จากรบกลายเป็นหลอน! ‘ยุทธการเกตตีสเบิร์ก’ จากสมรภูมิรบนองเลือดอันโหดร้าย สู่สถานที่สุดเฮี้ยนบนผืนแผ่นดินอเมริกา

ย้อนกลับไปในปีค.ศ. 1861 เกิดสงครามกลางเมืองขึ้นในสหรัฐอเมริกา เมื่อประธานาธิบดี อับราฮัม ลินคอล์น ได้ประกาศเลิกทาสทั่วประเทศ ทำให้ 11 รัฐทางตอนใต้ในนาม ‘สมาพันธรัฐอเมริกา’ เกิดความไม่พอใจและต้องการแยกตัวออกจากสหรัฐฯ จนเกิดการสู้รบกันของทั้งสองฝ่าย สร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินอย่างประเมินค่ามิได้ โดยหนึ่งในสมรภูมิรบอันนองเลือดที่ถูกกล่าวขานมากที่สุดคือ ‘ยุทธการเกตตีสเบิร์ก’ ว่ากันว่าวิญญาณของทหารหาญที่ต้องมาตายอย่างทรมาณ ณ สมรภูมิรบแห่งนี้ พวกเขายังไม่ไปไหนแต่ยังคงวนเวียนสิงสถิตอยู่อย่างนี้เรื่อยมา

123RF

‘ยุทธการเกตตีสเบิร์ก’ (Gettysburg Battlefield) คือชื่อของสมรภูมิรบที่นองเลือดมากที่สุดแห่งหนึ่งในช่วงสงครามกลางเมืองอเมริกา สมรภูมิแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เมืองเกตตีสเบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย โดยเมื่อปีค.ศ. 1863 ได้เกิดการปะทะกันระหว่างกองทัพฝ่ายสมาพันธรัฐอเมริกา หรือกองทัพฝ่ายใต้ ที่ต้องการแยกตัวออกจากสหรัฐฯ และกองทัพฝ่ายรัฐบาลกลางสหรัฐฯ หรือกองทัพฝ่ายเหนือ ณ สมรภูมิรบแห่งนี้ การสู้รบในครั้งนั้นกินเวลาทั้งสิ้น 3 วัน ผลก็คือกองทัพฝ่ายเหนือเป็นผู้ชนะ แต่ทั้งสองฝ่ายต้องสูญเสียกำลังพลไปราว 10,000 ชีวิต บาดเจ็บอีกกว่า 30,000 นาย และการสู้รบกันครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนของสงครามกลางเมืองอเมริกาเลยก็ว่าได้ เมื่อฝ่ายเหนือกุมความได้เปรียบและค่อยๆ กดดันกองทัพฝ่ายใต้ที่อ่อนแอลงเรื่อยๆ จนต้องยอมจำนนในเวลาต่อมา

สงครามกลางเมืองอเมริกาสิ้นสุดลงในปี ค.ศ. 1865 แต่สมรภูมิรบแห่งเกตตีสเบิร์กยังคงอยู่ สถานที่แห่งนี้ได้กลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของเมืองและยังขึ้นชื่อว่าเป็นสถานที่สุดเฮี้ยน เพราะผู้ที่มาเยี่ยมชม ณ สมรภูมิรบแห่งนี้ต่างก็ได้พบเจอกับพลังงานลี้ลับบางอย่างอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่ายติดวิญญาณหรือเสียงร้องของเหล่าทหารที่ต้องเสียชีวิตลงด้วยความเจ็บปวด นอกจากนั้นบริเวณไม่ไกลจากสมรภูมิรบ เคยเป็นที่ตั้งของบ้านพักเด็กกำพร้ากว่า 130 ชีวิต ซึ่งในช่วงที่สู้รบกัน พี่เลี้ยงเด็กจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้ถูกลูกหลงจากการสู้รบ สร้างความแตกตื่นให้กับเหล่าเด็กน้อยเป็นอย่างมาก เกิดความโกลาหลจนต้องปิดสถานเลี้ยงเด็กแห่งนี้ไปเลยทีเดียว

123RF

ปัจจุบันมีผู้มาเยี่ยมชมสมรภูมิรบเกตตีสเบิร์กปีละกว่าหนึ่งแสนคน บางคนก็มาเพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์ แต่ก็มีคนอีกจำนวนมากที่มาเพื่อสัมผัสสิ่งลี้ลับบางอย่างซึ่งเชื่อกันว่า สถานที่ที่มีคนตายเป็นจำนวนมากเช่นนี้ อาจจะมี ‘อาถรรพ์’ อยู่ก็เป็นได้

เรียบเรียง : SpokeDark.TV

COMMENTS