อดีตที่ไม่อยากจดจำ! การสังหารหมู่ที่โหดร้ายที่สุดในโลก เมื่อชายวิกลจริตก่อเหตุในโรงเรียนประถมแห่งโคโลญจน์ด้วยเครื่องพ่นไฟ

ย้อนกลับไปในสมัยที่ประเทศเยอรมนีนั้นยังถูกแบ่งออกเป็นสองฟากเนื่องจากผลกระทบจากการเป็นผู้แพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ในวันที่วันที่ 11 มิถุนายน ค.ศ.1964 ผู้คนในเมืองโคโลญจน์ แห่งเยอรมนีตะวันตกต้องตกตะลึง เมื่อมีข่าวการสังหารหมู่เกิดขึ้นในโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งที่ตัั้งอยู่ภายในชุมชน และการสังหารหมู่ครั้งนี้ถูกขนานนามว่าเป็นเหตุการณ์สังหารหมู่ที่ใช้วิธีที่โหดร้ายที่สุดเท่าที่เคยมีโศกนาฏกรรมเช่นนี้เกิดขึ้น

ช่วงเช้าของวันที่ 11 มิถุนายน ค.ศ.1964 ในโรงเรียนประถม Katholische Volksschule ที่ตั้งอยู่ในชุมชนที่เงียบสงบของเมืองโคโลญจน์ ชายผู้หนึ่งเดินเข้าไปในโรงเรียนผ่านทางประตูเล็กที่กลอนชำรุด ซึ่งภารโรงของโรงเรียนนั้นได้แจ้งไปยังช่างในท้องถิ่นเพื่อให้ส่งคนเข้ามาซ่อม เมื่อเจ้าหน้าที่เห็นชายผู้นั้นก็ตรงเข้าไปพูดคุยเพื่อที่จะบอกว่าให้ซ่อมตรงไหนบ้าง

ชายผู้นั้นไม่ได้สนทนาอะไรกับภารโรงแต่เขาจัดการปิดประตูที่กลอนชำรุดและใช้โซ่ที่เตรียมมา คล้องประตูและล็อคกุญแจในทันที จากนั้นก็เดินเข้าไปยังกลุ่มครูผู้หญิงที่ยืนจับกลุ่มสนทนากันในสนามเด็กเล่นที่อยู่ไม่ไกลจากประตูนัก ซึ่งก็สร้างความงุนงงให้กับภารโรง แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไรเพราะคิดว่าชายผู้นั้นรู้จักกับใครสักคนในกลุ่มครู

123RF

ทันทีที่ชายผู้นี้เดินเข้ามา Anna Langohr ครูสาวที่เห็นว่ากำลังมีคนเดินเข้ามาก็ถามชายผู้นี้ว่ามีอะไรให้ช่วยไหม แต่แทนทีจะได้คำตอบ ชายผู้นี้กลับหยิบท่อฉีดที่ต่อกับเป้สะพายหลังขึ้นมาจ่อกับไฟแช็คในมือ ทันใดนั้นน้ำมันเชื้อเพลิงก็พุ่งออกมาสัมผัสกับเปลวไฟทำให้ไฟที่พวยพุ่งออกมาคลอกครูสาว หลังจากนั้นชายผู้นี้ก็หันท่อฉีดที่กลายเป็นปืนพ่นไฟไปยังครูคนอื่นที่ยืนตกใจอยู่ข้างๆ อย่างรวดเร็ว

เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นไวมาก จากนั้นชายผู้นี้วิ่งเข้าไปในอาคารเรียน ซึ่งภารโรงที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็วิ่งเข้ามาเพื่อจะขัดขวางแต่ทว่าถูกชายผู้นี้ใช้ไม้กระบองที่เตรียมมาฟาดลงไปตามร่างกาย ซึ่งไม้กระบองนี้ได้ถูกดัดแปลงโดยการติดใบมีดโกนและตะปูลงไป หลังจากฟาดไม่กี่ทีภารโรงก็ทรุดลงแน่นิ่งกับพื้น

เหตุการณ์เริ่มรุนแรงขึ้นเมื่อชายผู้นี้เดินตรงเข้าไปยังในห้องเรียนและเล็งปืนพ่นไฟไปยังเหล่าเด็กๆ ที่ตกตะลึง การหนีเอาชีวิตรอดเริ่มขึ้นทั้งโรงเรียนตกอยู่ในความวุ่นวาย จนกระทั่งปืนพ่นไฟนั้นเกิดขัดข้องทำให้น้ำมันเชื้อเพลิงบางส่วนกระเด็นไปถูกตัวผู้ยิงทำให้เขาต้องทิ้งมันลงและหันมาใช้กระบองที่ประดิษฐ์ขึ้นมาเองวิ่งไล่ทุบเด็กๆ

