พลิกโอกาสเป็นวิกฤต! ‘สมรภูมิสตาลินกราด’ จุดเปลี่ยนที่ทำให้นาซีเยอรมันกลายเป็นผู้พ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่สอง

หลายคนอาจจดจำภาพของยุทธการที่สตาลินกราดในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองจากภาพยนตร์ดังเรื่อง ‘Enemy at the Gates’ หนึ่งในสมรภูมิรบที่ดุเดือดที่สุดทางฝั่งตะวันออกของทวีปยุโรป ที่จบลงด้วยความพ่ายแพ้ยับเยินของนาซีเยอรมันต่อฝ่ายสหภาพโซเวียต จนนำมาสู่จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ฝ่ายสัมพันธมิตรพลิกกลับมาเป็นผู้ชนะในท้ายที่สุด

WIKIPEDIA CC RIA

1. สมรภูมิสตาลินกราดเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ค.ศ.1942 อันเป็นส่วนหนึ่งในแผนการรบของฝ่ายนาซีเยอรมัน ที่ต้องการทำลายกองกำลังฝ่ายโซเวียตให้สิ้นซากในช่วงฤดูร้อน พร้อมกับยึดบ่อน้ำมันในแถบเทือกเขาคอเคซัสเป็นเป้าหมายต่อไป

2. หนึ่งในเหตุผลหลักของการบุกเมืองสตาลินกราด มาจากความต้องการส่วนตัวของฮิตเลอร์ ที่ต้องการยึดเมืองแห่งนี้ และทำลายโรงงานอุตสาหกรรมที่ตั้งรายรอบแม่น้ำโวลก้าให้สิ้นซาก

WIKIPEDIA CC BUNDERSARCHIV

3. แม่น้ำโวลก้าเป็นเส้นทางน้ำสำคัญที่เชื่อมต่อดินแดนเทือกเขาคอเคซัส ทะเลสาบแคสเปียนและแผ่นดินโซเวียตเข้าด้วยกัน เมืองสตาลินกราด (ปัจจุบันคือ โวลโกกราด) เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่สหภาพโซเวียตจะสูญเสียไปไม่ได้โดยเด็ดขาด สตาลินจึงเรียกร้องให้ทหารและพลเรือนทุกคนจับอาวุธลุกขึ้นสู้กับฝ่ายนาซีเยอรมันจนถือที่สุด ห้ามถอยหนี ถ้าหากเสียเมืองสตาลินกราดให้ฝ่ายนาซีเยอรมัน ทหารและพลเรือนทุกคน ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้หญิงจะต้องถูกลงโทษด้วยการประหารชีวิต

4. พื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองสตาลินกราดถูกทำลายโดยการทิ้งระเบิดของกองทัพอากาศนาซีเยอรมันจนกลายเป็นซากปรักหักพัง และตามมาด้วยการต่อสู้ภาคพื้นดินอันดุเดือดระหว่างกองกำลังทั้งสองฝ่าย

WIKIPEDIA PD

5. สมรภูมิที่เมืองสตาลินกราด เป็นสมรภูมิรบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ทั้งสองฝ่ายต่างระดมกำลังทหารและพลเรือนรวมกันมีจำนวนถึง 2.2 ล้านคน ในการสู้รบครั้งนี้

6. พื้นที่ภายในเมืองส่วนใหญ่ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพนาซีเยอรมัน ในขณะที่ฝ่ายสหภาพโซเวียต นำโดยนายพล เกอร์กี ซูคอฟ ได้ใช้เส้นทางแม่น้ำโวลก้าลำเลียงพลเพื่อกลับมายึดเมืองคืนจากฝ่ายนาซีเยอรมัน

7. นายพลเกอร์กี ซูคอฟ ประสบความสำเร็จในการวางแผนสู้รบกับฝ่ายนาซีเยอรมัน ด้วยการโอบล้อมกองกำลังนาซีเยอรมันจากทุกทิศทาง จนนำมาสู่ชัยชนะในที่สุด

WIKIPEDIA CC BUNDERSARCHIV

8. แม้ตกอยู่ในสถานะเป็นรอง แต่ฮิตเลอร์สั่งให้กองทัพนาซีเยอรมันที่เหลือในเมืองสตาลินกราดต่อสู้จนตัวตายและห้ามยอมแพ้ จนทำให้มีทหารเสียชีวิตเกือบครึ่งล้านในช่วงท้ายของการสู้รบ และทหารที่เหลือรอดเพียง 91,000 คน ถูกจับตัวเป็นเชลยสงคราม

9. จากความพ่ายแพ้ที่เมืองสตาลินกราด ส่งผลให้นาซีเยอรมันต้องถอนกำลังจากแนวรบด้านตะวันตกเพื่อนำไปเสริมทัพในแนวรบด้านตะวันออก จนเปิดโอกาสให้ฝ่ายสัมพันธมิตรเตรียมวางแผนโจมตีโต้กลับ

WIKIPEDIA CC RIA

10. สมรภูมิสตาลินกราด ถูกนิยามว่าเป็นหนึ่งในสมรภูมิที่ดุเดือดและนองเลือดที่สุดในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง รวมไปถึงสงครามครั้งอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นจากน้ำมือของมนุษย์ที่จับอาวุธขึ้นมาประหัตประหารกัน มียอดผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตระหว่างสงครามสูงถึง 1.8 – 2.2 ล้านคน

เรียบเรียง : SPOKEDARK.TV

COMMENTS