หลุดมาจากยุคไหน? เหตุการณ์ ‘ล่าแม่มด’ ยุคใหม่ที่โหดเหี้ยมอำมหิตไม่ต่างจากอดีต

การล่าแม่มดเกิดขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 14-18 มีการคาดการณ์ว่ามีผู้ต้องเสียชีวิตจากการล่าแม่มดราว 40,000-80,000 คน หลายคนอาจจะคิดว่ามันได้จบลงไปแล้วพร้อมกับโลกที่หมุนไปข้างหน้า แต่ในความเป็นจริงแล้วในปัจจุบัน บางพื้นที่ของโลกก็ยังมีการล่าแม่มดจนเป็นเหตุให้เกิดความรุนแรงและเสียชีวิตอยู่

123RF

1. ในประเทศแกมเบีย อดีตประธานาธิบดี ยายา แจมเม (Yahya Jammeh) เคยมีคำสั่งในเดือนมีนาคมปี ค.ศ. 2009 ให้มีกลุ่มล่าแม่มดที่จับผู้คนกว่า 1,000 คนไปยังสถานกักกันของรัฐบาลและถูกบังคับให้ดื่มน้ำที่ผสมสารที่มีฤทธิ์หลอนประสาทจนทำให้นอนอยู่นิ่งๆ นอกจากอาการหลอนประสาทแล้วยังส่งผลให้เกิดอาการถ่ายท้องและอาเจียนอีกจนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ผู้ที่ถูกจับกุมจะถูกทุบตีบังคับให้สารภาพว่ามีการใช้เวทมนตร์ ปฏิบัติการนี้กินเวลากว่า 5 วัน มีการจับวัยรุ่นหนุ่มสาวรวมถึงคนชรา และจากการทรมานทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวน 2 คน

2. เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี ค.ศ. 2008 มีรายงานว่ากลุ่มคนจำนวนหนึ่งได้ร่วมกันเผาเหยื่อ 11 จนคนเสียชีวิตจากกล่าวหาว่ามีการใช้เวทมนตร์ โดยเกิดขึ้นในเขตตะวันตกของเมืองคีซี ประเทศเคนยา มีหญิงจำนวน 8 คนและ ชาย 3 คนอายุ 80-96 ปีถูกเผา โดยถูกลากออกมาจากบ้านยังกลางถนนและเผาจนสิ้นใจไปทีละคน กลุ่มคนเหล่านี้ยังทำการเผาบ้านและทรัพย์สินของเหยื่ออีกด้วย

123RF

เหตุการณ์นี้เริ่มต้นจากการที่มีคนพบหนังสือที่มีการอ้างถึงการชุมนุมแม่มด และพบรายชื่อของคนที่ทำการใช้เวทมนตร์ ครอบครัวของเหยื่อต้องซ่อนตัวจากความหวาดกลัว ชาวเคนยาต้องพบเจอกับความรุนแรงลักษณะนี้อยู่บ่อยครั้งโดยไม่มีใครรู้ว่าจะจบลงเมื่อใด

3. ในช่วงปี ค.ศ. 2001-2006 มีผู้หญิงอินเดียกว่า 300 คนถูกฆ่าจากข้อกล่าวหาเรื่องการเป็นแม่มดในทางตอนเหนือของรัฐอัสสัม ซึ่งหลังจากความรุนแรงนี้ทำให้เกิดเด็กที่ไร้บ้านขึ้นอย่างมากมายในพื้นที่นั้น โดยจะมีผู้หญิงราว 5-35 คนถูกฆ่าในแต่ละครั้ง จากรายงานในปี ค.ศ. 2010 มีการประเมิณว่าในแต่ปีมีผู้หญิงอินเดียถูกล่าและฆ่าราว 150-200 คน

คาดการณ์ว่าตั้งแต่ปี ค.ศ. 1995-2009 อาจมีผู้หญิงต้องเสียชีวิตจากการถูกกล่าวหาว่าใช้เวทมนตร์ราว 2,500 คน

4. ในเนปาล การกล่าวหาว่ามีการใช้เวทมนตร์นั้นไม่ใช่เรื่องที่พบเห็นได้ยาก การล่าแม่มดนี้มักเกิดกับผู้หหญิงในวรรณะต่ำ โดยเธอจะถูกจับกุม ทุบตี ทรมาน สร้างความอับอายและอาจลงเอยด้วยการถูกฆ่า

เมื่อมีการล่าแม่มด ครอบครัวของเหยื่อมักถูกกล่าวหาและถูกกระทำเช่นเดียวกัน ในปี ค.ศ. 2010 มีรายงานว่าผู้หญิงเนปาลคนหนึ่งถูกจับ ทุบตี และทรมานนานกว่าสองวันและถูกบังคับให้กินอุจจาระจนกว่าจะสารภาพว่าเป็นแม่มด เธอตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มคนกว่า 35 คนที่มาลากตัวเธอถึงที่บ้าน

ส่วนใหญ่แล้วในการล่าแม่มดที่เนปาลมักจะปล่อยเหยื่อหลังจากที่ถูกทรมานและกักขังจนยอมรับสารภาพ การฆ่าไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก

123RF

5. น่าประหลาดใจที่ปาปัวนิวกินีนั้นมีการอนุญาตให้สามารถใช้มนตร์ขาวได้ โดยมีจุดประสงค์เพื่อการรักษาโรค โดยในปี ค.ศ. 1970 ได้มีการผ่านกฎหมายการประกอบเวทมนตร์ ซึ่งทำให้การประกอบมนตร์ดำมีโทษจำคุก 2 ปี

และในปี ค.ศ. 2013 มีผู้หญิงสี่คนถูกกล่าวหาว่าใช้เวทมนตร์เพราะว่าบ้านของพวกเธอนั้นทำจากไม้ หญิงทั้งสี่คนถูกทรมานและหนึ่งในนั้นถูกตัดหัว สาเหตุที่แท้จริงนั้นมิใช่ว่าพวกเธอใช้เวทมนตร์แต่เป็นเพราะพวกเธอมีฐานะดีกว่าคนที่เป็นผู้กล่าวหา

อาชญากรรมลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นทั่วประเทศ และมักเกิดขึ้นกับผู้หญิงวัยรุ่นที่มักถูกทรมานและทุบตีจนถึงแก่ความตาย และเมื่อปี ค.ศ. 2013 ได้มีการออกกฎหมายให้การฆ่าผู้อื่นจากการกล่าวหาผู้อื่นว่าเป็นแม่มดนั้นมีความผิดฐานฆาตกรรม

เรียบเรียง : SPOKEDARK.TV

COMMENTS