ความสามารถไหวพริบ ความซื่อสัตย์ต่อชาติและผู้เป็นนายอย่างหาใครที่ยากจะเปรียบ “งักฮุยแม่ทัพแห่งราชวงศ์ซ่ง”

123RF

หลายคนรู้จักคงทราบวีรกรรมที่ทำให้ “กวนอู” ถูกจำในวีรบุรุษผู้ซื่อสัตย์กันมาบ้างแล้ว ซึ่งก่อนที่กวนอูจะเป็นที่รู้จักนั้น “งักฮุย” คือวีรบุรุษที่อยู่ในใจคนในยุคนั้นมาก่อน งักฮุย หรือ “เยว่เฟย์” เกิดในครอบครัวชาวบ้านทั่วไปที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ทำให้ชีวิตต้องร่อนเร่ไปเรื่อย บ้านเมืองในช่วงเวลานั้นเกิดวิกฤต ประชาชนอดยากปากแห้ง สงครามกลางเมืองของกลุ่มโจร การรุกรานจากชาวแมนจู (เผ่าจิน) จนสามารถเข้ามายึดเมืองหลวงของประเทศในเวลานั้นไปได้ก่อตั้งเป็นราชวงศ์จิน ปัญหาที่รายล้อมประเทศในเวลานั้นส่งผลให้เขาสมัครเป็นทหารเพื่อกอบกู้ความสุขกลับมาสู่บ้านเมืองอีกครั้ง

มารดาของงักฮุย ได้สลักตัวอักษร 4 ตัวไว้ที่หลังของเขามีความหมายว่า “ซื่อตรง ภักดี ล้างแค้น กู้ชาติ” เพื่อเป็นคำปฏิญาณสำหรับช่วงชีวิตที่เหลือเพื่อชาติบ้านเมือง หลักจากเข้ารับราชการทหารกับราชศ์วงซ่งใต้ งักฮุยก็แสดงความสามารถในการรบจนไต่เต้าขึ้นมาเป็นยอดทหารได้ในเวลาอันรวดเร็ว โดยมีแม่ทัพใหญ่ค่อยถ่ายทอดความรู้ให้อย่างใกล้ชิด

WIKIPEDIA CC ROLF MÜLLER

ต่อมาเมื่อแม่ทัพเสียชีวิต งักฮุยก็ได้ขึ้นมาสืบทอดตำแหน่งแทนได้อย่างดีไม่มีผิดเพี้ยน ไม่เพียงแต่ขึ้นชื่อว่าเป็นยอดขุนศึก แต่มีความเข้มงวดและมีระเบียบวินัยกับทหารของตัวเองเป็นอย่างมาก ครั้งหนึ่งลูกชายงักฮุยควบคุมม้าไม่อยู่เสียหลักล้มทั้งคนทั้งม้า เขาก็ตัดสินโทษลูกตัวเองไม่ต่างจากทหารด้วยกฎระเบียบเดียวกัน อย่างไม่มีข้อยกเว้น
เหตุการณ์ที่ทำให้งักฮุยนั้นถูกจดจำคือ ทุกครั้งที่แม่ทัพงักฮุยนำทหารออกมาดูแลประชาชนแล้วต้องพักค้างคืน เขาจะสั่งให้ทหารตั้งค่ายนอนริมทาง แม้ชาวบ้านจะเชิญชวนไปพักในบ้านก็ตอบปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่า “แม้หนาวตายก็ไม่ขอเบียดเบียนชาวประชา แม้ต้องอดตายก็จะไม่ปฏิบัติตัวเยี่ยงโจร” ทำให้ประชาชนและทหารในกองทัพต่างให้ความเคารพเขาอย่างมาก

แม้จะมีทั้งชื่อเสียงและเกียรติยศมากมาย แต่งักฮุยก็ไม่หลงระเริงไปกับมัน ทุกครั้งที่พลทหารป่วยหรือไม่สบาย งักฮุยก็จะลงมาสอบถามอาการและสั่งคนมาดูแลอย่างใกล้ชิด หรือแม้สามารถทำศึกชนะได้รางวัลที่ได้จากเบื้องบนก็จะนำมาแบ่งให้กับทหารของตัวเองเท่าๆ กัน ทำให้ทหารของงักฮุยมีความสามัคคีและแข็งแกร่งอย่างมากจนทำศึกรบกับชนเผ่าจิน ยึดพื้นที่เข้าไปยังใกล้ยังเมืองหลวง จนมีคำกล่าวที่ว่า “โยกภูเขานั้นง่าย คลอนทัพงักฮุยนั้นยากยิ่ง”

แต่แล้ว อุบายของขุนนางกังฉินได้เป่าหูฮ่องเต้ซ่งเกาจง จนต้องเรียกทัพงักฮุยกลับซ่งใต้อย่างเร่งด่วนหลังเชื่อว่าจะสามารถเจรจาสงบศึกกับเผ่าจินได้ แม้ในตอนแรกเขาจะดื้อด้านหลังตั้งปณิธานในการแก้แค้นและขับไล่ผู้รุกรานชาวแมนจูออกไปจากประเทศ แต่เขาก็ยอมกลับในทีสุด อุบายต่างๆ เริ่มถูกเป่าหูฮ่องเต้เรื่อยมา บ้างก็ว่างักฮุยคิดจะตั้งตัวเป็นใหญ่เอง แต่งักฮุยก็ไม่คิดจะแก้ต่างใดๆ ท้ายที่สุดเขาถูกใส่ความจนได้รับโทษประหารในที่สุด นับเป็นข่าวที่ประชาชนตกใจอย่างมากพวกเขามารวมตัวกันก่อนจะนำร่างของงักฮุยไปทำพิธีศพอย่างยิ่งใหญ่ และถูกยกให้เป็นสัญลักษณ์ของความสื่อสัตย์นับแต่นั้น พร้อมตั้งศาลเจ้าขึ้นมาโดยสร้างรูปปั้นทองเหลืองของขุนนางกังฉินทั้ง 4 คน ที่ทำให้งักฮุยต้องตายไว้ด้านหน้าศาลเจ้า ซึ่งภายหลังผู้ที่เคียดแค้นได้มาถ่มน้ำลายใส่รูปปั้นขุนนางกังฉินทั้ง 4 คน เพื่อเป็นการประณาม

123RF

หลังจากราชวงศ์ชิง (ชาวแมนจู) ขึ้นมาปกครองประเทศจีน กวนอูก็เริ่มเข้ามาแทนที่งักฮุย เนื่องจากเดิมทีงักฮุยเป็นสัญลักษณ์แห่งความซื่อสัตย์ต่อชาติ และมุ่งมั่นในการขับไล่ชาวแมนจูออกจากจีน แต่สำหรับเรื่องราวของ “กวนอู” ถูกจดจำในฐานะวีรบุรุษผู้มีความภักดีต่อเล่าปี่และเรื่องของบุญคุณที่ต้องทดแทน โดยเฉพาะไม่ได้มีศัตรูหลักเป็นชาวแมนจู กวนอูจึงกลายมาเป็นเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์ของชาวจีนในช่วงราชวงศ์ชิงเป็นต้นมา

เรียบเรียง : SpokeDark.TV

COMMENTS