เรื่องจริงไม่ใช่นิยาย! หมอตรวจพบเรื่องเหลือเชื่อที่ทำให้ พ่อ-ลูกแท้ๆ มี DNA ต่างกัน

กลายเป็นเรื่องฮือฮาอยู่ในขณะนี้เมื่อคุณพ่อชาวสหรัฐฯ รายหนึ่งพบว่า DNA ของตน และลูกฝาแฝดของเขานั้นไม่ตรงกัน ทั้งๆ ที่ปกติแล้วลูกที่คลอดออกมาต้องมี DNA ของพ่อและแม่อยู่อย่างละครึ่ง ซึ่งหากเป็นชาวบ้านทั่วๆ ไป คงพากันนินทาไปต่างๆ นานาว่าภรรยาของเขาหรือก็คือแม่ของฝาแฝดคู่นี้แอบไปมีชู้อย่างแน่นอน แต่ทางวิทยาศาสตร์นั้นมีคำตอบที่ดีและถูกต้องกว่านั้น

SHUTTERSTOCK

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อชายชาวสหรัฐฯ วัย 34 ปีรายหนึ่งได้ไปตรวจเลือดที่โรงพยาบาล แต่พบว่าผลเลือดที่ออกมานั้นไม่ตรงกับ DNA ของลูกน้อยฝาแฝด ซึ่งทั้งคู่เกิดจากการผสมเทียม ดังนั้นสิ่งแรกที่เขาและภรรยาตั้งข้อสงสัยก็คือ โรงพยาบาลที่พวกเขาไปฝากครรภ์นั้นสลับอสุจิของคนอื่นมาใช้หรือเปล่า ซึ่งเมื่อแพทย์ทำการตรวจ DNA ของฝ่ายคุณพ่อรายนี้อีกครั้งอย่างละเอียดจึงทำให้ทราบว่า ไม่ได้มีการหยิบอสุจิผิด หรือคุณแม่หนีไปมีชู้แต่อย่างใด แต่สิ่งที่เกิดกับคุณพ่อนั้นเรียกว่า ปรากฏการณ์ไคเมร่า (Chimera)

โดยจะขออธิบายง่ายๆ ก็คือ ในตอนที่คุณแม่ของชายชาวสหรัฐฯ รายนี้ตั้งครรภ์ เธอได้ตั้งท้องลูกแฝด แต่ระหว่างการเติบโตกลับพบว่ามีการรวมตัวของไข่แฝดที่อยู่ในท้องก่อนจะพัฒนาเป็นตัวอ่อนในร่างเดียว ทำให้ชายรายนี้มี DNA 2 ชุด หรือที่ทางวิทยาศาสตร์เรียกว่า “มนุษย์ไคเมร่า” ก็คือ ชุดของตัวเอง และชุดของพี่หรือน้องชายที่เคยเป็นฝาแฝดกัน ดังนั้นแพทย์จึงระบุสาเหตุที่ทำให้ผล DNA ของชายคนนี้และลูกน้อยของเขาไม่ตรงกัน เนื่องจาก DNA ที่อยู่ในตัวของเด็กฝาแฝด เป็นดีเอ็นเอชุดของพี่หรือน้องซึ่งเคยเป็นไข่แฝดในท้อง ก่อนที่จะเกิดการรวมตัวกันเป็นตัวอ่อนเดียวและกลายเป็นชายชาวสหรัฐฯ รายนี้นั่นเอง

SHUTTERSTOCK

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ เพราะเมื่อปี 2013 คุณแม่ชาวสหรัฐฯ รายหนึ่ง ก็ต้องปวดหัวกับปัญหาในลักษณะเดียวกันนี้ เมื่อเธอต้องทำเรื่องเพื่อขอค่าสงเคราะห์บุตรกับทางรัฐ ซึ่งขั้นตอนต้องมีการตรวจสอบ DNA เพื่อตรวจสอบว่าลูกๆ ทั้ง 3 เป็นของเธอจริง ผลปรากฏออกมาว่า ลูกทั้ง 3 มี DNA ของสามีเธอ แต่ไม่มี DNA ของเธออยู่ ซึ่งสุดท้ายได้มีการตรวจ DNA จากส่วนอื่นๆ ของร่างกาย โดยพบว่าเนื้อเยื่อในลำคอของหญิงรายนี้ตรงกับ DNA ของลูกๆ เธอ เรื่องดังกล่าวจึงจบลงได้ด้วยดี

เรียบเรียง : SpokeDark.TV

COMMENTS