นี่คือเสียงจาก ‘ลูกฆาตกร’!! ที่ถูกสังคมตราหน้าจากการกระทำของพ่อ แล้วเธอเผชิญหน้ากับปัญหานั้นอย่างไร?

โบราณท่านว่าไว้ “ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น” อาจจะใช้ไม่ได้เลยกับเด็กหลายๆ คนที่หล่นมาไกลต้นอย่างกรณีศึกษาเหล่านี้ ถ้าบุพการีของพวกเขาไม่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นฆาตกรต่อเนื่องสุดหฤโหดจนประวัติศาสตร์ต้องจารึกเอาชื่อไว้ เหล่าลูกไม้ไกลต้นจะดำเนินชีวิตอย่างไรในสังคม พวกเขาต้องอับอายและอดทนเพียงใดต่อผู้คนรอบข้างที่แม้วันเวลาจะผ่านไปยาวนานเพียงใดทุกคนยังจดจำได้ดีว่านี่คือ “ลูกฆาตกร”

ในช่วงต้นยุค 80 ชื่อของ Michael Carson และภรรยา Suzan Carson ได้ถูกจารึกในประวัติศาสตร์ฆาตกรต่อเนื่องในชื่อว่า “San Francisco Witch Killers” หรือ “นักล่าแม่มดแห่งซานฟรานซิสโก” โดยผีเน่ากับโลงผุคู่นี้ติดยาเสพติดอย่างงอมแงม และเชื่อในเรื่องเวทมนตร์คาถา ไม่เพียงแค่นั้นทั้งสองยังมีความเชื่อว่าพวกเขามีภารกิจที่พระเจ้ากำหนดให้กำจัดคนที่พวกเขาคิดว่าเป็น “แม่มด”

CRIMEFEED.COM

ซึ่งความเชื่อแบบผิดๆ ที่เกิดมาจากการหลอนของยาที่เสพเข้าไปนั้นทำให้พวกเขาก่อคดีฆาตกรรมหญิงสาวสามคน ก่อนที่พวกเขาจะถูกจับดำเนินคดีและรับสารภาพในปี 1983 ซึ่งพวกเขาไม่มีท่าทีสะทกสะท้านหรือแสดงความเสียใจใดๆ ปรากฏบนใบหน้าจากการก่ออาชญากรรมของพวกเลยแม้แต่นิดเดียว ศาลตัดสินจำคุกทั้งคู่เป็นเวลา 75 ปีซึ่งในปัจจุบันทั้งสองคนก็ยังต้องรับกรรมอยู่ในคุก

แต่ทว่าสิ่งที่ทั้งคู่ได้ทำลงไปนั้นโทษทัณฑ์มันไม่ได้ตกไปสู่ผู้ที่ทำเพียงอย่างเดียว ทว่า Jenn Carson บุตรสาวที่เกิดกับภรรยาคนแรกของ Michael Carson ในวัย 9 ปี (ในขณะนั้น) ได้ให้สัมภาษณ์ว่าเธอไม่เคยเตรียมตัวเตรียมใจกับสิ่งที่พ่อของเธอได้ก่อเอาไว้ ชีวิตหลังจากที่คนรอบข้างได้รับรู้ถึงการกระทำของผู้เป็นพ่อของเธอ คนรอบข้างก็มองเธอเปลี่ยนไป ในทุกๆ วันที่ไปโรงเรียน Jenn จะต้องเจอกับสายตาแปลกๆ ของเพื่อนร่วมชั้นและถึงขนาดที่มีเด็กเกเรบางคนเข้ามายืนด่าเธอต่อหน้าว่า “ยัยลูกฆาตกร” ซึ่งยังไม่รวมไปถึงการที่ผู้ปกครองของเด็กๆ หลายคนสั่งห้ามไม่ให้ลูกมาข้องเกี่ยวกับเธอ

Jenn จึงต้องเติบโตมาด้วยความโดดเดี่ยวที่แทบไม่มีเพื่อนสนิทเลยสักคน ถึงแม้ว่าจะย้ายไปที่ไหน คำที่ติดตัวเธอว่า “ยัยลูกฆาตกร”ก็ยังติดตามเธอไปตลอด ไม่เพียงแค่นั้น Jenn ยังต้องต่อสู้กับภาวะซึมเศร้าและความผิดปกติของการกินในช่วงเข้าสู่วัยรุ่นของเธอเนื่องมาจากความเครียดที่สะสมมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กทำให้เธอมีปัญหาเรื่องน้ำหนักที่เกินเกณฑ์ปกติ

แต่ก็ถือว่า Jenn ยังมีความโชคดีอยู่บ้างที่มีอาสาสมัครเข้ามาให้คำปรึกษาและดูแลสภาพจิตใจเพื่อไม่ให้ชีวิตพังตามพ่อเธอไปอีกคนทั้งๆ ที่เธอไม่ได้รับรู้กับการกระทำของพ่อเธอด้วยซ้ำ

IMDB.COM

Jenn รอดพ้นจากช่วงเวลาที่เลวร้ายในวัยเด็กและวัยรุ่นมาได้ ซึ่งหลังจากการเข้ามาบำบัดของอาสาสมัครก็ทำให้เธอเปลี่ยนมุมมอง เลิกแบกเรื่องเลวร้ายที่พ่อทำไว้และเริ่มเข้าหาคนอื่นมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันเธอทำงานในฐานะที่ปรึกษาเด็กและวัยรุ่นให้กับเยาวชนที่พ่อแม่ถูกส่งเข้าคุก และเธอยังพยายามที่จะสร้างความสัมพันธ์อันดีกับครอบครัวเหยื่อฆาตกรรมที่พ่อเธอก่อกรรมไว้ในอดีต

Jenn กล่าวอย่างติดตลกเมื่อมีคนถามว่าผลร้ายจากสิ่งที่พ่อของเธอก่อขึ้นที่เกิดกับเธอมันส่งผลอะไรกับชีวิตของเธอบ้างว่า “มันทำให้ฉันเครียดและกินไม่ยั้ง จนมันลดไม่ได้เท่านั้นเอง” ซึ่งเมื่อฟังดูก็รู้ว่าสิ่งที่เธอเจอมาตั้งแต่ 9 ขวบมันหนักมากแต่ด้วยมุมมองที่เปลี่ยนไปก็ทำให้เธอเลือกที่จะไม่จดจำมัน แต่มันก็สะท้อนให้เห็นถึงสังคมที่ไม่มีวิจารณญาณในการแยกแยะว่า “เด็กไม่ได้ผิดอะไร แต่ทำไมต้องมารับกรรมไปด้วย” เช่นกัน

เรียบเรียง : SpokeDark.TV

COMMENTS