พ่อพระพันธุ์มังกร! วีรกรรมที่น่ายกย่องของ ‘ดร. เหอ เฟิ่ง-ชาน’ นักการทูตชาวจีน ผู้ช่วยชีวิตชาวยิวนับพันคนให้รอดพ้นจากเงื้อมมือฮิตเลอร์

ย้อนกลับไปในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 พรรคนาซีเยอรมันภายใต้การนำของ ‘อดอล์ฟ ฮิตเลอร์’ (Adolf Hitler) ได้กระทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว จนทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 6 ล้านคน เหตุการณ์ในครั้งนั้นถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สังหารหมู่ที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติเลยก็ว่าได้ ทว่า ท่ามกลางการเข่นฆ่าชาวยิวของฝ่ายนาซีเยอรมันในครั้งนั้น ได้ก่อให้เกิดฮีโร่ผู้หนึ่ง ซึ่งได้ช่วยชีวิตชาวยิวให้รอดพ้นจากความตายเอาไว้มากมาย และนี่คือเรื่องราวของฮีโร่ผู้นั้น

WIKIPEDIA PD

‘ดร. เหอ เฟิ่ง-ชาน’ (Ho Feng-Shan) ฮีโร่ชาวจีนผู้ช่วยเหลือชาวยิวให้รอดพ้นจากเงื้อมมือนาซีเยอรมันผู้นี้ เกิดเมื่อวันที่ 10 กันยายน ค.ศ. 1901 ที่เมืองอี้หยาง (Yiyang) มณฑลหูหนาน ประเทศจีน ดร.เหอจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยเยล ประจำประเทศจีน แล้วเดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทและปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัย Ludwig Maximilian เมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี และจบการศึกษาในปี ค.ศ. 1935 หลังจากนั้น ดร.เหอก็เดินทางกลับประเทศจีนทันทีเพื่อเข้ารับราชการในตำแหน่งนักการทูตประจำกระทรวงการต่างประเทศของจีน ต่อมาในปี ค.ศ. 1937 ก็ได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งนักการทูตประจำสถานกงสุลใหญ่จีนประจำกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย

ในช่วงที่ ดร.เหอทำงานอยู่ที่ประเทศออสเตรียนั้น เป็นช่วงเวลาที่พรรคนาซีเยอรมันได้เข้ายึดครองออสเตรีย และเริ่มกวาดล้างชาวยิวอย่างโหดเหี้ยม ทหารนาซีส่งตัวชาวยิวหลายแสนคนไปยังค่ายกักกันเพื่อกระทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ทำให้ชาวยิวจำนวนมากต้องดิ้นรนเพื่อให้ตัวเองรอดพ้นจากการถูกจับตัว หนึ่งในวิธีที่ชาวยิวนิยมใช้กันคือการหนีออกนอกประเทศ ทว่าในช่วงเวลานั้นไม่มีประเทศไหนให้ความสนใจช่วยเหลือชาวยิวจากการกดขี่ของพวกนาซีเลย หลายประเทศทั่วโลกโดยเฉพาะประเทศในยุโรปเองต่างเมินเฉยเพราะไม่อยากมีปัญหากับฮิตเลอร์

