อดีตที่น่าสลด! ‘การสังหารหมู่กาตึญ’ เมื่อสหภาพโซเวียตสังหารหมู่ชาวโปแลนด์ แล้วโยนความผิดให้นาซีเยอรมัน

หนึ่งในเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่น่าเจ็บปวดสำหรับชาวโปแลนด์ ก็คือเหตุสังหารหมู่ที่ป่ากาตึญ (Katyn Massacre) ซึ่งถือเป็นการสังหารหมู่ชาวโปแลนด์ครั้งใหญ่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง โดยเหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นในปี 1940 ในตอนนั้นสหภาพโซเวียตและนาซีเยอรมันได้มีข้อตกลงที่จะบุกโปแลนด์ร่วมกัน และแบ่งกันปกครองคนละครึ่งภายใต้สัญญาที่ได้ตกลงกันไว้ก่อนหน้า

WIKIPEDIA PD

ในตอนนั้น โปแลนด์ไม่สามารถต้านทานการบุกของสองชาติมหาอำนาจได้ จึงพ่ายแพ้ไปอย่างง่ายดาย โดยฝ่ายโซเวียตได้เกณฑ์ชาวโปแลนด์ไปใช้แรงงาน แต่ที่แตกต่างจากที่อื่น คือที่ป่ากาตึญ ชาวโปแลนด์ที่ถูกเกณฑ์มาใช้แรงงานที่นี่ ล้วนเป็นคนมีความรู้ ความสามารถ ไม่ว่าจะเป็น ทหาร ตำรวจ เจ้าของที่ดิน เจ้าของโรงงาน ทนายความ เจ้าหน้าที่ราชการ และนักบวช โดยทางโซเวียตมองว่าคนกลุ่มนี้เป็นอันตรายและจำเป็นต้องกำจัดเสีย โดย โจเซฟ สตาลิน ผู้นำของสหภาพโซเวีตได้ลงนามในวันที่ 5 มีนาคม 1940 ที่ว่าด้วยการกำจัดเชลยศึกชาวโปแลนด์กลุ่มนี้ โดยมีผู้ตกเป็นเหยื่อประมาณ 22,000 คน ถูกสังหารด้วยการยิงเป้า โดยเกือบครึ่งของผู้เสียชีวิตเป็นเพียงแค่พลเรือนเท่านั้น

WIKIPEDIA PD

ต่อมาในปี 1943 นาซีเยอรมันได้ค้นพบหลุมฝังศพในป่ากาตึญ คณะรัฐบาลพลัดถิ่นของโปแลนด์ที่อยู่ในอังกฤษขอมาตรวจสอบด้วยตัวเองโดยคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ แต่กลับถูกฝ่ายสหภาพโซเวียตประกาศว่าจะตัดความสัมพันธ์ทางการทูตทันที

ในตอนนั้นฝ่ายสหภาพโซเวียต ถือเป็นกำลังสำคัญในการรบกับฝ่ายนาซีเยอรมัน หากสหภาพโซเวียตถอนตัวไป การทำสงครามกับฝ่ายนาซีเยอรมันจะเป็นไปอย่างยากลำบากมากขึ้น สุดท้าย เหตุสังหารหมู่ชาวโปแลนด์ก็ถูกโยนความผิดไปให้ฝ่ายนาซีเยอรมัน ภายหลังจากสงครามโลกยุติลง ฝ่ายสหภาพโซเวียตนำไปใช้ในการหาเหตุลงโทษฝ่ายนาซีเยอรมันในการพิจารณาคดีที่เนิร์นแบร์กอีกด้วย

WIKIPEDIA CC LONIO17

สหภาพโซเวียตปฏิเสธการมีส่วนรู้เห็นในการสังหารหมู่ชาวโปแลนด์ และโยนความผิดทั้งหมดให้ฝ่ายนาซีเยอรมัน จนกระทั่งสหภาพโซเวียตล่มสลายลง และได้มีการนำเรื่องนี้มาสืบสวนใหม่ ก็พบว่าแท้จริงแล้วสหภาพโซเวียตคือผู้ลงมือสังหารหมู่ชาวโปแลนด์ ภายใต้คำสั่งของโจเซฟ สตาลิน

WIKIPEDIA CC BUNDESARCHIV

สหพันธรัฐรัสเซีย ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบในปี 2010 ด้วยการอนุมัติการลงโทษย้อนหลังให้กับ โจเซฟ สตาลิน และเจ้าหน้าที่ของสหภาพโซเวียตคนอื่น ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุสังหารหมู่ครั้งนี้ แต่สหพันธรัฐรัสเซียปฏิเสธพฤติการณ์นี้ว่าเป็นอาชญากรรมสงครามหรือการกระทำอันเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ การสืบสวนถูกปกปิดโดยอ้างว่ามันเป็นการกระทำความผิดร้ายแรงที่จบลงไปนานแล้ว

เรียบเรียง : SPOKEDARK.TV

COMMENTS