เพื่อความอยู่รอด! ‘ซานาดะ โนบุยูคิ’ ซามูไรผู้ยอมแปรพักตร์จากพ่อไปเข้าร่วมฝ่ายศัตรูเพื่อรักษาวงศ์ตระกูล

สำหรับคนที่สนใจประวัติศาสตร์ยุคสงครามกลางเมืองญี่ปุ่น เชื่อได้ว่าหลายคนอาจเคยได้ยินเรื่องราวของไดเมียวตระกูลซานาดะ ที่กล่าวกันว่าลูกหลานของตระกูลซานาดะล้วนเป็นซามูไรที่มีความสามารถและสติปัญญา ซานาดะ มาซายูกิ ไดเมียวผู้ครองเมืองเล็ก ๆ ที่อยู่ภายใต้การปกครองของตระกูลทาเคดะ โดยมาซายูกิได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ที่มีสติปัญญาเฉียบแหลม เป็นผู้มากด้วยอุบายในการทำศึกสงครามและการเอาตัวรอดจากเวทีการเมืองที่ดุเดือดรุนแรงชนิดที่เรียกได้ว่ามาเหนือเมฆ

WIKIPEDIA PD

หรือแม้กระทั่ง ซานาดะ ยูคิมูระ บุตรชายคนรอง ก็ได้ชื่อว่าเป็นยอดขุนพลซามูไรที่มีความสามารถด้านการรบและสติปัญญา จนถูกขนานนามว่าเป็นปีศาจสงคราม วีรบุรุษผู้มาปรากฏตัวในทุกหนึ่งร้อยปี ซึ่งถ้าใครเป็นคอเกมเมอร์หรือคอมังงะ ก็น่าจะผ่านหูผ่านตากับตัวละครตัวนี้บ่อยอยู่พอสมควร

แต่หลายคนอาจจะลืมไปว่ายังมีทายาทของตระกูลซานาดะ ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้มีความสามารถไม่แพ้พ่อและน้องชายอย่าง ซานาดะ โนบุยูคิ ผู้ติดตามการทำงานของพ่ออย่างใกล้ชิดมาตั้งแต่ยังเด็ก และซึบซับวิชาความรู้มาจากมาซายูกิผู้เป็นพ่อ โดยในวัยเด็ก โนบุยูคิถูกส่งไปเป็นตัวประกันให้ตระกูลทาเคดะ เพื่อยืนยันถึงความภักดี ภายหลังตระกูลทาเคดะล่มสลาย โนบุยูคิได้กลับมาเข้าร่วมกับพ่อที่ปราสาทอุเอดะฐานที่มั่นของตระกูลซานาดะ

ราวปี ค.ศ.1585 ในตอนนั้น โทคุกาวา อิเอยาสึ ได้ส่งทหารเข้ามารุกรานปราสาทอุเอดะของตระกูลซานาดะ สองพ่อลูกมาซายูกิและโนบุยูคิได้ร่วมมือกันต่อต้านกองทัพตระกูลโทคุกาวาจนได้รับชัยชนะ ภายหลังตระกูลซานาดะจึงเลือกสนับสนุนตระกูลโทโยโทมิผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดินญี่ปุ่น โดยส่งโนบุยุคิไปเป็นขุนนางรับใช้ โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ อย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ เสียชีวิตลง ได้เกิดความวุ่นวายขึ้น เมื่อโทคุกาวา อิเอยาสึ แสดงความต้องการที่จะยึดอำนาจการปกครองมาจากตระกูลโทโยโทมิ จนนำมาสู่สงครามเซกิงาฮาระ ที่แบ่งเป็นสองฝ่ายได้แก่ กองทัพฝ่ายตะวันตกที่สนับสนุนตระกูลโทโยโทมิ และกองทัพฝ่ายตะวันออกที่สนับสนุนตระกูลโทคุกาวา ในตอนนั้นตระกูลซานาดะได้เลือกสนับสนุนกองทัพฝ่ายตะวันตกของตระกูลโทโยโทมิ และเมื่อสงครามเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซานาดะ มาซายูกิ ผู้เป็นหัวหน้าตระกูลจึงได้เรียกโนบุยูคิลูกชายคนโตมาเพื่อขอร้องบางอย่าง

