ส่องธุรกิจหมื่นล้านของ ‘โก เมีย เกียต’ บอกเลยมีวันนี้ได้เพราะ ‘ถุงยาง’ ล้วนๆ

หากพูดถึง “ถุงยางอนามัย” หลายคนอาจรู้สึกเขินเล็กน้อยหรืออาจไม่กล้าซื้อถุงยางอนามัยในร้านสะดวกซื้อซะด้วยซ้ำ แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ถุงยางอนามัยได้กลายเป็นสินค้าที่มีความต้องการสูงมากในแต่ละวัน นอกจากแบรนด์ของถุงยางอนามัยที่เราเห็นเป็นประจำในร้านสะดวกซื้อแล้ว ยังมีอีกหนึ่งแบรนด์ที่หลายคนอาจไม่รู้สึกคุ้นชื่อเท่าไหร่นักอย่าง “Karex” แบรนด์ถุงยางอนามัยจากประเทศมาเลเซียที่ครองส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก และมีฐานผลิตถุงยางที่ใหญ่ที่สุดของโลกอีกด้วย

แน่นอนว่าธุรกิจจะประสบความสำเร็จไม่ได้ หากขาดผู้นำที่มีความสามารถ Goh Miah Kiat (โก เมีย เกียต) ผู้บริหารบริษัทผลิตถุงยางอนามัยวัย 39 ปี ระบุว่ากิจการผลิตถุงยางอนามัยเริ่มต้นขึ้นในปี 1988 เมื่อครอบครัวของเขาต้องการแปรรูป “น้ำยางพารา” ให้กลายเป็นสินค้าชนิดใหม่ จากเดิมที่ส่งออกน้ำยางพาราเพียงยางเดียวด้วยการผลิตถุงมือยาง และถุงยางอนามัยเพิ่มขึ้นมา

ในช่วงแรกของการเริ่มต้นกิจการ บริษัทขาดทุนจนเกือบล้มละลาย ซ้ำร้ายพ่อของเขายังเสียชีวิตลงอย่างกะทันหัน ทำให้บริษัทขาดเสาหลักในการบริหารจัดการ โก เมีย เกียต เด็กหนุ่มที่เพิ่งเรียนจบหมาดๆ จึงต้องรับหน้าที่บริหารจัดการบริษัทตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

AFP

โก เมีย เกียต ใช้เวลาบริหารบริษัทนานกว่า 16 ปี กว่าบริษัทของเขาจะกลับมายืนในจุดที่ทำกำไรได้อย่างมหาศาล จนไกลจากคำว่าล้มละลายไปหลายปีแสง โดยบริษัทมีกำไรปีละไม่ต่ำกว่าหมื่นล้านบาท! จากเดิมที่ทำกำไรได้เพียงปีละไม่กี่ล้านบาท

เบื้องหลังความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่นี้นี้อาจไม่ใช่เพราะโชคชะตา แต่เป็นเพราะคุณพ่อของเขามองเห็นความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ในวันที่ก่อตั้งบริษัทเสียมากกว่า เพราะไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าถุงยางอนามัยเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นต่อมนุษย์เป็นอย่างมาก แต่ละปีคนกว่า 7.5 พันล้านคน ใช้ถุงยางอนามัยจากการมีเพศสัมพันธ์และป้องกันอันตรายการเพศสัมพันธ์ ถุงยางอนามัยจึงเป็นสินค้าที่ขายได้อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันฐานผลิตที่ใหญ่ที่สุดของ Karex ตั้งอยู่ในเมืองพอร์ตแกลง (Port Klang) ของประเทศมาเลเซีย และยังมีฐานการผลิตย่อยอยู่ในประเทศไทยอีกด้วย

Karex ยังเสริมความแข็งแกร่งให้กับบริษัทอย่างต่อเนื่อง ด้วยการลงทุนซื้อกิจการของบริษัทถุงยางในสหรัฐอเมริกา และในประเทศอังกฤษ อีกทั้งยังเตรียมพัฒนาถุงยางเพื่ออนาคตอย่าง “ถุงยางอัจฉริยะ” ที่คาดว่าจะได้รับความนิยมในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เพื่อครองส่วนแบ่งทางการตลาดเอาไว้ให้มากที่สุด

123RF

เรียบเรียง : SpokeDark.TV

COMMENTS