หมีพูห์ทำอะไรผิด! เมื่อรัฐบาลจีนสั่งแบน Winnie The Pooh ออกจากสื่อโซเชียลแดนมังกร

YOUTUBE @MINI BILINGUALS

นี่อาจจะเป็นการสั่งแบนที่แปลกที่สุดก็เป็นได้ เมื่อรัฐบาลจีนได้ตัดสินใจแบนตัวการ์ตูนเจ้าหมีสีเหลืองสวมกางเกงแดงอย่าง Winnie The Pooh เนื่องจากชาวเน็ตประเทศจีน ได้หยิบยกเอาตัวการ์ตูนหมีน้อยน่ารักนี้ มาเพื่อใช้ล้อเลียน สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีของจีนคนปัจจุบันนั่นเอง

ถ้าถามว่าเรื่องราวการแบนสุดแปลกครั้งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ก็คงต้องย้อนไปในปี 2013 เมื่อ บารัค โอบาม่า ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ในขณะนั้น ได้เดินทางมาประเทศจีน และได้เข้าพบกับสี จิ้นผิง โดยเมื่อภาพการเดินคุยกันของผู้นำทั้ง 2 ประเทศถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีชาวเน็ตมือดีนำรูปภาพของหมีพูห์ที่เดินคู่กับทิกเกอร์เพื่อนรัก มาเปรียบเทียบกับภาพนี้จนเป็นที่ขบขันในโลกออนไลน์ และแน่นอนเมื่อเรื่องนี้ถึงหูรัฐบาลจีนก็จะรอช้าอยู่ไย ล้อเลียนท่านผู้นำกันขนาดนี้ จึงจัดการแบนภาพนี้ทันที

มีครั้งที่ 1 ก็ต้องมีครั้งที่ 2 เพราะในปี 2014 ก็ได้มีภาพของนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นอย่าง ชินโสะ อาเบะ ที่กำลังจับมือกับท่านผู้นำ สี จิ้นผิง ออกมา ชาวเน็ตของจีนก็ไม่รอช้า รีบหาภาพมาเปรียบเทียบทันที จนได้เป็นภาพของหมีพูห์ที่กำลังจับมือกับอียอร์ ซึ่งในเวลาต่อมาก็เป็นไปตามคาด เพราะรัฐบาลจีนก็จัดการลบรูปนั้นออกไป

ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เมื่อปี 2015 ได้มีภาพเปรียบเทียบระหว่าง สี จิ้นผิง และหมีพูห์น้อยน่ารักออกมาอีกครั้ง โดยคราวนี้เป็นรูปของท่านผู้นำจีนที่อยู่บนรถในขบวนพาเหรดของทหาร ชาวเน็ตจีนจึงได้นำภาพนี้มาเปรียบเทียบกับตุ๊กตาหมีพูห์ที่นั่งอยู่บนรถของเล่น ซึ่งมีผู้แชร์รูปนี้กว่า 60,000 ครั้ง ก่อนที่จะโดนลบออกไปในที่สุด

และในปี 2017 นี้ ตี๋หมวยเมืองจีน คงหมดโอกาสที่จะนำภาพของหมีพูห์ มาเปรียบเทียบกับภาพท่านผู้นำมาเผยแพร่ลงโซเชียลอีกแล้ว เพราะกองเซ็นเซอร์ของรัฐบาลจีนได้ป้องกันโดยการแบน Winnie The Pooh ไว้ทุกวิถีทาง ซึ่งหากใครที่พยายามโพสต์ชื่อ Winnie The Pooh ในเว็บไซต์ต่างๆ ของจีน ก็จะปรากฏข้อความว่า “เนื้อหาผิดกฎหมาย” ทันที หรือในแอพฯ WeChat ข้อความหรือรูปภาพต่างๆ ที่เกี่ยวกับ Winnie The Pooh ก็ถูกลบออกไปจนหมดเช่นกัน

แม้ว่ารัฐบาลจีนจะไม่ได้ออกมาอธิบายเหตุผลของการสั่งแบนดังกล่าว แต่ก็เป็นที่เข้าใจโดยทั่วกันว่าเป็นเพราะสาเหตุอะไร ซึ่งการสั่งแบนในครั้งนี้ ก็สะท้อนถึงอำนาจในการควบคุมและต้องการจัดระเบียบสังคมออนไลน์ของรัฐบาลจีนได้เป็นอย่างดี และมันก็เกิดขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์ ที่จะเกิดขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้นั่นเอง

เรียบเรียง : SpokeDark.TV

COMMENTS