แต้มบุญไม่พอ! ‘สุมาเจียว’ ยอดขุนศึกผู้เกือบได้ชื่อว่าเป็นผู้ปิดตำนานสามก๊ก

หากใครที่ติดตามประวัติศาสตร์จีนผ่านวรรณกรรมเรื่องสามก๊ก ก็น่าจะรู้จักพ่อลูกตระกูลสุมาเป็นอย่างดี เพราะพวกเขาได้ชื่อว่าเป็นผู้ชนะที่แท้จริงที่สามารถรวมแผ่นดินจีนที่แตกแยกเป็นสามส่วนได้เป็นผลสำเร็จ ซึ่งต้องยกความดีความชอบให้กับสุมาอี้ ชายผู้วางรากฐานให้ลูกหลานของตนได้ก้าวขึ้นมามีอำนาจเหนือลูกหลานของตระกูลโจ ที่ครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็นเจ้านายของตนมาก่อน

WIKIPEDIA PD

โดยสุมาอี้ได้ถูกถอดยศจากตำแหน่งข้าราชการระดับสูง ไม่มีอำนาจการทหารอีกต่อไป จะมีเพียงก็แค่ตำแหน่งที่ไม่ได้มีความสำคัญอะไร แต่เขาก็ได้รอคอยเวลาที่เหมาะสม จนสามารถพลิกสถานการณ์ให้ตระกูลสุมากลับมาผงาดอีกครั้งได้เป็นผลสำเร็จ ก่อนให้บุตรชายทั้งสองคนอย่าง สุมาสูและสุมาเจียว ที่ตนเองได้พร่ำสอนมาตั้งแต่ยังเล็กขึ้นสืบทอดอำนาจแทน

หลังจากที่สุมาอี้เสียชีวิต สองพี่น้องสุมาสูและสุมาเจียวก็ก้าวขึ้นมามีอำนาจทางทหาร และกระทำการหักหาญน้ำใจพระเจ้าโจฮอง ที่ทรงคับแค้นพระทัย จึงได้วางแผนร่วมกับขุนนางที่ยังภักดีต่อราชวงศ์วุย แต่ความลับถูกสุมาสูล่วงรู้ จึงทำให้ขุนนางผู้ภักดีเหล่านั้นถูกสั่งประหารยกครัว เช่นเดียวกับพระมเหสี ที่เป็นเครือญาติก็ต้องถูกประหารตาม พระเจ้าโจฮองได้แต่เก็บความคับแค้นใจนี้เอาไว้ จนกระทั่ง สุมาเจียว ได้มาเข้าเฝ้าพระองค์ที่นครฉางอัน มีขุนนางเสนอให้พระองค์สังหารสุมาเจียว แล้วยึดกองกำลังทหารของสุมาเจียวมาเป็นของตนเสีย แต่พระเจ้าโจฮองไม่กล้าตัดสินใจ เมื่อข่าวรู้ไปถึงหูสองพี่น้องตระกูลสุมา พระเจ้าโจฮองจึงถูกถอดออกจากตำแหน่งทันที พร้อมกับทูลเชิญพระเจ้าโจมอขึ้นมาเป็นจักรพรรดิหุ่นเชิด

ต่อมา สุมาสู ได้ล้มป่วยเสียชีวิต เนื่องจากทนพิษบาดแผลผ่าตัดที่ดวงตาไม่ไหว จึงแต่งตั้งให้สุมาเจียวขึ้นมาสืบทอดอำนาจแทนตน และอาจกล่าวได้ว่าสุมาเจียวนั้นมีความเหี้ยมโหดมากกว่าพี่ชายเสียด้วยซ้ำ ครั้งหนึ่ง พระเจ้าโจมอทนไม่ไหว ที่ถูกสุมาเจียวกดขี่ข่มเหง จึงตัดสินใจนำรถม้าพร้อมกองกำลังที่ยังภักดีต่อตนบุกเข้าไปหวังจัดการกับสุมาเจียว ในตอนนั้น แกฉง ขุนนางคนสนิทของสุมาเจียวมาขวางเอาไว้ พร้อมกับสั่งให้เซงเจจัดการพระเจ้าโจมอเสีย เพื่อจะได้รับความดีความชอบ เซงเจจึงตัดสินใจสังหารพระเจ้าโจมอเพื่อหวังความดีความชอบจากสุมาเจียว

