กลับตาลปัตร! ‘Patty Hearst’ คุณหนูตระกูลดังที่ถูกกลุ่มผู้ก่อการร้ายลักพาตัว แต่ภายหลังเธอกลับกลายเป็นโจรเสียเอง

YOUTUBE @GEORGE VREELAND HILL

ย้อนกลับไปในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1974 Patty Hearst สาวน้อยวัย 19 ปี ทายาทแห่งบริษัทสื่อสิ่งพิมพ์ชื่อดัง Hearst Corporation ได้ถูกลักพาตัวไปจากอพาร์ตเมนต์หรูย่านซานฟรานซิสโก โดยกลุ่มผู้ก่อการร้าย SLA (Symbionese Liberation Army) ในตอนแรกกลุ่มผู้ก่อการร้ายหวังใช้เธอเป็นตัวประกันเพื่อแลกเปลี่ยนกับการปล่อยตัวเพื่อนักโทษที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้

ทว่าในภายหลังกลุ่มผู้ก่อการร้ายกลับเปลี่ยนข้อเรียกร้องใหม่ ด้วยการให้ครอบครัวของ Patty Hearst นำอาหารไปเลี้ยงบรรดาผู้ยากไร้ในแคลิฟอร์เนีย โดยมีข้อแม้ว่าต้องเลี้ยงคนละ $70 หรือประมาณ 2,500 บาทเท่านั้น แน่นอนว่าครอบครัวของ Patty Hearst ตอบรับข้อเสนอในทันที และได้นำอาหารไปเลี้ยงผู้ยากไร้จนหมดเงินไปกว่า $2,000,000 หรือประมาณ 70 ล้านบาท!! แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้กลุ่มผู้ก่อการร้ายปล่อยตัว Patty Hearst คืนสู่ครอบครัวแต่อย่างใด เนื่องจากกลุ่มผู้ก่อการร้ายมองว่าอาหารที่นำไปเลี้ยงผู้ยากไร้มีคุณภาพต่ำเกินไป จึงปฏิเสธการปล่อยตัวประกัน

หลังจากนั้นข่าวคราวของ Patty Hearst และกลุ่มผู้ก่อการร้าย SLA ก็เงียบหายไปประมาณ 2 เดือน โดยที่ยังไม่มีการจับกุมผู้ก่อการร้าย หรือช่วยเหลือตัวประกันได้ จนกระทั่งในวันที่ 15 เมษายน กล้องวงจรปิดได้บันทึกภาพกลุ่มคนร้ายที่กำลังก่อเหตุปล้นธนาคารแห่งหนึ่งในซานฟรานซิสโกเอาไว้ได้ ที่หน้าเหลือเชื่อก็คือหนึ่งในกลุ่มคนร้ายมี Patty Hearst รวมอยู่ในนั้นด้วย จากภาพที่บันทึกได้แสดงให้เห็นใบหน้าและการกระทำของเธอยังอย่างชัดเจน เนื่องจากเธอไม่ปิดบังใบหน้า แถมยังถืออาวุธปืนตะโกนเสียงดังทั่วทั้งธนาคารเลยทีเดียว

YOUTUBE @GEORGE VREELAND HILL

เมื่อครอบครัวและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังติดตามตัว Patty Hearst ในคดีลักพาตัวก็ถึงกับช็อค เพราะไม่น่าเชื่อเลยว่าเธอจะผันตัวจากตัวประกันไปเป็นผู้ก่อการร้ายเสียเอง นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้เทปลับจากกลุ่ม SLA ที่ภายในมีภาพและเสียงของ Patty Hearst ที่ระบุว่า “ชื่อของฉันคือทาเนีย และฉันเป็นหนึ่งในนักรบของกลุ่ม SLA” นอกจากนี้ยังมีเทปลับอีกหนึ่งเทปที่ส่งมาหาเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสังหารหนึ่งในสมาชิกระดับสูงของ SLA ได้ โดยเทปดังกล่าวเป็นเสียงของ Patty Hearst ระบุว่า “บุคคลที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องการตัวเป็นสามีของฉัน ฉันรักเขามาก สามีของฉันและกลุ่มของเราเป็นตัวแทนที่ต่อสู้เพื่อผู้ยากไร้ หลังจากนี้ฉันจะต่อสู้โดยที่ไม่เกรงกลัวความตายเหมือนที่สามีของฉันทำเช่นกัน”

YOUTUBE @GEORGE VREELAND HILL

หลังจากนั้นกลุ่มผู้ก่อการร้าย SLA ก็ออกก่อเหตุอย่างโชกโชน มีการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่หลายครั้ง แต่ทุกครั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่สามารถจับกุม Patty Hearst หนึ่งในสมาชิกของผู้ก่อการร้ายได้เลยซักครั้งเดียว ผ่านไปเกือบ 2 ปีในที่สุดเจ้าหน้าที่ตำรวจก็พบตัว Patty Hearst โดยจับกุมได้พร้อมกับสมาชิก SLA ภายในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในเมืองซานฟรานซิสโก

YOUTUBE@GEORGE VREELAND HILL

เธอถูกจับกุมและถูกนำตัวขึ้นศาลในปี 1976 Patty Hearst ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยเธออ้างว่าถูกกลุ่มผู้ก่อการร้ายล้างสมอง และต้องทำในสิ่งที่ผิดเพื่อความอยู่รอด นอกจากนี้เธอยังปฏิเสธว่าไม่ได้รักหนึ่งในสมาชิกตามที่กล่าวอ้างในเทปลับแต่อย่างใด ซึ่งนี่กลายเป็นหลักฐานสำคัญที่ทำให้ศาลพิจารณาจำคุก 7 ปี เนื่องจากศาลเห็นว่าจำเลยให้การที่เป็นเท็จ เพราะตั้งแต่ถูกจับกุม Patty Hearst ยังคงสวมสร้อยที่คนรักซึ่งเป็นสมาชิกของ SLA อยู่เสมอ หรือแม้กระทั่งในศาลเธอก็ยังสวมมา

ศาลจึงมองว่านี่เป็นหลักฐานที่ทำให้เธอรู้ถึงการกระทำทั้งหมด ไม่ได้ถูกล้างสมองอย่างที่กล่าวอ้างแต่อย่างใดจึงถูกศาลตัดสินจำคุกในที่สุด ทว่า Patty Hearst ก็ติดคุกอยู่ได้ไม่นาน เนื่องจากประธานาธิบดีสหรัฐในช่วงเวลานั้นอภัยโทษให้เธอ พร้อมเสียค่าปรับเป็นจำนวน $1,500,000 หรือประมาณ 52 ล้านบาท ทำให้เธอกลับมามีชีวิตปกติอีกครั้ง

อย่างไรก็ดีผู้เชี่ยวชาญมองว่า Patty Hearst อาจไม่ถูกล้างสมองแต่น่าจะเป็นอาการทางจิตที่เรียกว่า “Stockholm Syndrom” ซึ่งเป็นอาการที่มักเกิดขึ้นกับตัวประกันในคดีลักพาตัว โดยผู้ที่ป่วยเป็นโรคดังกล่าวจะเริ่มเห็นชอบกับการกระทำของคนร้ายไปเสียเอง เมื่อต้องอาศัยร่วมกับคนร้ายเป็นเวลานาน เพราะผู้ป่วยอาจรู้สึกว่าตนเองคงจะไม่ได้รับความช่วยเหลือ และการร่วมมือกับคนร้ายน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีอะไรทำนองนั้น

YOUTUBE @GEORGE VREELAND HILL

เรียบเรียง : SpokeDark.TV

COMMENTS