ปีศาจแห่งพงไพร! ‘SASR’ หน่วยปฏิบัติการพิเศษแห่งออสเตรเลียที่โจมตีศัตรูอย่างไร้ร่องรอย และนี่คือวีรกรรมของพวกเขา

“SASR” หรือ “Special Air Service Regiment” คือชื่อของหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่สังกัดอยู่ในกรมบริการพิเศษทางอากาศแห่งกองทัพออสเตรเลีย ถูกก่อตั้งโดยใช้ต้นแบบจากหน่วยปฏิบัติการพิเศษ SAS ของประเทศอังกฤษในปี 1964 จุดประสงค์ที่ก่อตั้งขึ้นมาก็เพื่อใช้ในการสนับสนุนการรบแบบกลยุทธ์เพื่อการโจมตีที่แม่นยำ และรวดเร็ว อีกทั้งยังมีหน้าที่ในการลงพื้นที่ปฏิบัติการเพื่อลาดตระเวน โดยเจ้าหน้าที่ในหน่วยแต่ละนายนั้นจะถูกฝึกขึ้นมาเพื่อให้สามารถปฏิบัติภารกิจที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นการโจมตีรวมไปถึงการรับมือกับฝ่ายตรงข้าม

แม้ว่าจะได้รับเอารูปแบบมาจากประเทศอังกฤษ แต่วีรกรรมที่ถือว่าสร้างชื่อเสียงให้กับหน่วย SASR นั้นก็คือการรบในสมรภูมิสงครามเวียดนาม จุดเด่นของการรบแบบหน่วย SASR นั้นคือการโจมตีที่ไร้ร่องรอยแบบกองโจร ซึ่งเหล่าทหารเวียดกงที่ถูกโจมตีนั้นแทบจะไม่เห็นตัวหน่วย SASR เลยแม้แต่น้อย สิ่งที่หลงเหลือหลังจากการโจมตีนั่นก็คือศพของเวียดกงที่จะนอนตายกันเกลื่อน

WIKIPEDIA PD

การรบแบบ SASR นั้นจะใช้วิธีการเดินลาดตระเวนไปตามเส้นทางของภารกิจแบบซุ่มเงียบ เมื่อพบกับศัตรูก็จะสงบนิ่งและรอศัตรูเข้ามาในระยะยิงก่อนที่จะเปิดฉากโจมตี ซึ่งในช่วงแรกนั้นทหารเวียดกงแทบจะไม่รู้เลยว่าเป็นฝีมือของหน่วย SASR เพราะอาวุธที่พวกเขาเลือกใช้ในการรบที่เวียดนานนั้นก็คือปืนในตระกูลรัสเซียที่ส่วนใหญ่ใช้กระสุนขนาด 7.62 มม. ทำให้ทหารเวียดกงเกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นฝีมือของฝ่ายเวียดนามเหนือ จนกระทั่งหลังๆ ได้ข้อมูลมาจากสายลับจึงรู้ว่าการโจมตีที่ใช้กระสุนขนาด 7.62 มม. และไม่พบศพฝั่งตรงข้ามนั่นคือฝีมือของหน่วย SASR

123RF

การรบแบบไม่เห็นตัวของหน่วย SASR นั้นทำให้นายทหารระดับสูงของเวียดกงนั้นตั้งค่าหัวให้กับผู้ที่สามารถสังหารและนำร่างของเจ้าหน้าที่ในหน่วย SASR มาขึ้นรางวัลเป็นเงินกว่า 5,000 เหรียญสหรัฐ แต่ว่ายังไม่มีผู้ใดได้รับเงินรางวัลเลยสักครั้งเดียว บรรดาพลทหารเวียดกงต่างขนานนามหน่วย SASR ว่า “Ma Rung” หรือ “ปีศาจแห่งป่า” โดยเปรียบเทียบว่าพวกเขานั้นเป็นเหมือนวิญญาณที่ไม่สามารถจับตัวได้

หน่วย SASR ในปัจจุบันนั้นยังรับภารกิจในการต่อต้านการก่อร้าย ถูกส่งไปปฏิบัติการร่วมกับหน่วยปฏิบัติการพิเศษจากประเทศพันธมิตรในตะวันออกกลาง โดยขึ้นชื่อในเรื่องความโหดไม่ว่าจะเป็นการบุกเข้าโจมตี จนไปถึงเรื่องการ “เก็บ” หลักฐานของพวกเขาที่ทำให้เกิดเป็นประเด็นโต้เถียงจนต้องถูกพักงานเป็นเวลา 1 สัปดาห์

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในปี 2013 หลังจากหน่วย SASR ได้บุกเข้าโจมตีผู้ก่อการร้ายที่หลบซ่อนอยู่ภายในฐาน หลังจากทำการสังหารเสร็จเรียบร้อย ปกติแล้วกองทัพอื่นๆ จะระบุตัวตนด้วยการถ่ายรูปและพิมพ์รายนิ้วมือหรือไม่ก็เก็บศพส่งไปตรวจพิสูจน์ แต่หน่วย SASR นั้นกลับใช้วิธีการตัดข้อมือและหิ้วกลับไปตรวจที่ฐานโดยให้เหตุผลว่า “ไม่จำเป็นที่จะต้องเก็บมาทั้งร่างก็ได้”

เรียบเรียง : SpokeDark.TV

COMMENTS