มลภาวะแบบใหม่! ‘Light Pollution’ เมื่อแสงสว่างยามค่ำคืนกำลังทำลายระบบนิเวศอย่างรวดเร็ว

พวกเราอาจจะเคยได้ยิน ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับมลพิษทางอากาศ มลพิษทางน้ำ หรือมลพิษทางบก (ในดิน) แต่รู้หรือไม่ว่า ปัจจุบันมลภาวะทางแสง (Light Pollution) ของโลกแห่งเทคโนโลยี กำลังทำลายระบบนิเวศของสัตว์และมนุษย์อย่างช้าๆ

แปลกแต่จริง เมื่อแสงในยามค่ำคืนกลายเป็นสร้างปัญหาให้กับทั้งมนุษย์และสัตว์ แสงเหล่านี้เกิดจากการที่มนุษย์ใช้แสงประดิษฐ์ที่ไม่เหมาะสมหรือมากเกินไป เช่น ป้ายโฆษณา ไฟส่องสว่างที่ไม่จำเป็น

WIKIPEDIA PD

จากข้อมูลของ American Bird Conservatory องค์กรอนุรักษ์นกพื้นเมืองในสหรัฐฯ ออกมาประเมินว่ามีนก Songbird หรือนกที่มีเสียงไพเราะกว่า 4 ล้านตัวที่ต้องอพยพย้ายถิ่นฐานในเวลากลางคืนโดยอาศัยแสงไฟจากดวงจันทร์ ได้รับผลกระทบจากมลภาวะทางแสงของเมืองหลวง

นอกจากนี้สัตว์อีกหลายชนิดยังใช้ชีวิตโดยอาศัยวัฏจักรของแสงและความมืดในแต่ละวัน เพื่อควบคุมพฤติกรรมการดำรงชีวิต การสืบพันธุ์ การนอนหลับและการป้องกันตัวเองจากสัตว์นักล่า

ไม่เพียงเท่านั้น Skyglow หรือ แสงเรืองบนท้องฟ้าในยามค่ำคืนจากเมืองที่มีคนอาศัยอยู่ จากเมืองขนาดเล็กที่มีประชากรราว 3 พันคนสามารถสร้าง Skyglow ที่มองเห็นได้จากระยะทาง 10 กิโลเมตร ส่งผลกระทบโดยตรงกับนักดาราศาสตร์มือสมัครเล่นและมืออาชีพ แสงเทียมเหล่านี้จะลดความคมชัดของกล้องดูดาวในเวลากลางคืนเป็นอย่างมาก นักดาราศาสตร์หลายคนพบว่าหลอดไฟที่ให้แสงไฟสีขาวสร้าง Skyglow ได้มากกว่าหลอดไฟที่ให้แสงสีเหลือง

ภาพแสงไฟประดิษฐ์ของมนุษย์ที่ถ่ายจากนอกโลก

WIKIPEDIA PD

ในด้านเกษตรกรรมและป่าตามธรรมชาติก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ต้นไม้ต้องการแสงสว่างเพื่อการสังเคราะห์แสง แต่มันก็ต้องอาศัยความมืดสนิทเพื่อรักษาสมดุลในการเจริญเติบโตด้วยเช่นกัน และอาจส่งผลให้ผลผลิตทางเกษตรกับพื้นที่เกษตรกรรมที่มีพื้นที่ใกล้กับเมืองใหญ่ ที่มี Skyglow ปริมาณมาก มีจำนวนลดลงด้วย

นอกจากนี้ข้อมูลในปี 2016 มีการประเมินว่ามีประชากรโลกมากถึง 1 ใน 3 ไม่สามารถมองเห็นทางช้างเผือกได้ในเวลากลางคืนซึ่งคาดว่าตัวเลขจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยประเทศที่พบมลภาวะทางแสงมากสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก คือ ฮ่องกงและสิงคโปร์

เรียบเรียง : SPOKEDARK

COMMENTS