เพราะปุกปุย จึงเป็นภัย! ‘แมวพัลลัส’ เหมียวขนหนานุ่ม มันจึงถูกล่าจนเกือบสูญพันธุ์

“แมวพัลลัส” เป็นหนึ่งในแมวที่หายากและเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์เป็นอย่างยิ่งเนื่องจากลักษณะพิเศษของมันที่เป็นที่หมายปองของมนุษย์กลุ่มหนึ่ง

แมวพัลลัสเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกโดยการค้นพบของ Peter Simon Pallas นักธรรมชาติวิทยาชาวเยอรมันในปี 1776 และได้มีการเอานามสกุลตัวเองไปตั้งชื่อของพวกมัน พวกมันอาศัยอยู่ในทางตะวันตกของจีน มองโกล ทิเบต และในแถบเอเชียกลาง ซึ่งจะกระจายตัวอยู่ตามบริเวณที่เป็นเทือกเขาสูงที่มีอากาศหนาวเย็น

WIKIPEDIA CC KARIN ST

ด้วยความที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อากาศหนาวเย็นจึงทำให้แมวพัลลัสมีลักษณะเด่นก็คือขนของพวกมันที่มีความยาวและหนากว่า 7 ซม. เพื่อให้สามารถทนต่ออากาศหนาวได้ ซึ่งขนาดของพวกมันถ้าไม่รวมขนก็จะมีขนาดเท่าๆ กับแมวบ้านเลยทีเดียว

WIKIPEDIA CC KAVEN LAW

นิสัยของแมวพัลลัสนั้นออกจะค่อนข้างขี้อายและขี้กลัว พวกมันจะอาศัยโพรงหินตามซอกเขาเป็นรัง ตอนกลางวันจะเก็บตัวเงียบและออกหากินในตอนกลางคืน

WIKIPEDIA CC PARKEN ZOO

ในอดีตแมวพัลลัสเป็นที่ต้องการของชาวจีน มองโกลและรัสเซีย เนื่องจากขนพวกมันนั้นนุ่มและหนา จึงทำให้ถูกล่าเพื่อเอาขนมาทำเครื่องนุ่งห่ม อีกทั้งยังมีความเชื่อในหมู่ชาวมองโกลว่าเนื้อของพวกมันนั้นเป็นยาที่สามารถรักษาโรคหวัด ไขข้อและภูมิแพ้ได้ จึงทำให้พวกมันถูกล่าเฉลี่ยปีละไม่ต่ำกว่า 2,000 ตัว

ด้วยเหตุนี้ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เริ่มตระหนักถึงการสูญพันธุ์ของพวกมัน ในปี 2009 จึงได้มีการบรรจุชื่อพวกมันให้อยู่ในอนุสัญญาไซเตส ชนิดพันธุ์ในบัญชีหมายเลข 2 สามารถค้าได้แต่ต้องได้รับหนังสือรับรองจากทางการ เพื่อคุ้มครองพวกมันไม่ให้สูญพันธุ์

ปัจจุบันนั้นยังไม่สามารถสรุปได้ว่าพวกมันเหลืออยู่ในธรรมชาติเป็นจำนวนเท่าใด แต่ในปี 2010 มีการประสบความสำเร็จในการผสมเทียมแมวพัลลัสในอเมริกาจนให้กำเนิดลูกแมวออกมา 3 ตัวได้เป็นครั้งแรก นั่นก็สร้างความโล่งใจแล้วว่าพวกมันจะไม่สูญพันธุ์อย่างแน่นอน

เรียบเรียง : SpokeDark.TV

COMMENTS