เมื่อไร้อาวุธที่จะโจมตี ชายผู้นี้ก็ได้พยายามหนีแต่ถูกครูผู้หญิงเข้ามาขัดขวางซึ่งชายผู้นี้ก็พยายามที่จะเอาตัวรอดด้วยการต่อสู้ ผลก็คือครูผู้หญิงที่เข้ามาขัดขวางนั้นถูกสังหารจนเสียชีวิต หลังจากนั้นก็วิ่งไปบริเวณด้านหลังโรงเรียนเพื่อหาทางหนีและในระหว่างนี้เขาได้จัดการนำ “Parathion” ยาฆ่าแมลงชนิดหนึ่งที่เตรียมมาเพื่อหวังฆ่าตัวตายหนีความผิด แต่ทว่ามันมีความเข้มข้นไม่พอที่จะทำให้ตายอย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้เขาตัดสินใจที่จะวิ่งหนีให้รอดพ้นจากการถูกจับตัวเพื่อให้ยาออกฤทธิ์ได้ทัน

ในระหว่างนี้เหตุการณ์ทั้งหมดถูกแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจและชาวบ้านในละแวกโรงเรียนซึ่งออกมาช่วยกันตามหาผู้ก่อเหตุที่กำลังหลบหนีั จนกระทั่งตำรวจได้รวบตัวเขาไว้ได้ในขณะที่กำลังวิ่งหนีอยู่บนทางรถไฟที่ไม่ไกลจากโรงเรียนและนำส่งโรงพยาบาลทันที ซึ่งในขณะที่จับกุมได้นั้นชายผู้นี้เริ่มมีอาการกำเริบจากพิษของยาฆ่าแมลงที่กินเข้าไป
ชายผู้ก่อเหตุเสียชีวิตในเวลาค่ำของคืนนั้นเอง โดยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นไม่ได้สอบปากคำใดๆ และจากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นครูจำนวน 2 รายและเด็กนักเรียนทั้งหมด 8 คน ซึ่งเหยื่อส่วนใหญ่นั้นเสียชีวิตจากบาดแผลไฟไหม้กว่าร้อยละ 90 ของร่างกาย

WIKIPEDIA PD

จากการสืบสวนก็พบว่าผู้ก่อเหตุนั้นมีชื่อว่า “Willi Walter Seifert” อดีตทหารที่ตกเป็นนักโทษสงครามในสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งหลังจากถูกปล่อยตัวออกมาก็ไม่ได้ทำงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเพราะมีปัญหาทางด้านจิตใจ ซึ่งมีอาการหวาดระแวงว่าจะถูกทำร้ายและในบางครั้งยังมีอาการคลุ้มคลั่ง อีกทั้งนาย Seifert ยังเคยเอ่ยขึ้นกับพี่ชายว่ามีแผนที่จะลักพาตัวเด็กและการลอบทำร้ายผู้หญิงที่พบอีกด้วยแต่พี่ชายก็คิดแค่เพียงว่าเป็นอาการคลุ้มคลั่งธรรมดาของน้องชายจึงไม่ได้จับตาดูอะไรเป็นพิเศษ

Willi Walter Seifert ได้วางแผนโจมตีโรงเรียนแห่งนี้มากว่า 2 สัปดาห์โดยเขาได้นำเครื่องพ่นยาฆ่าแมลงมาดัดแปลงให้เป็นปืนพ่นไฟ โดยมีการผสมน้ำมันเครื่องเก่าและทินเนอร์เข้าด้วยกันเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง และนำไม้กวาดดัดแปลงให้เป็นกระบองเหมือนกับอาวุธของชาวโรมัน ซึ่งเหตุการณ์นี้นั้นถือว่าเป็นการสังหารหมู่ที่รุนแรงและโหดร้ายที่สุดในโลกครั้งหนึ่งที่เกิดขึ้นจากคนเพียงคนเดียว และที่สำคัญมีเด็กจำนวนมากต้องตกเป็นเหยื่อ

เรียบเรียง : SpokeDark.TV

COMMENTS