เวลาเปลี่ยนคนเปลี่ยน! ‘หงซิ่วฉวน’ ผู้นำกบฏไท่ผิง ชายผู้มีอุดมการณ์ที่แปรเปลี่ยนเป็นทรราชย์เพราะอำนาจที่หอมหวาน (ตอนจบ)

คลิ้กอ่าน: เวลาเปลี่ยนคนเปลี่ยน! ‘หงซิ่วฉวน’ ผู้นำกบฏไท่ผิง ชายผู้มีอุดมการณ์ที่แปรเปลี่ยนเป็นทรราชย์เพราะอำนาจที่หอมหวาน (ตอนที่ 1)

ตอนนี้หงซิ่วฉวนมีสถานะเท่ากับกษัตริย์ในดินแดนหนึ่ง ซึ่งปณิธาณในก่อนหน้าที่จะมีอำนาจนั้น หงซิ่วฉวนตั้งไว้ว่าจะต้องให้ประชาชนทุกคนอยู่ดีกินดี ชายหญิงล้วนเท่าเทียม จึงมีการล้มเลิกธรรมเนียมเก่าๆ ที่เป็นการกดขี่เพศหญิงไม่ว่าจะเป็นประเพณีการรัดเท้า หรือการยกเลิกอาชีพนางโลม เพราะมันทั้งผิดหลักศาสนาและยังถือว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งการกดขี่ มีการเปิดให้ผู้หญิงเข้ามาสอบเป็นข้าราชการในตำแหน่งจอหงวน มีการปรับปรุงระบบคมนาคม ระบบเศรษฐกิจด้วยการตั้งธนาคารขึ้นมา และสร้างความสัมพันธ์กับต่างชาติ

ถ้าเรื่องราวหยุดแค่ตรงนี้ก็ดูเหมือนว่าอนาคตของอาณาจักรไท่ผิงเทียนกว๋อนั้นถือว่าเป็นโชคของประชาชนที่อยู่ในดินแดนอย่างแท้จริง แต่เรื่องจริงกับความฝันนั้นไม่เหมือนกัน เหตุเพราะว่าเดิมทีนั้นเหล่าผู้นำของไท่ผิงเทียนกว๋อนั้นเป็นเพียงชาวนาที่ไม่เคยพบกับความฟุ้งเฟ้อมาก่อน ซึ่งทำให้มีผู้ที่อดใจในกลิ่นของอำนาจและความฟุ้งเฟ้อนั้นห้ามใจไว้ไม่อยู่จนหลงไป

ASIAOBSERVER.ORG

และหงซิ่วฉวนก็เป็นหนึ่งในนั้น อุดมการณ์และปณิธานที่ตั้งไว้ค่อยๆ เลือนหายไป ตั้งแต่ที่หงซิ่วฉวนสถาปนาตนเองขึ้นเป็นกษัตริย์สวรรค์นั้น หงซิ่วฉวนไม่เคยออกมาว่าราชการเองเลยแม้สักครั้งเดียว โดยให้อ๋องที่แต่งตั้งขึ้นมาทำหน้าที่ในการบริหารแทน แม้ว่ากองทัพชิงจะส่งกองกำลังมาปราบแต่หงซิ่วฉวนก็ไม่เคยที่จะสนใจ

นอกจากนี้ยังทำการตั้งคนสนิทขึ้นรับตำแหน่งข้าราชการสำคัญรวมไปถึงคนรู้จักแบบผิวเผินก็ยังตั้งให้มีอำนาจ ซึ่งถ้าคนเหล่านั้นกลายมาข้าราชการขุนนางที่ดีประชาชนก็คงจะยินดี แต่ความจริงมันตรงกันข้ามบรรดาคนสนิทและไม่สนิทที่ได้รับการแต่งตั้งนั้นวางมาดอวดเบ่ง ใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบจนเหล่าประชาชนในเมืองเทียนจินนั้นโอดครวญกันว่า “ไปที่ไหนก็มีแต่อ๋องเบ่งใส่ จนประชาชนต้องหลังน้ำตา”

แต่แค่นั้นยังลุแก่อำนาจของหงซิ่วฉวนยังไม่พอ ด้วยความที่เป็นกษัตริย์มือใหม่หงซิ่วฉวนจึงมีความคิดอยากจะได้พระราชวังหลังใหม่ ซึ่งทำการไล่ที่ประชาชนออกไปและเกณฑ์แรงงานมาสร้างพระราชวังที่ใหญ่โตโอฬาร และแสดงพลังแห่งความเป็นชายด้วยการเกณฑ์หญิงสาวหน้าตาสะสวยมาเป็นนางบำเรอ ซึ่งถ้าใครถูกใจก็จะแต่งตั้งให้กินตำแหน่งนางสนมซึ่งแต่งตั้งซะเพลินจนมีสนมกินตำแหน่งถึง 88 ตำแหน่งซึ่งมากกว่าฮ่องเต้ในราชวงศ์ชิงที่สามารถแต่งตั้งนางสนมแบบมีตำแหน่งได้เพียง 72 คนเท่านั้น