WIKIPEDIA CC BUNDESARCHIV

ชาวยิวทั้งหลายจึงเบนเข็มไปที่ประเทศฝั่งเอเชียโดยหวังว่าจะได้วีซ่าที่สามารถเดินทางเข้าประเทศเหล่านั้นได้ มีชาวยิวจำนวนไม่น้อยที่พากันไปขอความช่วยเหลือจากสถานกงสุลใหญ่จีนประจำประเทศออสเตรีย เพื่อขอให้ออกวีซ่าให้พวกเขาสามารถลี้ภัยไปประเทศจีนได้ แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่ของสถานกงศุลจีนคนไหนกล้าช่วยเพราะกลัวมีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทว่า ดร.เหอหาได้สนใจไม่ เขาตัดสินใจช่วยออกวีซ่าให้กับชาวยิวแบบไม่สนใจคำสั่งห้ามของเจ้านายระดับสูง ดร.เหอทำงานหามรุ่งหามค่ำและต้องทำแข่งกับเวลาเพื่อช่วยชาวยิวให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ว่ากันว่า ดร.เหอออกวีซ่าให้ชาวยิวได้เดินทางออกนอกประเทศกว่า 4,000 คน เลยทีเดียว นอกจากนั้น ดร.เหอยังออกวีซ่าให้กับชาวยิวที่ถูกจับตัวไป ทำให้ทหารนาซีต้องปล่อยตัวชาวยิวที่ได้รับวีซ่าออกจากค่ายกักกันอีกด้วย

วีซ่าที่ดร.เหอออกให้กับชาวยิว เป็นวีซ่าที่อนุญาตให้เดินทางไปแค่เมืองเซี่ยงไฮ้เท่านั้น ซึ่งที่จริงแล้วหากเป็นสถานการณ์ปกติ ชาวยิวสามารถเดินทางไปเซี่ยงไฮ้ได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า แต่ ณ สถานการณ์อันย่ำแย่ของช่วงเวลานั้น วีซ่าจำเป็นอย่างมากในการใช้เดินทางออกนอกประเทศ โดยสาเหตุที่ดร.เหอออกวีซ่าให้เดินทางไปได้แค่เซี่ยงไฮ้เพราะว่า ชาวยิวจะสามารถใช้วีซ่าที่มีเพื่อเดินทางไปยังประเทศที่สามได้ โดยไม่จำเป็นต้องอยู่แค่ที่เซี่ยงไฮ้นั่นเอง

WIKIPEDIA PD

‘ดร. เหอ เฟิ่ง-ชาน’ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 28 กันยายน ค.ศ. 1997 ด้วยวัย 96 ปี ที่เมืองซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา แต่เชื่อหรือไม่ว่า วีรกรรมการช่วยเหลือชาวยิวของดร.เหอในครั้งนั้น ได้ถูกเปิดเผยขึ้นหลังจากที่เขาเสียชีวิตไปแล้ว เนื่องจากดร.เหอไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังเลยนอกจากคนในครอบครัว โดยลูกสาวของดร.เหอ นามว่า ‘แมนลี โฮ’ (Manli Ho) ได้เขียนประวัติไว้อาลัยพ่อและเอ่ยถึงเรื่องราวที่พ่อเคยเล่าให้เธอฟังเมื่อครั้งเป็นนักการทูตที่เวียนนา

WIKIPEDIA CC HBARRISON

จากการเปิดเผยในครั้งนั้นนำไปสู่การค้นหาความจริงเพื่อยืนยันวีรกรรมอันน่ายกย่องของดร.เหอ กระทั่งบรรดาชาวยิวที่ดร.เหอเคยช่วยชีวิตเอาไว้ทราบข่าว พวกเขาก็ได้พากันส่งหลักฐานต่างๆ เพื่อยืนยันว่าดร.เหอคือผู้ปิดทองหลังพระที่แท้จริงและได้ช่วยชีวิตพวกเขาเอาไว้ ต่อมาในปี ค.ศ. 2000 รัฐบาลอิสราเอลได้มอบรางวัล ‘ผู้ทรงคุณธรรมแห่งนานาประเทศ’ (Righteous Among the Nations) ให้แก่ ‘ดร. เหอ เฟิ่ง-ชาน’ นอกจากนั้นในปี ค.ศ. 2008 วุฒิสภาแห่งสหรัฐอเมริกาได้มอบเหรียญกล้าหาญ เพื่อสดุดีวีรกรรมอันน่ายกย่องของ ‘ดร. เหอ เฟิ่ง-ชาน’ อีกด้วย

เรียบเรียง : SPOKEDARK.TV

COMMENTS