ญี่ปุ่นโพ้นทะเล! ‘นิกเกอิ’ ตำนานเสื่อผืนหมอนใบของชาวอาทิตย์อุทัยแห่งทวีปอเมริกา

เราคงจะคุ้นภาพของชาวจีนอพยพไปยังดินแดนต่างๆ จากนิยาย ละครหรือภาพยนตร์ที่มีให้เห็นกันอย่างชินตา มาดูตำนานเสื่อผืนหมอนใบของชาวญี่ปุ่นที่อพยพไปยังดินแดนอีกซีกโลกอย่างทวีปอเมริกา ว่าเขาเหล่านี้มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไรในโลกใบใหม่อันไกลโพ้นของพวกเขา

WIKIPEDIA PD

‘นิกเกอิ’ คือชาวญี่ปุ่นที่อพยพออกจากประเทศไปสร้างครอบครัวในต่างแดน ในบันทึกทางประวัติศาสตร์ระบุว่าการอพยพของชาวญี่ปุ่นยังต่างแดนเกิดขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 15-16 ด้วย แต่เมื่อเข้าสู่ยุคของโชกุนโตกุกาวะ การอพยพออกนอกญี่ปุ่นกลายเป็นเรื่องต้องห้ามที่มีโทษถึงประหารชีวิตตามนโยบายปิดประเทศหรือ ‘ซาโกกุ’ ต่อมานโยบายดังกล่าวถูกยกเลิกไปพร้อมกับการล่มสลายของระบอบโชกุนหลังการปฏิรูปเมจิในปี ค.ศ.1866 รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดความสัมพันธ์ทางการทูตกับนานาประเทศ ทำให้ชาวญี่ปุ่นบางส่วนได้มีโอกาสออกไปศึกษาต่อหรือทำงานยังต่างประเทศ

WIKIPEDIA PD

จนกระทั่งในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ต่อต้นศตวรรษที่ 20 ญี่ปุ่นบอบช้ำอย่างหนักจากสารพัดปัญหาที่ถาโถม ทั้งภาวะเงินฝืด การทำสงครามเพื่อขยายจักรวรรดิกับจีนและรัสเซียจนเกิดภาวะขาดแคลนอาหาร ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากโดยเฉพาะในภาคการเกษตรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่แร้นแค้น ประกอบกับสถานการณ์โลก ณ ช่วงเวลาดังกล่าวเกิดความต้องการแรงงานทั่วทวีปอเมริกา ทั้งในสหรัฐอเมริกาที่ต้องการแรงงานกลุ่มใหม่แทนชาวจีน หรือทางฝั่งอเมริกาใต้อย่างบราซิลที่แรงงานทาสจากแอฟริกาไม่เพียงพอต่อการขยายพื้นที่ในการทำไร่กาแฟ ทำให้ชายชาวญี่ปุ่นที่ยากจนจำนวนไม่น้อย เลือกที่จะทิ้งถิ่นฐานขึ้นเรือออกไปเสี่ยงโชคในทวีปอเมริกา ทั้งในฮาวาย สหรัฐอเมริกา แคนาดา เม็กซิโก เปรู และบราซิล และส่งเงินกลับไปจุนเจือครอบครัวที่ญี่ปุ่น ภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาลและเอกชน โดยไปเป็นแรงงานในภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม

WIKIPEDIA PD

ชีวิตของชาวญี่ปุ่นรุ่นบุกเบิกในผืนแผ่นดินอเมริกา (หรือที่เรียกว่า ‘อิซเซ’) ไม่ได้สวยหรูดังคำโฆษณาชวนเชื่อ พวกเขาต้องประสบความลำบากนานับประการ ตั้งแต่สภาพอากาศที่แตกต่าง หลายคนจบชีวิตด้วยโรคภัยไข้เจ็บอย่างมาลาเรีย อีกทั้งการใช้แรงงานหนักเยี่ยงทาสเพื่อแลกกับค่าจ้างอันน้อยนิดในฐานะแรงงานไร้ฝีมือ ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาไม่มีสิทธิ์ในฐานะพลเมือง ถูกหมิ่นเกียรติและศักดิ์ศรีจากคนพื้นถิ่นโดยเฉพาะคนผิวขาว หลายคนประสบความล้มเหลวจนต้องกลับคืนสู่มาตุภูมิ แต่ก็มีบางส่วนเลือกที่ลงหลักปักฐานด้วยการแต่งงานสร้างครอบครัวกับผู้หญิงญี่ปุ่นด้วยการดูตัวผ่านภาพถ่าย และรวมตัวกันเป็นชุมชนญี่ปุ่น (Japan Town) ขนาดใหญ่ตามเมืองต่างๆ อาทิ แวนคูเวอร์, ซีเแอตเติล, ซานฟรานซิสโก, เซา เปาโล เป็นต้น

WIKIPEDIA PD

ปัจจุบัน ‘นิกเกอิ’ ในประเทศต่างๆ สืบเชื้อสายมาถึงรุ่นที่ห้า สร้างครอบครัวด้วยการแต่งงานกับคนพื้นถิ่น และใช้ภาษาของแต่ละประเทศในการสื่อสารแทนที่ภาษาญี่ปุ่นดังเช่นคนยุคก่อน หลายคนประสบความสำเร็จมีชื่อเสียงระดับโลกในวงการต่างๆ อาทิ โรเบิร์ต คิโยซากิ เจ้าของหนังสือซีรีส์การเงินระดับตำนานอย่าง ‘พ่อรวยสอนลูก’ ฟรานซิส ฟุกุยามะ นักวิชาการรัฐศาสตร์และเศรษฐศาสตร์การเมืองชื่อดัง โยโกะ โอโนะ ภรรยาของจอห์น เลนนอน อดีตสมาชิกวงเดอะ บีทเทิลส์ ไมค์ ชิโนดะ นักดนตรีชื่อดังแห่งวง Linkin’ Park หรือนักฟุตบอลคนสำคัญอย่าง เดโก้ อดีตนักฟุตบอลชื่อดังแห่งสโมสรบาร์เซโลนาและเชลซี

WIKIPEDIA PD

แต่ผู้ที่ทรงอำนาจที่สุด เห็นจะเป็น ‘อัลเบอร์โต ฟูจิโมริ’ ชาวเปรูเชื้อสายญี่ปุ่น ที่ก้าวขึ้นมาดำรงประธานาธิบดีของเปรูในช่วงทศวรรษ 1990 ก่อนที่จะลาออกจากตำแหน่งและถูกจับกุมฐานคอร์รัปชันและละเมิดสิทธิมนุษยชนในปี ค.ศ. 2000

เรียบเรียง SPOKEDARK.TV

COMMENTS