เพื่อรักษาตระกูลซานาดะให้อยู่รอดปลอดภัย ไม่ว่ากองทัพฝ่ายตะวันตกหรือตะวันออกชนะ มาซายูกิได้สั่งให้โนบุยูคิไปเข้าร่วมกับโทคุกาวา อิเอยาสึ ซึ่งนับได้ว่าเป็นแผนที่มาเหนือเมฆ กล่าวคือ ไม่ว่าสุดท้ายฝ่ายใดจะชนะ แต่ตระกูลซานาดะจะต้องอยู่รอดต่อไป

WIKIPEDIA PD

ถึงแม้กองทัพตะวันตกจะพ่ายแพ้สงคราม ตระกูลโทคุกาวาก้าวขึ้นมาเป็นโชกุนปกครองประเทศ แต่แผนการที่มาซายูกิได้วางเอาไว้กลับสัมฤทธิ์ผล เมื่อโนบุยูคิลูกชายคนโตได้แต่งงานกับโคมัตสึฮิเมะ ลูกสาวบุญธรรมของอิเอยาสึที่เพียบพร้อมไปด้วยความงาม สติปัญญา และความสามารถด้านการใช้อาวุธไม่แพ้ผู้ชาย เพื่อเกี่ยวดองเป็นทองแผ่นเดียวกัน และเพื่อเป็นหลักประกันว่าโนบุยูคิจะไม่ปันใจกลับไปหาพ่อและน้องชายอีก

WIKIPEDIA PD

ภายหลังสองพ่อลูกมาซายูกิและยูคิมูระ ก็ได้รับการละเว้นโทษตายเอาไว้ โดยโนบุยูคิได้ใช้ตำแหน่งของตนเองเป็นประกันเพื่อช่วยชีวิตพ่อและน้องชายเอาไว้ สองพ่อลูกซานาดะถูกเนรเทศไปอยู่ที่เมืองคุโดยามาที่ตั้งอยู่ในหุบเขาโคยะในเขตไคอิ ส่วนปราสาทอุเอดะก็ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโนบุยูคิไป

หลังจากที่มาซายูกิได้เสียชีวิตลง ยูคิมูระยังคงต่อต้านอำนาจของโชกุนโทคุกาวา และรอโอกาสเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ต่อไป และในปี ค.ศ.1614 ความขัดแย้งระหว่างตระกูลโทคุกาวาและโทโยโทมิก็ปะทุขึ้นมาอีกครั้งจนเกิดเป็นสงคราม ครั้งนี้อิเอยาสึสั่งทหาร 10,000 นายล้อมปราสาทโอซาก้าเอาไว้ ยูคิมูระได้หลบหนีมาจากหุบเขาคุโดเพื่อมาช่วยเหลือตระกูลโทโยโทมิอีกครั้ง ในตอนนั้น โนบุยูคิรู้ดีว่า คงไม่มีโอกาสครั้งที่สองสำหรับน้องชายอีก สุดท้ายยูคิมูระก็เสียชีวิตในสนามรบ

WIKIPEDIA CC BAKU13

ภายหลัง ซานาดะ โนบุยูคิ ก็ได้รับความดีความชอบมากมาย และกลายเป็นขุนนางระดับสูงที่ได้รับความเคารพนับถือในรัฐบาลบาคุฟุของโชกุนตระกูลโทคุกาวา ก่อนที่เขาจะได้เป็นผู้ปกครองปราสาทมัตสึชิโระเป็นคนแรกในวัย 92 ปี และภายหลังปราสาทแห่งนี้ก็กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของญี่ปุ่น และเต็มไปด้วยเรื่องราวของตระกูลซานาดะ

เรียบเรียง : SPOKEDARK.TV

COMMENTS