บัลลังก์ในพระราชวังของหงซิ่วฉวน / BOLUOWANG.COM

เรื่องราวของนางสนมของหงซิ่วฉวนนั้นปรากฏในตอนที่ถูกตีแตกแล้วและได้มีการจับกุมลูกชายของหงซิ่วฉวนมาสอบสวนจนได้ข้อมูลว่านอกจากที่ตนเองจะมักมากในกามแล้ว หงซิ่วฉวนยังปลูกฝังให้ลูกชายตนเองแต่ละคนสะสมนางบำเรอเช่นกัน เพราะลูกชายที่ถูกจับมาได้นั้นได้ให้การว่าตอนที่อายุได้ 9 ขวบก็มีภรรยาแล้วถึง 4 คน ด้วยเหตุนี้จึงสามารถพูดได้อย่างเต็มปากเลยว่าชีวิตของประชาชนภายใต้การปกครองของหงซิ่วฉวนนั้นต้องอยู่ในสภาพหนีเสือปะจระเข้

การปกครองของหงซิ่วฉวนนั้นพอจะเรียกว่าทรราชย์ได้เช่นกัน ผลจากการแต่งตั้งเอาญาติและคนรู้จักมาเป็นขุนนางนั้น ทำให้หลายๆ คนที่ไม่มีความสามารถแต่ดันวาสนาดีและมาสร้างความลำบากให้กับประชาชนและตนเองไม่ได้ดูแลการบริหารงาน ในครั้งหนึ่งฝงหยุนซาน อ๋องทักษิณ (อ๋องทั้ง 4 ของหงซิ่วฉวนนั้นจะได้ชื่อตามทิศทั้ง 4 ทิศ) ได้ออกกฎควบคุมประตูเมืองขึ้นมาโดยผู้ที่จะเข้าออกได้จำเป็นที่จะต้องเสียเงินให้กับทางการ จนทำให้การออกไปนอกประตูเมืองเพื่อสะสมเสบียงทำได้อย่างยากลำบากจนเกิดความอดอยากขึ้นในเมือง ซึ่งหงซิ่วฉวนก็ได้สั่งผ่านคนสนิทมาว่าให้ประชาชนกินหญ้าแทนข้าวไปเลย

ด้วยความระส่ำระสายเช่นนี้ทำให้เหล่าอ๋องคิดจะแยกตนเองเป็นอิสระออกจากไท่ผิงเทียนกั๋วทำให้เกิดการส่งมือสังหารไปลอบสังหารกันและลุกลามไปถึงการยกทัพมาเข่นฆ่ากัน ซึ่งหวงซิ่วฉวนก็ได้แต่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้พ้นไปวันๆ ส่งผลให้กองทัพนั้นเกิดความอ่อนแอจนในปี 1864 ราชสำนักชิงพร้อมทั้งทหารชาวตะวันตกได้ส่งกองทัพใหญ่เข้ามาปิดล้อมเมืองเทียนจิน ซึ่งก็ยิ่งสร้างความอดอยากให้กับประชาชนต้องหันมากินหญ้าอย่างจริงจัง แม้กระทั่งหงซิ่วฉวนเองก็ต้องกินหญ้าเพื่อประทังชีวิตเช่นกัน การปิดล้อมครั้งนี้กินเวลากว่าหกเดือนจนแม้กระทั่งหญ้าก็หากินไม่ได้ หงซิ่วฉวนจึงหนีความรันทดนี้ด้วยการกินยาพิษปลิดชีพตนเองไปก่อน เพราะรู้ว่าถ้าเกิดยอมแพ้และถูกจับได้ เขาจะต้องพบความทรมานถึงขีดสุด

ASIAOBSERVER.ORG

หลังจากการตายของหงซิ่วฉวน กองทัพที่อ่อนแออยู่แล้วก็อ่อนแอไปอีก จนกระทั่งในเดือนสิงหาคม คล้อยหลังการตายของหงซิ่วฉวนไปได้ไม่ถึงสัปดาห์ กองทัพชิงได้บุกเข้ามาในกำแพงเมืองและยึดเมืองเทียนจินไว้ได้ในที่สุดปิดฉากอาณาจักรไท่ผิงเทียนกว๋อที่มีอายุเพียงแค่ 14 ปี เหตุการณ์กบฏไท่ผิงมีผู้คาดการณ์เอาไว้ว่ามีประชาชนประมาณ 20-30 ล้านคนต้องสังเวยชีวิตไปไม่ว่าจากการสู้รบและความอดอยาก จนทำให้การกบฏในครั้งนี้กลายเป็นกบฏที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดและยังเป็นการท้าทายอำนาจราชสำนักจีนครั้งรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งประเทศจีนขึ้นมาเลยทีเดียว

เรียบเรียง : SpokeDark.TV
———————————————————-

คลิ้กอ่าน : “ฟู่ซ่านเสียน” จอหงวนหญิงหนึ่งเดียวในประวัติศาสตร์จีน ที่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วยความสามารถล้วนๆ (ตอนที่ 1)

คลิ้กอ่าน : “ฟู่ซ่านเสียน” จอหงวนหญิงหนึ่งเดียวในประวัติศาสตร์จีน ที่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วยความสามารถล้วนๆ (ตอนจบ)

COMMENTS