เมื่อสุมาเจียวทราบข่าว ก็สั่งให้มีการจัดงานศพพระเจ้าโจมออย่างสมพระเกียรติ และได้สั่งประหารชีวิตเซงเจและครอบครัว ส่วนแกฉงที่เป็นขุนนางคนสนิทของตนได้รับการละเว้นชีวิต ซึ่งการกระทำดังกล่าวจะเห็นได้ว่าสุมาเจียวนั้นมีความเจ้าเล่ห์เพทุบายและเหี้ยมโหดชนิดหาใครเทียบเท่า จนมีคำกล่าวที่ว่า ‘น้ำใจสุมาเจียว คนเดินถนนยังล่วงรู้’

WIKIPEDIA CC YU NINJIE

ภายหลังสุมาเจียวได้แต่งตั้งพระเจ้าโจฮวนขึ้นมาเป็นจักรพรรดิพระองค์ใหม่ ในตอนนี้เรียกได้ว่าสุมาเจียวกุมอำนาจในราชสำนักวุยได้เบ็ดเสร็จแล้ว และเป้าหมายต่อไปก็คือการบุกยึดจ๊กก๊กของพระเจ้าเล่าเสี้ยน โดยสุมาเจียวได้แต่งตั้งให้ เตงงาย แม่ทัพเฒ่าเจนประสบการณ์ จงโฮย แม่ทัพหนุ่มเจ้าปัญญา และจูกัดสู นำทัพไปบุกจ๊กก๊ก และกองทัพของวุย (ทีอยู่ภายใต้การควบคุมของสุมาเจียว) ก็สามารถยึดจ๊กก๊กได้อย่างง่ายดาย

ต่อมา เกิดความขัดแย้งระหว่างจงโฮยและเตงงาย โดยเตงงายได้ส่งจดหมายที่แสดงถึงความจองหองไปให้สุมาเจียว สุมาเจียวก็เกิดความหวาดระแวงจงโฮย แต่ตนเองก็ไม่ไว้ใจเตงงายเช่นกัน ก็เลยสั่งให้จงโฮยจับกุมตัวเตงงายและสังหารเสีย พร้อมกับนำทัพไปที่ฉางอันเพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ ภายหลังจงโฮยได้ร่วมมือกับเกียงอุย แม่ทัพเอกของจ๊กก๊กเพื่อหวังตั้งตัวเป็นใหญ่ แต่ทหารของจงโฮยไม่เอาด้วย จึงทำให้จงโฮยและเกียงอุยเสียชีวิต

หลังจากปราบจ๊กก๊กเสร็จแล้ว ก็เหลือเพียงแค่ง่อก๊กที่ยังไม่ถูกพิชิต สุมาเจียวก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นอ๋อง ซึ่งเป็นยศขั้นสุดท้ายก่อนที่จะก้าวขึ้นมาเป็นจักรพรรดิหรือฮ่องเต้ อีกเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น สุมาเจียวก็จะได้ชื่อว่าเป็นผู้รวมแผ่นดินจีนและกลายเป็นจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ใหม่ ทว่าสุมาเจียวกลับมาเสียวชีวิตเสียก่อนในปี ค.ศ.265 ทำให้สุมาเอี๋ยน ก้าวขึ้นมารับตำแหน่งแทน แต่งสั่งปลดพระเจ้าโจฮวน พร้อมกับแต่งตั้งตนเองเป็นจักรพรรดิพระองค์ใหม่ และรวมแผ่นดินจีนเป็นผลสำเร็จในปี ค.ศ.280

WIKIPEDIA PD

ถึงแม้ว่าสุดท้าย ตระกูลสุมาจะได้ครองแผ่นดิน แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้เลยว่า ถ้าสุมาเจียวไม่เสียชีวิตไปเสียก่อน บางทีเขาอาจได้ชื่อว่าเป็นผู้รวมแผ่นดินจีนและปิดตำนานสามก๊กก็ว่าได้

เรียบเรียง : SPOKEDARK.TV

COMMENTS