มีชีวิตเป็นเดิมพัน! วิธีการเอาตัวรอดของเหยื่อที่จะถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ เขาต้องทำอย่างไร?

การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เป็นการสังหารหมู่ชนชาติใดชนชาติหนึ่งที่เป็นเป้าหมาย โดยหวังว่าจะทำจัดให้สิ้นชาตินั้นๆ ตัวอย่างการฆ่าล้างเผาพันธุ์ที่เรารู้จักกันทั่วโลกก็คือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวในสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งสงผลให้ประชากรชาวยิวสองในสามของยุโรปต้องเสียชีวิตลง นี่คือวิธีการที่ผู้รอดชีวิตหรือจากบันทึกต่างๆ ได้บอกถึงวิธีที่จะเอาชีวิตรอดในช่วงเวลาอันโหดร้ายนั้นมาได้

WIKIPEDIA PD

1. ในค่ายกักกันมักจะมีอาหารไม่เพียงพอทำให้นักโทษนั้นมีร่างกายผอมบางจนเหลือแต่กระดูก หัวบีทรูทที่มีสีแดงจะถูกนำมาบดแล้วใช้ทาแก้มนักโทษในค่ายกักกันให้แดงระเรื่อ ที่พวกเขาทำแบบนี้ไม่ใช่เพื่อความสวยงาม แต่มันช่วยให้เขาดูมีสุขภาพดีขึ้นมาแม้จะเพียงน้อยนิด เพราะถ้าหากนักโทษในค่ายกักกันไม่ผ่านการตรวจร่างกายนั่นแปลว่าพวกเขาจะถูกส่งไปประหารทันที บางครั้งที่ไม่สามารถหาหัวบีทได้พวกเขาก็จะใช้เลือดตัวเองมาทาแก้มแทน

2. ในช่วงเริ่มต้นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว นาซีมีเป้าหมายอยู่ที่ผู้สูงอายุและคนพิการ บางคนถึงกับเผาสูติบัตรตัวเองทิ้งเพื่อให้รอดจากการค้นหาของทหารหาซี แต่สิ่งที่ไม่สามารถกลบเกลื่อนได้ก็คือผม ทำให้คนที่มีอายุมากกว่า 40 หรือเริ่มมีผมหงอกจำเป็นจะต้องย้อมผมเพื่อให้ดูหนุ่มสาวกว่าวัยที่แท้จริง

3. สูติบัตรหรือหนังสือเดินทางเป็นหลักฐานชั้นดีที่ช่วยให้ทหารหาซีสามารถระบุตัวตนผู้คนได้ ดังนั้นจึงมีการทำเอกสารปลอมเพื่อช่วยให้ชาวยิวหลายร้อยคนไม่ต้องถูกส่งไปยังค่ายกักกันและยังใช้หลบหนีไปยังประเทศอื่นที่ปลอดภัยกว่าได้

WIKIPEDIA PD

4. แม้จะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากของผู้ที่ตกเป็นเป้าหมายของการฆ่าล้าเผ่าพันธุ์แต่พวกเขาก็ยังห่วงสวัสดิภาพของเด็กมากกว่าตัวเอง มีการลักลอบขนส่งเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ในช่วง ค.ศ. 1938-1940 จากประเทศที่อันตรายอย่างเยอรมนี โปแลนด์ ออสเตรียและเชโกสโลวาเกียสู่ประเทศที่ต้อนรับเด็กๆ เหล่านี้ เช่น อังกฤษที่รับเด็กๆ กว่า 10,000 คนในช่วงเวลา 2 ปีนี้และยังมีการให้บัตรประชาชนปลอมเอาไว้เผื่อในกรณีที่มีการถูกตรวจพบก่อนจะถึงประเทศปลายทาง

5. ”พยายามมีชีวิตอยู่ให้ได้” อาจจะฟังดูแปลกประหลาด แต่สำหรับผู้ที่ต้องถูกส่งไปยังค่ายกักกัน การพยายามมีชีวิตให้รอดจนกว่าสงครามจะจบ ไม่ทิ้งความหวังในการมีชีวิตอยู่และใช้ชีวิตอย่างปกติให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้จึงเป็นเรื่องที่ดูสมเหตุสมผล

WIKIPEDIA PD

6. การทำการปฏิวัติก็เป็นหนึ่งในหนทางที่จะทำให้มีชีวิตได้ เช่นนักโทษที่ค่ายกักกันซอบีบูร์ (Sobibor Extermination Camp) ได้ยินผู้คุมพูดถึงการที่จะทำการชำระล้างและทำลายค่ายนี้ให้สิ้นซากก่อนที่ทหารรัสเซียจะมาปลดปล่อย เหล่านักโทษจึงรวมตัวกันในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิทำการฆ่าผู้คุมและวิ่งหนีฝ่าพื้นที่ที่มีกับระเบิดอยู่มากมายสู่อิสรภาพ

WIKIPEDIA PD

7. การซ่อนตัวเป็นหนึ่งในวิธีที่หลายคนเลือกใช้โดยมีครอบครัวที่ไม่ใช่ชาวยิวยินดีให้ความช่วยเหลือในการหลบซ่อนตัวในที่ต่างๆ อย่างห้องใต้หลังคา ห้องใต้ดิน หน้าต่างปลอม ในกำแพงลับ หรือห้องลับที่อยู่ด้านหลังชั้นหนังสือ เป็นต้น ครอบครัวชาวยิวที่ใช้วิธีการซ่อนตัวที่โด่งดังที่สุดก็คงไม่พ้นครอบครัวของแอน แฟรงค์ ที่ซ่อนตัวในอพาร์ทเมนต์เล็กๆ ที่อยู่เหนือที่ทำงานของพ่อเธอนานนับปีและเขียนหนังสือที่ชื่อว่า “บันทึกลับของแอนน์ แฟรงค์”

8. นอกจากการใช้หัวบีทหรือเลือดมาทาแก้มเพื่อให้ดูสุขภาพดี นักโทษในค่ายกักกันก็ยังออกกำลังกายเท่าที่สามารถจะทำได้อย่างการดันพื้น วิ่ง ต่อสู้ระหว่างกันเพื่อรักษาสุขภาพและทำให้ตัวเองนั้นดูสุขภาพดีพอที่จะผ่านการตรวจร่างกาย

WIKIPEDIA PD

9. ชาวยิวบางคนก็เลือกใช้วิธีการทำงานให้นาซีเพื่อรักษาชีวิตโดยจะช่วยทหารนาซีทำการค้นหาคนยิวด้วยกันเพราะคนยิวย่อมรู้จักคนยิวด้วยกันดีกว่า หรือทำการหลอกคนยิวให้ไปหาทหารนาซี ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้ตัวเองมีชีวิตรอดต่อไปได้

หรือมีการตั้งสถานบริการในประเทศที่นาซีควบคุม โดยผู้หญิงที่ทำงานในสถานบริการนี้จะได้รับการปฏิบัติที่ดีกว่าผู้หญิงในค่ายกักกัน

10. การติดสินบนแก่ทหารนาซีก็เป็นหนึ่งในวิธีการที่ชาวยิวผู้ร่ำรวยบางคนใช้ พวกเขาจ่ายเงินหรือให้ของมีค่าเพื่อเอาชีวิตรอดแม้จะต้องหมดตัวก็ต้องยอม

เรียบเรียง : SPOKEDARK.TV

COMMENTS