ความหอมที่เย้ายวน! ประวัติศาสตร์น่ารู้ของ ‘น้ำหอม’ เขามีกันมาตั้งแต่เมื่อไหร่?

เครื่องหอมถูกใช้ครั้งแรกในยุคเมโสโปเตเมียเมื่อ 4,000 ปีก่อนในรูปแบบของการเผาให้เกิดกลิ่น สิ่งที่นำมาเผาในช่วงเวลานั้นคือ ยางไม้ เปลือกไม้ ขึ้ผึ้ง ผู้คนใช้น้ำหอมในการประกอบพิธีทางศาสนาหรือใช้ผสมกับน้ำเพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน คำว่า Perfume มีรากศัพท์มาจากภาษาละตินแปลว่า “ควัน”

WIKIPEDIA PD

อารยธรรมอียิปต์โบราณเป็นยุคที่เก่าที่สุดที่มีการใช้น้ำหอม นักโบราณคดีพบภาพวาดในสุสานที่แสดงถึงวิธีการผลิตน้ำหอม มีการค้นพบขวดน้ำหอมที่อยู่ในสุสานของฟาโรห์ตุตันคาเมน ในกระบวนการผลิตมัมมี่ก็มีการใช้เครื่องหอมและน้ำหอมประกอบอีกด้วย น้ำหอมเคยถูกสงวนไว้ให้ใช้แก่ชนชั้นกษัตริย์และนักบวชเท่านั้นเนื่องจากผลิตได้ยากและมีราคาแพง ต่อมาเมื่อสามารถผลิตได้มากขึ้นจึงมีการอนุญาตให้ประชาชนทั่วไปสามารถใช้ได้ วัฒนธรรมการใช้และผลิตน้ำหอมของคนอียิปต์จึงได้ถูกส่งต่อไปยังชนชาติอื่นๆ

WIKIPEDIA CC BROKENSPHERE

ก้าวสำคัญของการพัฒนาน้ำหอมนั้นเกิดขึ้นในยุคกลาง เมื่อชาวอาหรับสามารถผลิตน้ำหอมด้วยการกลั่นได้สำเร็จและสร้างหลอดกลั่นขึ้นเป็นชาติแรก น้ำหอมกลิ่นแรกที่ได้จากการกลั่นก็คือกลิ่นกุหลาบ ครั้งหนึ่งกรุงแบกแดดเคยมีสมญานามว่าเมืองแห่งน้ำหอมเนื่องจากนำพื้นที่ไปใช้ในการปลูกกุหลาบเพื่อนำมาทำน้ำหอมและคิดค้นสูตรน้ำหอมที่นำสารจากตัวชะมดไปผสมกับปูนขาวแล้วนำไปสร้างพระราชวังและสุเหร่าทำให้มีกลิ่นหอมไปทั่วบริเวณ

ชาวอาหรับนำน้ำหอมเข้าสู่ยุโรปผ่านการค้าขายในคริสต์ศตวรรษที่ 14 และเมื่อแคทเธอรีน เดอ เมดิชี (Catherine de Medici) จากอิตาลีได้เดินทางไปฝรั่งเศสเพื่อแต่งงานกับพระเจ้าอองรีที่ 2 ทรงนำนักเคมีและนักปรุงน้ำหอมไปสร้างห้องทดลองเพื่อให้ใช้การปรุงน้ำหอม หลังจากนั้นเป็นต้นมาน้ำหอมก็เป็นที่นิยมไปทั่วยุโรปและฝรั่งเศสก็กลายเป็นศูนย์กลางของน้ำหอม

123RF

น้ำหอมในยุคคริสต์ศตวรรษที่ 17 มีบทบาทมากในสังคมตะวันตก มันถูกใช้เพื่อแสดงฐานะ เพื่อกลบกลิ่นเหม็นต่างๆ น้ำหอมได้กระจายไปสู่ประเทศอื่นๆ ทั่วโลกผ่านการล่าอาณานิคม การค้า

น้ำหอมในอุตสาหกรรมแฟชั่นได้กำเนิดราวคริสต์ศตวรรษที่ 19 เพราะนักเคมีสามารถสังเคราะห์กลิ่นได้หลากหลาย ผลิตได้ในปริมาณมาก มีราคาถูกลง น้ำหอมจึงถูกใช้กันอย่างแพร่หลายมาจนถึงปัจจุบัน

เรียบเรียง : SPOKEDARK.TV

COMMENTS